สุขภาพและกีฬา

เทคนิคจินตภาพ (Imaginary Technique)

Published 28 ส.ค. 2018

By พรรษิษฐ์ วิชญคุปต์

Imaginary-Technique-health-and-sport-Rabbit-Today-banner

นับตั้งแต่ช่วงฟุตบอลโลกที่ผ่านมา มีคำศัพท์เทคนิคกีฬาอยู่ 1 คำที่ ฟังแล้วผมสนใจเป็นพิเศษ นั่นคือคำว่า เทคนิคจินตภาพ (Imaginary Technique)

เรื่องนี้สำหรับวงการกีฬาถือเป็นศาสตร์ที่ใช้กันแพร่หลายมากในปัจจุบัน ที่สำคัญมันไม่ใช่แค่วงการกีฬาเท่านั้น แต่จะว่าไป เราสามารถนำศาสตร์นี้มาปรับใช้กับชีวิตเราเองได้จริง

ทั้งนี้ เมื่อมนุษย์ผู้เชี่ยวชาญในบางเรื่องเป็นพิเศษ ยกตัวอย่างนักกีฬา หากคุณพัฒนาร่างกายฝึกซ้อมจนชำนาญ ทำซ้ำแล้วซ้ำอีก แน่นอน, ความสามารถคงไม่ห่างกันมากมายอะไรนัก เปรียบได้กับนักกีฬาระดับโลก ยิ่งเป็นกีฬาประเภทเดี่ยวด้วยแล้ว ความใกล้เคียงกันยิ่งมีมาก

เมื่อศักยภาพทางร่างกาย ทักษะความชำนาญใกล้เคียงกัน เรื่องของจิตใจจึงถูกนำมาโยงเข้าด้วยกัน ใครควบคุมจิตใจได้ดีกว่า โอกาสพลาดก็น้อยกว่า

ว่าแต่ Imaginary Technique คืออะไร พูดง่ายๆ คือการฝึกให้ร่างกายและจิตใจเชื่อว่าทำได้ เชื่อว่าทำได้ดี ทำได้แน่ๆ

การสร้างภาพ หรือย้อนภาพเพื่อสร้างประสบการณ์ให้เกิดขึ้นในใจ ทำให้เกิดการเรียนรู้ที่ดี สามารถสร้างความเข้าใจในเหตุการณ์ต่างๆ ช่วยในการควบคุมอารมณ์ ลดความวิตกกังวล ความโกรธ หรือความเจ็บปวด ช่วยในการรวบรวมสมาธิ สร้างความมั่นใจในตนเอง

เหมือน Mental Practice ครับ เน้นรันภาพซ้ำๆ ในหัวให้เสมือนจริงมากที่สุด เหมือนการโกงเวลาซ้อมครับ เพราะร่างกาย Physical ซ้อมได้อย่างมากก็ 2-3 ชม.ต่อวัน มากกว่านั้นโอกาสบาดเจ็บก็เยอะ ไม่มีประโยชน์อะไรตามมามากนัก 

หากแต่ซ้อมเสร็จแล้วมาจินตภาพให้เห็นวันแข่งก่อน ก็เหมือนได้แข่งรอบ 2 ครับ คนที่ไม่ได้จินตภาพมา อาจจะตื่นเต้นเวลาที่เห็นคนเต็มสเตเดี้ยม เห็นหน้าตาคู่แข่งที่น่ากลัว แต่คนที่จินตภาพมาล่วงหน้าก่อน เคยเห็นภาพนี้แล้วก็จะรู้สึกชิลล์กว่า เพราะนึกไว้แล้ว ซ้อมความคิดรับมือมาแล้ว

ฟังดูเหมือนไม่มีอะไร ก็แค่ทบทวน ควบคุมจิตใจให้ได้ในเวลาแข่งขันจริงก็เท่านั้น แต่เรื่องนี้แหละครับยากเหลือเกิน จนนักกีฬาหลายคนลงทุนจ้าง จ่ายผู้เชี่ยวชาญด้านนี้เพื่อยกระดับการเล่นของตนเอง ยกตัวอย่างคนใกล้ตัว นั่นคือยอดนักกอล์ฟสาวไทย เอรียา จุฑานุกาล ก็ยอมรับว่าก่อนที่เธอจะประสบความสำเร็จได้แชมป์แรก สิ่งที่โค้ชเสริมเข้ามาก็คือเรื่องวิธีคิด คิดให้เห็นภาพดี คิดเห็นภาพความสำเร็จ จนเป็นที่มาของคำว่า ‘I Love This Shot’ 

