สุขภาพและกีฬา

ประกันเสื้อบอล กรมธรรม์แห่งใยผ้า

Published 21 ม.ค. 2019

By นันทขว้าง สิรสุนทร

Match-Worn-Shirt-and-Replica-health-and-sport-Rabbit-Today-banner

แม้คำเรียกแนวทางต่างๆ ของดนตรี (ป๊อป แจ๊ส บลูส์ ร็อก ฯลฯ) นั้น เหตุผลหลักๆ จะเริ่มมาจากการเป็น ‘ธุรกิจ’ แต่เราก็ยอมรับว่ามันมีความสำคัญ เพื่อสร้างความเข้าใจบางอย่างร่วมกัน …เหมือนดูหนังหรือภาพยนตร์ก็มี ‘ตระกูล’ ของมัน อธิบายอย่างย่นย่อก็คือ หนังมีสามสไตล์ (Style) และแตกแขนงแยกย่อยออกไปเป็น Genre แต่ละกลุ่ม (Thriller, Comedy, Epic, Drama, Documentary, Action ฯลฯ)

‘เสื้อบอล’ ก็ไม่ได้น้อยหน้า ‘หนัง’ และ ‘ดนตรี’ หรือ ‘วรรณกรรม’ นะครับ แม้จะไม่ใช่งานศิลปะ แต่ก็ถือว่ามีเรื่องราวให้เล่า มีการออกแบบดีไซน์แฝงอยู่ไม่น้อย และเสื้อบอลธรรมดาที่เราเห็นหรือใส่อยู่นี่แหละครับ เมื่อลองแบ่งคร่าวๆ ออกมา มันมีมากถึง 7 แบบ 7 ประเภท เพียงแต่เมื่อจะมีการประกันเสื้อ เป็นทรัพย์สินมูลค่า มีเพียงเสื้อฟุตบอล ‘บางตระกูล’ เท่านั้น ที่สามารถทำประกันได้

ตอนผมกับโรซ่า และ Rabbit Today จัดเทศกาลเสื้อบอลครั้งแรกในไทยที่ CTW เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมานั้น มีเสื้ออยู่แค่ 2 แบบที่ผมทำประกันได้กับบริษัทแห่งหนึ่ง เพื่อประกันเสื้อในงาน 9 วันที่จัด

เสื้อสองแบบคือ เสื้อพวก Match Worn Shirt

จะเทียบที่คุณค่า ราคาหรือความรื่นรมย์ทางจิตใจ (Emotional Impact) เสื้อ Match Worn Shirt อยู่อันดับ ‘สูงสุด’ กว่าเสื้อประเภทอื่นๆ แปลตรงๆ ก็คือ ‘เสื้อที่นักบอลจริงๆ ใส่เล่น’ เช่นถ้าบอกว่า นี่คือ Match Worn Shirt ของโรนัลโด้ ก็แปลว่า เป็นเสื้อที่โรนัลโด้ ของแมนฯ ยูไนเต็ด ใส่เตะบอลในสนาม ในธุรกิจการซื้อขายเสื้อบอลนั้น เสื้อประเภทนี้มักถูกนำมาเป็นจุดขาย หรือจุดเด่นของเว็บไซต์

แต่จากประสบการณ์ส่วนตัวหลายปี มีเสื้ออยู่น้อยมากที่เป็น Match Worn Shirt จริงๆ หลายครั้งก็อ้างกันเอง สร้างเรื่องกันเอง เรียกว่าตอแหลกันสนุกสนาน บางทีเปิดเว็บมา เสื้อ 100 ตัว มีถึง 80 ตัว ที่บอกว่าเป็นเสื้อนักบอลใส่แข่ง ลองวิเคราะห์สักนิด มันจะเป็นไปได้อย่างไร ผมคนหนึ่งที่จะไม่เชื่อ ‘ธรรมเนียมนิยม’

สุจริงๆ ของเสื้อประเภทนี้ คือ จะต้องบอกที่มาให้ได้ ‘ที่มา’ คือ ใครใส่ แมตช์ไหน เตะกับใคร วันใดเวลาใด และถ้าให้สมบูรณ์ มีหลักฐานหนักแน่นเพียงพอ เช่นแหล่งสอบถามที่ตรวจสอบได้ หรือมีภาพของนักบอลเจ้าของเสื้อ เวลาผมเจอคนมาบอกว่า นี่คือเสื้อ Match Worn Shirt ผมจะไม่เชื่อไว้ก่อน (แต่ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้) เสื้อกลุ่มนี้ถ้าเป็นของจริง ราคาพุ่งไปถึง 400-500 ปอนด์ ตามเกรดของนักบอล

