สุขภาพและกีฬา

โรคเนื้อเน่าหรือแบคทีเรียกินเนื้อคนพบไม่บ่อย แต่มีความรุนแรงมาก

Published 4 พ.ย. 2019

By Rabbit Today

โรคเนื้อเน่าหรือแบคทีเรียกินเนื้อคนพบไม่บ่อย แต่มีความรุนแรงมาก

หลังคนดังวงการบันเทิงอย่าง บอย ปกรณ์ และแจ็ค ไรเดอร์ กลับจากญี่ปุ่นและพบอาการเนื้อเน่าจากการโดนแมลงกัด จนต้องแอดมิตเข้าโรงพยาบาลเพื่อผ่าตัดคว้านเนื้อตายออก ข่าวนี้ฟังดูน่ากลัว และถ้าไม่ศึกษาในรายละเอียดก็อาจจะแตกตื่นกันได้

บอยเล่าว่า โดยเริ่มรู้สึกว่าตัวเองมีอาการเหมือนกับว่าบวม ตอนแรกเข้าใจว่าเป็นหนองเฉยๆ เหมือนเป็นฝีหรือเปล่า ไปๆ มาๆ ไม่ใช่ เพราะมันเริ่มอักเสบเยอะและเริ่มลามประมาณ 2 ฝ่ามือ ซึ่งก็ใหญ่เหมือนกัน เลยไปหาหมอ ก่อนหน้านี้พี่แจ็ค ไรเดอร์เป็น และต้องผ่าตัดออกไปแล้ว ปรากฏว่าผมกับพี่แจ็คอาการเหมือนกันเลย พี่แกเขาก็เลยแนะนำให้ไปหาอาจารย์หมอเดียวกัน

"เป็นมาประมาณ 2-3 วัน คือเราไม่รู้ว่าเราไปโดนตอนไหน รู้ตัวว่าคันตอนไปลงออนเซ็น เป็นไปได้ว่าเราอาจจะโดนกัดตอนที่เราออกไปแช่น้ำข้างนอกตรงที่เป็นโซนเอ้าต์ดอร์ ไปโดนกัดตรงนั้นหรือเปล่าอันนี้ก็ไม่แน่ใจ"

นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรคให้ความเห็นถึงโรคดังกล่าวว่า “ในส่วนของโรคที่เป็นข่าว ต้องแยกเป็น 2 ส่วน บางท่านถูกแมลงกัด แต่โดยปกติเราจะไม่พบตัวแมลงกินเนื้อคน เมื่อแมลงกัดมีโอกาสที่จะเกิดแบคทีเรียติดเชื้อซ้ำซ้อน แบคทีเรียบางชนิดที่ติดเข้ามามันมีฤทธิ์ และส่งผลต่อร่างกายในการทำลายเนื้อเยื่อ ทำให้เนื้อตาย จึงเรียกว่าเป็นแบคทีเรียที่ทำให้เนื้อเน่าตาย หรือแบคทีเรียกินเนื้อคน ซี่งความจริงก็คือทำให้เนื้อเน่าตายนั่นละ

“จริงๆ เวลาเราถูกแมลงกัดจะมีอาการหลายรูปแบบ อันดับแรกกัดแล้วเจ็บเฉยๆ บางรายกัดแล้วมีอาการแพ้ ที่เราเห็นอยู่เนืองๆ คือทำให้ช็อกได้ บางรายถูกกัดแล้วมีเหล็กในฝัง ถ้าไม่เอาออกก็จะมีปัญหาตามมา เช่น เป็นฝี เป็นหนอง แต่บางรายถูกกัดแล้วดูแลแผลไม่ดี หรือมีความเสี่ยง ประกอบกับมีภูมิคุ้มกันต่ำ พอไปสัมผัสเชื้อจากสิ่งแวดล้อม เจอเข้ากับแบคทีเรีย ก็จะเกิดการทำลายเนื้อเยื่อพังผืดในกล้ามเนื้อ ส่งผลให้เนื้อตายและลามไปได้อย่างเป็นข่าว กล่าวโดยสรุปแมลงโดยทั่วไปเวลากัด แล้วถ้าเราดูแลบาดแผลไม่ดีก็จะติดเชื้อจากแบคทีเรียได้ 

“จริงๆ โรคเนื้อเน่าตายในไทยปีๆ หนึ่งเราพบ 100-200 รายต่อปี กลุ่มที่เป็นส่วนใหญ่คือเกษตรกร เพราะต้องไปทำไร่ทำสวน เจอบาดแผลระหว่างทำอาชีพอยู่ ลุยน้ำลุยโคลนก็เลยติดเชื้อเข้ามา กับยิ่งถ้าเกาก็ยิ่งติดเชื้อเพิ่มเติม