เธอจะรักในสิ่งที่เธอทำไป เพราะเป็นการเล่นที่มาจากการฝึกซ้อมมาอย่างดี ไตร่ตรองวางแผนมาอย่างดี แม้ผลจะออกไม่น่าพอใจก็ไม่มีประโยชน์อะไรที่จะโทษตัวเอง

ทั้งนี้ มีนักกีฬาระดับโลกอีกหลายคนที่ใช้วิธีแบบนี้ครับ 

Wayne Rooney 

ตำนานนักเตะแมนฯ ยูไนเต็ด และทีมชาติอังกฤษ คืนก่อนแข่งฟุตบอลพรีเมียร์ลีก Rooney จะถาม Kit Man ของทีมเสมอว่า พรุ่งนี้ทีมเขาจะใส่เสื้อสีอะไร กางเกงสีอะไร ถุงเท้าสีอะไร ทุกครั้ง เพื่อคืนก่อนการแข่งขัน เขาจะนอนบนเตียง และสร้างจินตนาการว่าตัวเองกำลังทำประตูและเล่นได้ดี” 

เจ้าตัวย้ำว่า “คุณจะต้องดึงตัวเองเข้าไปอยู่ในช่วงเวลานั้น และเตรียมตัวให้มีภาพจำนั้นอยู่ในหัวก่อนเกมจะเริ่มต้นขึ้น” การที่เขารู้ว่าเขาต้องสวมเสื้อสีอะไรก่อนแข่งนั้น มันทำให้ภาพในจินตนาการของเขาชัดเจนมากขึ้น สมจริงมากขึ้น 

Andy Murray นักเทนนิส

ก่อนแข่ง Wimbledon จะต้องขอเข้าไปนั่งที่เซ็นเตอร์คอร์ตคนเดียว ตอนที่สนามร้างๆ เพื่อเข้าไปหลับตาจินตนาการภาพตัวเองอยู่ในส่วนต่างๆ ของสนาม และกำลังทำ Action ต่างๆ 

Stephen Curry นักบาสฯ NBA 

Shonn Brown โค้ชของเคอร์รี่สมัยไฮสคูล ได้สอนการจินตภาพให้เคอร์รี่ โดยเขาจะนั่งที่ม้านั่งก่อนเกม และมองจนกว่าจะเห็นภาพว่าเกมที่กำลังจะเกิดขึ้นเป็นอย่างไร เขาทำตลอดจนเข้า Davidson College และถูกดราฟต์โดย Warriors ตอนนั้น Keith Smart ผู้ช่วยโค้ช ก็ยังเปิดกาสให้เคอร์รี่ใช้เวลาก่อนเกม 1 นาที เพื่อนั่งจินตภาพเหตุการณ์ที่อยากให้เกิดขึ้นในเกม 

ว่ากันว่าแม้ตอนนี้เคอร์รี่จะไปถึงแชมป์ NBA แล้ว แต่ก็ยังใช้จินตภาพแบบนี้อยู่

เรื่องแบบนี้ไม่ลองไม่รู้ แต่ลองทำดูก็ไม่น่าจะเสียหายอะไร เหมือนกับทฤษฎีแรงดึงดูด ที่ว่าหากเราพูดในเรื่องดีๆ คิดในสิ่งดีๆ ก็จะดึงพลังงานดีเข้ามาสู่ชีวิต ที่สำคัญ แก่นของ Imaginary Technique คือการทบทวน ทำซ้ำให้เกิดความเคยชินและชำนาญ เพื่อควบคุมจิตใจและอารมณ์ได้เมื่อปฏิบัติงานจริง

คุณสามารถทำได้ง่ายๆ เช่น ลองนึกดูว่าเมื่อเข้าห้องประชุมจะพรีเซ้นต์งานอย่างไร นักร้องสามารถนึกภาพตัวเองเล่นโชว์แล้วจะดึงคนดูเข้ามามีส่วนร่วมกับเขาตอนไหน นักเขียนตรึกอยู่เสมอว่า จะปูเรื่องหักมุมแบบไหนจะมัดใจผู้อ่าน 

ลองดูสักตั้งนะครับ เชื่อเถอะว่ามันจะดีขึ้น



Advertising