เวลามีคนมาบอกว่า Match Worn Shirt อย่าลืมถามเขานะครับว่า ใคร Worn (นักบอลหรือคนขาย) ถ้าเป็นเสื้อจริงแท้ รายละเอียดทุกอย่างของเสื้อจะแตกต่างไปหมดจากเสื้อทั่วไป ยกตัวอย่างเช่น ถ้าเป็นเสื้ออิตาลี 1982 หากเป็น Match Worn Shirt จะไม่มีตรา ‘เลอ ค็อก’ ที่หน้าอกขวา

ประกันเสื้อบอล กรมธรรม์แห่งใยผ้า,สุขภาพและกีฬา,Rabbit Today

ขณะที่เสื้อทั่วไป จะมีตราที่ว่านี้ที่ขายทั่วไป ในกลุ่มของ Match Worn นั้น จะแยกย่อยออกมาอีกคำคือ Player Worn ซึ่งก็คล้ายๆ กันคือ เป็นของนักเตะใส่ลงเล่น เสื้อกลุ่มนี้มีราคาที่สูงกว่าเสื้อทุกประเภท และมีกลุ่มทำงานอาชีพที่เรียกว่า Kit Manager กับ Kit Worker เป็นผู้คอยหาเสื้อนักบอลให้ลูกค้า

แน่นอน พวกเขาต้องมีเส้นสายพอสมควรกับ ‘คนใน’ ส่วนคำว่า Kit Manager หรือ Kit Worker นั้น สามารถอ่านได้ในหัวข้อ ‘แหล่งที่มาของเสื้อบอล’

อีกแบบคือ Player Version

เสื้อประเภทที่ 2 นี้ มีความละม้ายกับเสื้อ Match Worn Shirt ตรงที่เหมือนกันทุกอย่าง แต่ไม่ได้ ‘ใส่’ โดยนักบอล ทางบริษัททำออกมาเพื่อรองรับความต้องการของแฟนบอล ที่อยากจะเป็นหนึ่งเดียวกันกับทีมโปรด (อย่าลืมว่า การใส่เสื้อคือการประกาศตัวแบบหนึ่ง) ถามต่อว่า แล้วมันต่างจากเสื้อ Replica ที่แฟนบอล ‘ทั่วไป’ ซื้อมาใส่อย่างไร อธิบายได้ดังนี้ครับ

เสื้อ Replica จะมีทุกอย่างเหมือน Player Version แต่จะมีบางอย่างที่ต่างออกไป เช่น เสื้อเยอรมันแชมป์โลก 1990 ที่มีสามสีธงชาติขวางลำตัวสวยงามนั้น ถ้าเป็นเสื้อทั่วไปของรุ่นนี้ ตราโลโก้ adidas อกซ้าย จะไม่ตกลงไป ‘ตรงร่อง’ แต่จะลอยขึ้นมาเสมอกับโลโก้อินทรีเหล็กกลมๆ ด้านขวา แต่พอเป็นเวอร์ชั่นที่นักบอลใส่ (เพียงแต่ไม่ใช่ Match Worn Shirt) ตรา adidas จะเป็นด้ายเย็บ แถมมีตัวอักษร adidas อยู่ข้างใต้ ซึ่งเสื้อทั่วไปของรุ่นนี้ อาจเป็นแค่ ‘สกรีน’ บางๆ

ถ้าเปรียบเป็นหนัง DVD แล้ว Player Version คือ Limited Edition ขณะที่ DVD เรื่องเดียวกัน ที่ขายทั่วไป ก็เป็นหนังเหมือนกันแหละ แต่ไม่มีอะไรพิเศษผิดกับ Limited ที่มีเรื่องสีสันจุกจิกแถมมา ทำให้สินค้ามีความเหนือกว่าตรงนี้