“วิธีการการรักษาในเบื้องต้นหากพบอาการคัน ควรหมั่นทำความสะอาดบาดแผลบ่อยๆ และใส่ยา แต่ถ้ามีไข้แนะนำให้รีบไปหาหมอครับ”

อย่างที่ทราบกันดีว่าผิวหนังเป็นอวัยวะที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในร่างกายคนเรา จึงมีโอกาสที่จะเจ็บป่วยอันเนื่องมาจากโรคผิวหนังได้ง่าย โดยเฉพาะโรคแบคทีเรียกินเนื้อคน หรือโรคเนื้อเน่า (Necrotizing fasciitis) เป็นการติดเชื้อแบคทีเรียที่เนื้อเยื่อใต้ผิวหนังได้แก่ ไขมันใต้ผิวหนัง พังผืด และกล้ามเนื้อ โรคแบคทีเรียกินเนื้อคนพบไม่บ่อย แต่มีความรุนแรงมากซึ่งอันตรายถึงกับชีวิตหากรักษาไม่ทัน เชื้อจะทำลายเนื้อเยื่อใต้ผิวหนัง กล้ามเนื้อ

แต่หากเป็นคนแข็งแรง มีภูมิปกติ และมีการดูแลแผลอย่างถูกต้องโอกาศที่จะเป็นโรคนี้จะน้อย

สาเหตุโรคแบคทีเรียกินเนื้อคน

เกิดจากเชื้อแบคทีเรียที่เรียกว่า Streptococcus หรือที่เรียกว่าแบคทีเรียกินเนื้อคน เมื่อเชื้อเข้าสู่เนื้อเยื่อโดยผ่านทางแผลเล็กที่ผิวหนัง เชื้อจะเจริญอย่างรวดเร็วและหลั่งสารพิษที่เรียกว่า Toxin ซึ่งจะทำลายเนื้อเยื่อ และทำให้เลือดมาเลี้ยงบริเวณนั้นไม่พอ เมื่อกล้ามเนื้อตาย เชื้อจะเข้ากระแสเลือดและลามไปทั่วร่างกาย

อาการของโรคแบคทีเรียกินเนื้อคน

มีอาการปวดแขน/ขา หรือบริเวณที่เป็นโรคอย่างมากไม่สอดคล้องกับสิ่งที่เห็น เช่น มีผื่นที่ผิวหนังเล็กน้อย โรคเนื้อเน่าเกิดกับส่วนใดๆ ของร่างกายก็ได้ แต่พบบ่อยที่แขน/ขา บริเวณฝีเย็บ และลำตัว มักจะมีประวัติได้รับอุบัติเหตุ ไปเที่ยวทะเล ถูกก้างปลา

อาการจะเริ่มจากมีก้อนซึ่งเจ็บขึ้นที่ผิวหนัง ก้อนนั้นโตขึ้นอย่างรวดเร็ว และเปลี่ยนเป็นสีออกม่วงและมีอาการปวดมาก บริเวณรอบของก้อนจะกลายเป็นเนื้อตายมีสีดำ ผิวจะแยกออก และมีน้ำเหลืองไหลออกมา 

สำหรับอาการทั่วไปคือ มีไข้สูง หนาวสั่น คลื่นไส้อาเจียน เหงื่อออก เป็นลม ช็อกหมดสติ

อาการของโรคแบคทีเรียกินเนื้อคน แบ่งตามระยะเวลาที่เกิดโรค

อาการของโรคเนื้อเน่าตั้งแต่วันที่ 1-2 

จะมีอาการปวดบริเวณที่เกิดโรค บวม และแดง ลักษณะจะคล้ายกับผิวหนังอักเสบ หรือไฟลามทุ่ง แต่โรคเนื้อเน่าเกิดในชั้นลึกซึ่งมองไม่เห็น อาการปวดจะรุนแรงมากขึ้นซึ่งไม่สอดคล้องกับอาการทางผิวหนังที่ตรวจพบ

ขอบเขตของโรคไม่ชัดเจน พบว่าบริเวณที่กดเจ็บจะกว่ากว่าบริเวณผื่น (ผิวหนังอักเสบจะกดเจ็บเฉพาะบริเวณผื่น) 

ไม่ตอบสนองต่อยาปฏิชีวนะ ไม่ค่อยมีท่อน้ำเหลืองอักเสบ ผู้ที่เป็นโรคนี้จะมีอาการไข้ ครั่นเนื้อครั่นตัว หัวใจเต้นเร็ว มีลักษณะขาดน้ำ

