สุขภาพและกีฬา

การออกกำลังกายคือหนึ่งในวิธีการทำสมาธิที่ดีที่สุด

Published 31 ก.ค. 2018

By เมจิ อโณมา

Exercise-is-meditation-Health-and-Sport-Rabbit-Today-Banner

จิตที่มีสมาธิคือจิตที่มีพลัง ถ้าอยู่ร่วมกับร่างกายที่แข็งแรงสมบูรณ์ ก็จะเป็นพื้นฐานสู่ความสำเร็จ และเชื่อหรือไม่ว่า การออกกำลังกายนั้นไม่ใช่เพียงการฝึกให้ร่างกายแข็งแกร่งเท่านั้น แต่ยังเป็นการฝึกจิตใจให้มีสมาธิได้อย่างดีเยี่ยมอีกด้วยค่ะ

สำหรับเมจิเอง การทำสมาธิแบบใหม่ที่ค้นพบด้วยตัวเองก็คือการออกกำลังกาย มันอาจจะเหนื่อยกว่าการเดินจงกรมก็จริง แต่สิ่งที่ได้ทำให้เราเกิดปัญญา เหมือนที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้ว่า การที่เราเกิดปัญญามันไม่ใช่แค่การนุ่งห่มจีวรสีอะไร หรือนั่งขัดสมาธิท่าไหน แต่จริงๆ มันอยู่ในทุกอิริยาบถที่เรากระทำ 

Exercise-is-meditation,Health & Sport,Rabbit Today

ทำให้เมจิรู้สึกว่า ตอนออกกำลังกายคือช่วงเวลาที่เรารู้สึกถึงสภาวะต่างๆ ที่เป็นจริงของร่างกายตัวเอง ว่ามันเหนื่อย มันเจ็บปวด รู้จังหวะการหายใจ เข้าใจถึงจังหวะการเต้นของหัวใจ โลหิตที่สูบฉีดแรง ฯลฯ ทั้งหมดนี้เป็นทั้งความสุขและทุกข์ในเวลาเดียวกัน ทำให้เมจิเกิดปัญญาว่า เมื่อเกิดทุกข์ขึ้นเมื่อไหร่ และเข้าใจถึงสภาวะทุกข์นั้น มันทำให้เราเกิดธรรมะอีกอย่างหนึ่งขึ้น 

Exercise-is-meditation,Health & Sport,Rabbit Today

เมจิเชื่อว่า การออกกำลังกายอย่างเหมาะสมคือการฝึกสร้างแรงต้านที่จะทำให้ร่างกายเราแข็งแรง นั่นคือเราต้องออกแรงต้านทางกาย ซึ่งก็เหมือนกับการฝึกจิตของเราให้ปล่อย อย่างเช่นเราเรียนรู้ความอดทน เรียนรู้ความพยายาม ความขยัน พวกนี้ต้องออกแรงทางความรู้สึก 

เลยมีความคิดหนึ่งโผล่ขึ้นมาคือ Re-system Your Body and Mind ยกตัวอย่างเช่น เราปั่นจักรยานเพื่อสร้างแรงต้านขึ้นมา เป็น Resistant ที่ทำให้เราเกิดกล้ามเนื้อ แต่ใจของเราก็ต้องใช้ Resistant เหมือนกัน อย่างเช่น เราอยากกินไอศกรีม แต่ถ้าเราไม่สร้างแรงต้านทานในการหักห้ามใจ เราก็จะเผลอกินมัน เพราะเรากินมันทุกวันๆ แต่ถ้าเรารู้ว่า เออ เรากินมันมากพอแล้วนะ เรากินเยอะเกินไปแล้วนะ แล้วเราต้านทานมันด้วยการหักห้ามใจ มีการสร้างแรงหน่วงหรือแรงดึงของจิต ทำให้เราหยุดได้

Exercise-is-meditation,Health & Sport,Rabbit Today

การออกกำลังกายเป็นการฝึกให้รู้จักอดทน ไม่ใช่แค่ทนกับความเหนื่อยล้าหรือความเจ็บปวดจากการฝึกฝน แต่มันฝึกจิตให้แข็งแรงควบคู่ไปกับการฝึกให้อดทนกับความเจ็บปวดทางกาย พอเราผ่านการฝึกนี้มาได้ เวลาที่เราไปเจออะไรในชีวิตจริงที่อาจจะไม่หนักเท่าออกกำลังกาย ก็จะทำให้ร่างกายของเรารับได้ เช่นเรื่องการเดิน ทำไมบางคนเหนื่อยง่าย บางคนเดินเยอะแค่ไหนก็ไม่เหนื่อย นั่นเป็นเพราะเราโดนฝึกให้เหนื่อยกว่านี้มานานแล้ว เพราะฉะนั้นการเดินแค่นี้ถือเป็นเรื่องจิ๊บจ๊อยมาก 

เช่นเดียวกัน เมื่อจิตใจเราถูกฝึกให้อดทนอดกลั้นต่อความยากลำบากในการฝึกฝนและการเพ่งความสนใจ ซึ่งเปรียบได้กับการทำสมาธิในระหว่างออกกำลังกาย จิตใจเราก็จะสามารถรับมือกับความทุกข์ได้เหมือนกับร่างกายที่แข็งแรงนั่นเองค่ะ



Advertising