ลองดูตัวอย่างที่อาจจะเคลียร์มากขึ้น ผมมีเสื้อแมนฯ ยูไนเต็ด 1993 ที่เป็นคอเชือกอยู่ 8 ตัว ตัวที่เป็นเสื้อทั่วไป (Replica) ก็อย่างที่เห็น แต่ 3 ตัวที่เป็น Player Version ตรงตราแมนฯ ยูไนเต็ด จะเป็นด้ายเย็บฝังติดกับเนื้อผ้า ขณะที่เสื้อทั่วไป ตราแมนฯ ยูไนเต็ด เป็นโฟมนูนๆ

ด้ายเย็บคือ Player ส่วนโฟมนูนคือ Replica อีกตัวอย่างหนึ่งคือ เสื้ออาร์เจนตินา 1986 ที่มาราโดน่าใส่นั้น เป็น ‘คอกลม’ แต่ Replica ที่ออกมาขายเป็น ‘คอวี’ มันจะมีความแตกต่างกันเล็กๆ น้อยๆ ที่รู้กันในหมู่เซียนเสื้อหรือนักเล่น หรือบางที Player มีเบอร์เป็นกำมะหยี่ แต่ Replica มีเบอร์คือ เฟลค หรือพลาสติกลื่นๆ เหมือนที่เสื้อปลอมเขารีดกัน (ซึ่งที่แมนฯ ยูไนเต็ด และลิเวอร์พูล ก็ใช้แบบนี้)

ประกันเสื้อบอล กรมธรรม์แห่งใยผ้า,สุขภาพและกีฬา,Rabbit Today

ถ้าคุณไม่แคร์ ก็ไม่ต้องสนใจ เพราะมันคือเสื้อที่มีเกือบทุกอย่างเหมือนกัน

แต่ไม่ ‘ทุกอย่าง’ เท่านั้นเอง

เสื้ออีกตระกูลหนึ่ง ที่ทำประกันได้ แต่ไม่มีค่าตอบคืนที่สูง คือเสื้อตระกูล Replica ที่ต้องมีระยะเวลาที่นานพอสมควรกล่าวคือ ในบรรดาเสื้อที่ถูกต้องตามที่สโมสรออกมานั้น เสื้อ Replica คือเสื้อที่มีเยอะที่สุด ใส่กันมากที่สุด เพราะมันคือเสื้อที่เราๆ ท่านๆ ซื้อกันตามห้าง ตามสโมสร และตามทั่วไปนั่นเอง ที่เห็นแฟนบอลใส่กันในสนามนั่นแหละคือ Replica หรือที่เราเห็นตามห้าง ตามช็อปขายกันราคา 2,650-2,700 บาท นั่นแหละคือ Replica

สิ่งที่ทำให้เสื้อ Replica แตกต่างกันไปก็คือ ทุกวันนี้มีประเทศที่ผลิตเสื้อรุ่นเดียวกันถึง 3-4 แห่งทั่วโลก เอเชียผลิตที่ไทย, จีน, กัมพูชา หรือที่ยุโรป ผลิตที่โปรตุเกส, สหราชอาณาจักร ฯลฯ

ขณะที่โมร็อกโกก็เป็นชาติที่ผลิตเสื้อออกไปขายทั่วไป แฟนบอลบางคนไม่ทราบ ก็มาเถียงว่า ของชาตินั้นปลอม ชาตินี้จริง ทว่า ความจริงคือ จริงทั้งคู่ แต่มาจากแหล่งผลิตคนละที่ เสื้อทีมจากอิตาลี ย่อมมีผ้าที่มีดีเทลละเอียดกว่าเสื้ออิตาลีที่ผลิตที่จีนหรือฮ่องกง

บางทีม เสื้อผลิตต่างที่กัน มีความหนาบางไม่เท่ากัน แต่มันคือ เสื้อทีมอย่างถูกต้องเหมือนกัน เป็นเสื้อที่เราสามารถซื้อได้ตามช็อปทั่วไป เพราะ Replica มีปริมาณมากสุด บางคนเรียกเสื้อประเภทนี้ว่า Formotion แต่คนเล่นเสื้อ เขาเรียกกันว่า Replica มันเหมือนเราจะเรียก ‘รถ’ ว่า ‘รถ’ แต่เราจะไม่พูดว่า ‘พาหนะ’ ของเราจอดชั้นไหน



Advertising