สุขภาพและกีฬา

วิเคราะห์เส้นทางทีมฟุตบอลหญิงไทยในบอลโลกกับกูรูชื่อดัง ‘น้าหัง-อัฐชพงษ์ สีมา’

Published 9 มิ.ย. 2019

By สันทัด โพธิสา

วิเคราะห์เส้นทางทีมฟุตบอลหญิงไทยในบอลโลกกับกูรูชื่อดัง ‘น้าหัง-อัฐชพงษ์ สีมา’

เดินทางเข้าสู่เวทีการฟาดแข้งระดับโลกเป็นครั้งที่ 2 และมีห้วงเวลาให้บรรเลงเพลงเตะในนัดแรกอยู่ 3 เกม แต่อย่างที่ทราบกันว่า เป็น 3 เกมที่ทีมหญิงไทยต้องเจอบททดสอบอย่างหนัก เริ่มต้นเจอทีมชาติสหรัฐอเมริกา ต่อมาเจอทีมชาติสวีเดน และปิดท้ายรอบแรกด้วยทีมชาติชิลี ถึงตรงนี้ ทีมฟุตบอลหญิงทีมชาติไทยจะทำผลงานได้แจ่มแจ๋วแค่ไหน ไปฟังการวิเคราะห์ของพิธีกรกีฬา-นักพากย์ฟุตบอลชื่อดัง ‘น้าหัง-อัฐชพงษ์ สีมา’ เช็กฟอร์มทีมชบาแก้วกันหน่อยสิว่า จะมีเซอร์ไพรส์เพียงไร

สายหินก็จริง แต่ไม่ใช่ไม่มีโอกาส

“บอลโลกครั้งนี้ มีทั้งหมด 6 สาย สายละ 4 ทีม และจะเอาทีมที่มีคะแนนที่ 1 กับที่ 2 เข้ารอบ รวมทั้งหมด 12 ทีม นอกจากนี้ก็จะเอาทีมอันดับ 3 ที่มีคะแนนที่ดีที่สุดอีก 4 ทีมเข้ารอบ 16 ทีมไปด้วย ซึ่งเราคงต้องหวังกับโควต้านี้ ถ้าพูดกันตรงๆ นะ คิดซะว่า เราต้องเป็น 1 ใน 4 ทีมที่เป็นอันดับ 3 ที่ดีที่สุดให้ได้ 

ตอนแรกที่ดูรายชื่อทีมร่วมสายเอฟ มีสหรัฐอเมริกา สวีเดน ชิลี และก็ไทย ดูน่ากลัวทั้งนั้นเลยนะ (ยิ้ม) แต่พอมาดูในรายละเอียดจริงๆ ไม่น่ากลัวอย่างที่คิด อยู่ที่การวางยุทธศาสตร์ในแต่ละเกมดีๆ คิดง่ายๆ ขอแค่ 4 แต้ม นัดแรกเราเจอสหรัฐอเมริกา แพ้ได้ แต่อย่าแพ้เยอะ เพราะจะมีผลต่อการนับลูกได้เสีย ส่วนนัดต่อมาเจอสวีเดน นัดนี้สำคัญ ขอแค่อย่าแพ้ ยันเสมอให้ได้ เพื่อเอา 1 แต้ม และไปวัดนัดสุดท้ายกับชิลี ต้องชนะเท่านั้น ก็จะมี 4 แต้ม ซึ่งไม่ใช่ว่าเป็นไปไม่ได้ ชิลีอันดับโลกอยู่ต่ำกว่าเรา (อันดับที่ 39) ไม่น่ากลัวอย่างที่คิด ถ้าจะให้ผมประเมิน ผมคิดว่าทีมฟุตบอลหญิงไทยมีโอกาสผ่านเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายประมาณ 60% เลยทีเดียว”

เจอสหรัฐอเมริกา...สวีเดน...และชิลี เล่นอย่างไรให้เข้ารอบ

“นัดแรกเจอสหรัฐอเมริกา ต้องยอมรับว่า เขาแข็งแกร่งจริงๆ เล่นบอลโลกมา 7 ครั้ง ได้แชมป์ไป 3 ครั้ง รองแชมป์ 1 ครั้ง ได้ที่ 3 อีก 3 ครั้ง พูดง่ายๆ ว่า ไม่เคยมีครั้งไหนที่อเมริกาได้ต่ำกว่าที่ 3 (ยิ้ม) เขามีลีกอาชีพที่ค่อนข้างพัฒนาไปไกลแล้ว กองหน้าเขาเก่งมาก อย่างคาร์ลี ลอยด์ เล่นไปสองร้อยกว่านัด ยิงไปร้อยกว่าประตู ส่วนอีกคนคือ อเล็กซ์ มอร์แกน คนนี้ก็ยิงเป็นร้อยประตูเหมือนกัน คือต้องมองจากความเป็นจริง ไม่ใช่ให้ยอมแพ้ แต่ถ้าจะต้องแพ้ ต้องแพ้ให้น้อยที่สุด เพราะมันจะมีผลต่อเกมนัดต่อไป

