สุขภาพและกีฬา

Cinematic Yoga แม้เป็นเทรนด์ ก็ต้องการตัวช่วย

Published 11 ต.ค. 2018

By นันทขว้าง สิรสุนทร

Cinematic-Yoga-health-and-sport-Rabbit-Today-banner

ปี 2018 อาจจะถูกโหวตว่า เป็นช่วงเวลาที่มีการ "ย้ายแพลตฟอร์ม" ของไลฟ์สไตล์ต่างๆ มากที่สุดปีหนึ่งเมื่อมองจากสิ่งที่เกิดขึ้นใน 9 เดือนที่ผ่านมา…

เช่น วงการ sports ย้ายการนำเสนอตัวเองไปสู่แฟชั่นทั้งการนำเสนอและเปิดตัว (เสื้อกีฬา เสื้อแข่ง มักไม่เปิดตัวด้วยกางเกงขาสั้น พรีเซนเตอร์ใส่ขายาว เพื่อบอกถึงความเป็น fashion มากกว่า sport) วงการนักปั่น ก็อยากตื่นเต้น ปั่นทางเรียบไม่สนุก เลยอยากไปปั่นในป่า ในฟาร์ม ในที่กันดาร เพื่อเป็น bike adventure ที่ฮิตแค่บางประเทศ 

…แต่ที่ผมสนใจตอนนี้ และกำลังจับกลุ่มตลาดสาวๆ รวมทั้งดีลกับสินค้าเพื่อสร้างเป็น "เทรนด์" ขึ้นมาก็คือ ไลฟ์สไตล์โยคะ ที่ต้องการอะไรใหม่ๆ เช่นกัน เนื่องจากรูปแบบของโยคะนั้น ยังสนุกได้อีกมาก และสิ่งที่ทวิตของ trendhunter นำเสนอก็คือ ตอนนี้เกิดไลฟ์สไตล์ เหมือนเอา "ประสบการณ์" ทางภาพและเสียงมาช่วยเล่นโยคะ

ก่อนหน้านี้ไม่นาน ผมเขียนใน Rabbit Today ว่า sky high yoga มันเป็นโยคะที่กำลังฮิตในเอเชีย เพราะสาวๆยุคใหม่ต้องการโยคะที่แปลกประสบการณ์ ไม่ใช่โยคะอยู่ในห้องแคบๆ กว้างๆ เหมือนเดิม การตลาดพาโยคะเปลี่ยนแพลตฟอร์ตจึงเกิดขึ้น ย้ายไปอยู่บนภูเขาบ้าง, บนสะพานข้ามแม่น้ำบ้าง, บนดาดฟ้าตึกสูงบ้าง หรือไม่ก็ไปโน่นเลย บนภูเขา

แต่มีโยคะอีกแบบหนึ่ง ที่ดูจะฮิตมากกว่าด้วยซ้ำ นั่นคือ Cinematic Yoga 

ถ้าอธิบายง่ายๆ ก็คือ มันเป็นโยคะที่ต้องมีจออยู่ในห้อง แล้วจอนั้น ก็เปิดภาพเต็มจอเกี่ยวกับฉากหลังธรรมชาติต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นภูเขา แม่น้ำ มหาสมุทร หรือแม้แต่ป่าลึก ที่ให้ความรู้สึกว่าผู้เล่นโยคะ กำลังอยู่ท่ามกลางการโอบล้อมของธรรมชาติที่ยังบริสุทธิ์อยู่

นักการตลาดบางคนบอกว่า มันคือการทำตามเทรนด์แบบใหม่ที่เอาประสบการณ์มาขายไปพร้อมๆกัน โยคะคือการบำบัดด้วยทางหนึ่งให้ร่างกาย แต่ก็ต้องการตัวช่วยด้านภาพ เพื่อให้ความรู้สึกว่าตัวเองถูกผ่องถ่าย ถูกปลดปล่อย เคยมีการสำรวจว่า คนที่เล่นโยคะในห้องอับๆ สี่เหลี่ยม กับคนที่เล่นโยคะแบบ cinematic นั้น อย่างหลังถูกให้เครดิตว่า ระยะเวลาในการเล่นจะยาวนานกว่า… พูดง่ายๆคือ ร่างกายสามารถยืดเวลาออกไปได้นานขึ้น

นั่นเพราะว่า คนที่เล่นรู้สึกว่าตัวเองเดินทาง รู้สึกว่าได้เดินทางไปในโลกที่สนุกสนาน เพราะคือแนวทางที่หนังใหญ่ๆใช้ ซึ่งเรียกว่าเป็น spectacle ซึ่งคุณก็จำพบ "คำกำกับ" นี้ อยู่ทั่วไป (เช่นในการแสดงโชว์ของมหกรรมการแสดงที่ศูนย์วัฒนธรรมฯ บ้านเรา คำว่า spectacle ถูกกำกับในโชว์ว่า นี่คือการแสดงที่เน้นภาพเห็นและเสียงฟัง เหมือนที่ yoga แบบนี้ บอกเลยว่า มันไม่ใช่การออกกำลังกายที่มีแต่ภาพใหญ่ในจอ แต่มีลำโพงที่มีเสียง score ประกอบด้วย)

คนที่ชอบเล่น โยคะแบบนี้ เมื่อไปดูในเว็บมักจะเป็นคนจีน คนมาเลเซีย หรือชาวเอเชียมากกว่าฝรั่งต่างชาติ บางคนวิเคราะห์ว่า เป็นเพราะโยคะเป็นศาสตร์ที่เน้นเรื่อง "ความรู้สึก" มากกว่าการใช้พลังทางกล้ามเนื้อ ที่มาจากความเคลื่อนไหว

และในทางจิตใจ พวกหนุ่มสาวยุค urban ก็อาจจะรู้สึกว่า พวกเขาได้รับการปลดปล่อย ดีทอกซ์มาจากการงานในออฟฟิศประจำวัน หรือพูดง่ายๆคือ เครียดสะสมมาจากงาน การมีฉากหลังธรรมชาติ จึงเหมือนพาตัวเองเดินทางออกไปสู่สถานที่ ที่ฝรั่งเรียกว่า serenity space (ที่ถ้ามองกลับไป มันมักเป็นสระว่ายน้ำที่ไม่มีคน ซึ่งสระว่ายน้ำนี่แหละ ที่ก็มักเป็น "ฉากหลัง" ในการที่หนังมักใช้กับตัวละครที่อยากนั่งคุยกับจิตใจตัวเอง เช่น บทของเบน (ดัสติน ฮอฟแมน) ที่อยู่ใต้สระ เพราะเบื่อสังคมพ่อแม่ตัวเอง)

เทียบกับ sky high yoga แล้ว…

ความที่ cinematic yoga ไม่ต้องมีเงื่อนไขมาก ไม่ต้องมีการไปยังสถานที่ นั่นอาจจะทำให้มันเกิดได้เร็ว ทำได้ถี่ มากกว่ารูปแบบโยคะใหม่ๆ ที่กำลัง "ย้ายแพลตฟอร์ม" ในปีนี้

คอนเทนท์เดิมๆ อยู่กับรูปแบบเดิมๆ เป็นสิ่งที่ out แล้วในยุคนี้ ดนตรีไปหาอาหาร, หนังไปหา virtual, สวนสนุกไปประสบความการณ์แปลก

โยคะก็ "ไม่ใช่ข้อยกเว้น"!



Advertising