สุขภาพและกีฬา

โรคเกาต์…ไม่ใช่แค่มีกรดยูริกในเลือดสูง

Published 11 ธ.ค. 2018

By อายุรศาสตร์ง่ายนิดเดียว

Gout-Internal_medicine-health-and-sport-Rabbit-Today-banner

ผมเชื่อว่าหลายๆ ครั้งที่คนเคยตรวจระดับกรดยูริกในเลือด ไม่ว่าด้วยสาเหตุใดก็ตาม เมื่อใดที่พบว่ากรดยูริกในเลือดสูง สิ่งที่คุณอาจจะคิดขึ้นมาอย่างอัตโนมัติคือ ฉันเป็นโรคเกาต์แน่เลย แล้วมันจริงอย่างนั้นไหม วันนี้เรามาอ่านเรื่องนี้กัน

โรคเกาต์คือโรคที่มีการอักเสบภายในข้อ เนื่องจากมีผลึกกรดยูริกตกตะกอนในข้อ ผลจากการตกตะกอนผลึกทำให้มีอาการอักเสบ ปวดบวม แดงร้อนขึ้นมาอย่างเฉียบพลัน ดังนั้น การวินิจฉัยโรคเกาต์ที่แม่นยำที่สุดคือ ‘การเจาะข้อ’ เพื่อนำน้ำในข้อไปตรวจว่ามีผลึกกรดยูริกหรือไม่ หรือว่าเป็นผลึกชนิดอื่นที่สามารถตกตะกอนในข้อและมีอาการอักเสบเหมือนโรคเกาต์ได้ เช่น เกาต์เทียม หรืออาจเกิดจากสาเหตุอื่นที่ไม่ใช่ผลึกตกตะกอน เช่น การติดเชื้อในข้อ

โรคเกาต์…ไม่ใช่แค่มีกรดยูริกในเลือดสูง,สุขภาพ,Rabbit Today

การที่กรดยูริกจะมาตกตะกอนในข้อได้ต้องมีปัจจัยที่เหมาะสม ไม่ได้หมายความว่ากรดยูริกในเลือดสูงแล้วจะต้องมาตกตะกอนในข้อเสมอไป และในทางกลับกัน คนที่มีระดับกรดยูริกในเลือดต่ำก็อาจมีการตกตะกอนของผลึกกรดยูริก เกิดเป็นโรคเกาต์ได้เช่นกัน การตรวจพบกรดยูริกในเลือดสูงเพียงอย่างเดียวจึงไม่เพียงพอในการวินิจฉัยโรคเกาต์ครับ

แต่กรดยูริกในเลือดที่สูงก็มี ‘โอกาส’ ที่จะเกิดโรคเกาต์ได้มากกว่าคนที่กรดยูริกในเลือดปกติ เวลาที่เราพบค่ากรดยูริกในเลือดสูง สิ่งที่ต้องคิดคือกรดยูริกสูงเกิดจากสาเหตุใด เช่น ไตเสื่อม การรับประทานอาหารที่มีกรดยูริกสูง (ยอดผัก หน่อไม้ สัตว์ปีก เครื่องในสัตว์) และให้พึงระวังว่าอาจจะเกิดข้ออักเสบเกาต์ได้ เมื่อไรเกิดข้ออักเสบจะคิดถึงโรคเกาต์เป็นอันดับแรกๆ 

จากข้อความด้านบน จะเห็นว่าแม้โรคเกาต์กับกรดยูริกจะมีความเกี่ยวข้องกันมาก แต่ยังไม่สามารถสรุปได้ทันที เพียงแค่เห็นผลตรวจเลือดระดับกรดยูริกในเลือดสูง ว่าคุณเป็นเกาต์ ยังต้องใช้ประวัติและการตรวจร่างกายอย่างอื่นด้วย และหากจำเป็นคุณหมอจะขอเจาะตรวจน้ำในข้อเพื่อการวินิจฉัยที่แม่นยำต่อไปครับ




Advertising