เกมต่อมาเราเจอสวีเดน เมื่อก่อนสวีเดนแข็งมาก เคยได้ที่ 3 ในบอลโลกมา 2 ครั้ง แต่ชุดนี้ไม่แข็งเหมือนในอดีต ผมเชื่อว่าเราสู้ได้ หรืออย่างน้อยยันเสมอเพื่อให้ได้ 1 คะแนน หลังจากนั้นไปวัดกันกับชิลีเป็นนัดสุดท้าย ชิลีเป็นทีมที่เพิ่งตั้งไม่นาน นักเตะในทีมเล่นทีมชาติอย่างมากสุดไม่เกิน 20 นัด อันดับโลกก็ต่ำกว่าเราด้วย เราสู้ได้
แล้วการวางโปรแกรมค่อนข้างเข้าทางเราด้วย นัดแรกเราเจอสหรัฐอเมริกา แต่สวีเดนเจอชิลี สมมติชิลีแพ้สวีเดน นัดต่อมาชิลีเจอสหรัฐอเมริกา โอกาสแพ้มีสูง และนัดสุดท้ายมาเจอเรา ถึงตรงนั้นแรงจูงใจอาจเหลือน้อยลง ในฝั่งกลับกัน สวีเดนไปเจอสหรัฐอเมริกานัดสุดท้าย โอกาสชนะมีไม่มาก เพราะฉะนั้น หากเราชนะชิลีไว้ก่อน โอกาสเข้ารอบมีแน่นอน”

จุดอ่อนของเรา...

“ผมว่าทีมไทยแพ้บอลเร็ว ยิ่งสรีระนักบอลฝรั่งสูงใหญ่อยู่แล้ว ถ้าเขาให้บอลเร็ว บอลตามช่อง แล้ววิ่งแข่งกับเรา เราแพ้แน่นอน ผมไม่กลัวบอลโด่งนะ ถ้าบอลโด่งมา เราแค่เล่นปิดทางไม่ให้เขาเปิดบอลง่ายๆ ก็แก้ไขได้แล้ว แต่บอลเร็ว เคลื่อนตัวเร็วๆ เราเสียเปรียบเรื่องร่างกายแน่นอน”

จุดแข็งของเรา...

“เรื่องใจแน่นอนครับ (หัวเราะ) บอลโลกหนนี้เป็นหนที่ 2 ของนักฟุตบอลหญิงไทย เรื่องประสบการณ์เรามีมากขึ้น ไม่เด๋อด๋าเหมือนครั้งแรก บอลโลกครั้งแรกเป็นใครก็ตื่นเต้นกันหมดแหละ (ยิ้ม) แต่ครั้งนี้ผมเชื่อว่านักเตะไทยจะนิ่งขึ้น เมื่อก่อนเวลาเสียประตูปุ๊บ สกอร์จะไหลเร็วมาก แต่เดี๋ยวนี้พอเสียประตู สามารถกลับคืนสู่เกมของตัวเองได้ นี่คือประสบการณ์และการพัฒนาของทีม เท่าที่ทราบมา ครั้งนี้เราเตรียมแท็กติกในการเล่นไว้เยอะ คือถ้าเกมรูปแบบนี้ เราจะใช้ผู้เล่นแบบไหน พูดง่ายๆ ว่า มีออปชั่นค่อนข้างเยอะ ยกตัวอย่าง กองหน้าตัวใหม่ มิรันดา-สุชาวดี คนนี้ถือว่าเป็นทีเด็ดที่จะลงมาเปลี่ยนเกมได้ ทีมชุดนี้มีความหลากหลายขึ้นมาก ต้องยกเครดิตให้กับโค้ชและทีมงานทั้งหมด แต่อย่าไปดูผลตอนเกมอุ่นเครื่องที่แพ้เยอะๆ นะ อันนั้นเขาสับขาหลอก มีทีมคู่แข่งในบอลโลกเข้าไปซุ่มดูฟอร์มอยู่แล้ว (ยิ้ม)”

สู้เต็มที่...สร้างแรงบันดาลใจให้คนรุ่นหลัง

“การที่บอลหญิงไทยไปบอลโลกถึง 2 ครั้งซ้อน ผมเชื่อว่ามันไม่ใช่เรื่องบังเอิญแล้วละ เหมือนว่าวที่ติดลมบน จากนี้ไปถ้ารักษามาตรฐานไว้ได้ ก็จะไปแบบยาวๆ แต่ไม่ว่าผลงานในบอลโลกจะออกมาเป็นแบบไหน การที่รุ่นพี่เคยไปสร้างผลงานไว้แบบนี้ มันจะส่งพลังต่อไปสู่รุ่นน้องที่เตรียมจะขึ้นทีมชาติตามมา ในส่วนของแฟนบอลคนไทย โดยเฉพาะโลกโซเชียลฯ ผมว่าก็เบาๆ กันหน่อย (ยิ้ม) ถ้าผลงานไม่ดี ก็อย่าต่อว่าอะไรกันมาก ทุกคนทำเต็มที่แหละ นี่ไม่ใช่ระดับอาเซียน แต่เป็นระดับโลก เราสู้มาได้ขนาดนี้ เราควรจะภูมิใจกับนักฟุตบอลของเรานะ (ยิ้ม)”



Advertising