อาการของโรคเนื้อเน่าวันที่ 2-4

พบว่าบริเวณที่บวมจะกว้างกว่าบริเวณผิวหนังที่แดง มีผื่นพุพองซึ่งบ่งบอกว่าผิวหนังขาดเลือด และมีเลือดออกในพุพอง (ซึ่งไม่พบในผู้ป่วยผิวหนังอักเสบ) ผิวจะมีสีออกคล้ำเนื่องจากผิวหนังเริ่มตาย เมื่อกดผิวหนังจะพบว่าแข็ง ไม่สามารถคล้ำขอบเขตของกล้ามเนื้อ (ต่างจากผิวหนังอักเสบ) อาจจะคลำได้กรอบแกรบใต้ผิวหนังเนื่องจากเกิดก๊าซใต้ผิวหนัง อาการปวดอาจจะมากหรืออาจจะไม่ปวดเนื่องจากเส้นประสาทเริ่มตาย หากมีแผลจะพบว่าแผลจะแยกง่ายเลือดไม่ค่อยไหล

อาการของโรควันที่ 4-5 

จะมีความดันโลหิตต่ำ และมีภาวะโลหิตเป็นพิษ ผู้ป่วยจะไม่ค่อยรู้สึกตัว

ความสำคัญของโรคแบคทีเรียกินเนื้อคน หรือโรคเนื้อเน่า (Necrotizing fasciitis)

โรคนี้วินิจฉัยในระยะเริ่มต้นของโรคยาก เพราะจะมีอาการเหมือนกับโรคผิวหนังอักเสบ Cellulitis อาการที่สำคัญที่ทำให้คิดถึงโรคนี้ได้แก่ อาการไข้สูง อาการปวด และกดเจ็บบริเวณแผล อาการของผู้ป่วยมากกว่าที่ตรวจพบ จะมีผื่นพุพอง และผิวหนังบริเวณที่เกิดโรคจะมีสีคล้ำม่วงๆ (ซึ่งไม่พบในผู้ป่วยโรคผิวหนังอักเสบ Cellulitis)
หากพบอาการดังกล่าวจะต้องรีบให้การรักษาทันที

เชื้อที่เป็นสาเหตุโรคแบคทีเรียกินเนื้อคน หรือโรคเนื้อเน่า (Necrotizing fasciitis)

ส่วนใหญ่เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย แต่สามารถแบ่งได้ดังนี้

  • Type 1 - เกิดจากเชื้อแบคทีเรียหลายชนิดทั้งที่ใช้ออกซิเจน Aerobic และไม่ใช้ออกซิเจน Anaerobic bacteria การติดเชื้อนี้มักพบในผู้ป่วยที่ภูมิคุ้มกันไม่ดี หรือมีโรคเรื้อรัง
  • Type 2 - เกิดจากเชื้อ Group A streptococcus (GAS): เป็นการติดเชื้อกับคนที่แข็งแรง
  • Type 3 - เกิดจากเชื้อแบคทีเรียชนิด Gram-negative monomicrobial infection: เช่น  Vibrio spp. และ Aeromonas hydrophila, กลุ่มนี้มักจะเกิดติดเชื้อกับผู้ป่วยที่เป็นโรคตับโดยเชื้อจะเข้าตามผิวหนังที่มีแผลเดิม หรือแผลถูกตำ การติดเชื้อนี้จะรุนแรงและเสียชีวิตใน 48 ชั่วโมง
  • Type 4 - เกิดจากเชื้อราได้แก่: Zygomycetes ติดเชื้อหลังจากเกิดแผล หรือไฟไหม้, เชื้อ Candidal infection เกิดในผู้ป่วยที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง อัตราการเสียชีวิตสูงเช่นกัน

ปัจจัยเสี่ยงของการเกิดโรคแบคทีเรียกินเนื้อคน หรือโรคเนื้อเน่า (Necrotizing fasciitis)

ปัจจัยเสี่ยงของการเกิดโรคเนื้อเน่าได้แก่

  • ผิวหนังมีแผลจากแมลงกัดต่อย อุบัติเหตุถูกของมีคมตำหรือบาด แผลผ่าตัด
  • มีโรคประจำตัวเช่น ติดสุรา ติดยาเสพติด โรคตับ โรคไต โรคเบาหวาน โรคมะเร็ง โรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง วัณโรค
  • อาจจะเกิดหลังจากป่วยเป็นโรคไข้สุกใส
  • มีการใช้ยา Steroid

การวินิจฉัยโรคแบคทีเรียกินเนื้อคน หรือโรคเนื้อเน่า (Necrotizing fasciitis)

โรคนี้วินิจฉัยได้โดยประวัติ การตรวจร่างกาย แพทย์จะเจาะเลือดตรวจเลือดทั่วไป เคมีของเลือด เพาะเชื้อจากเลือด เพื่อเตรียมผ่าตัด หากสงสัยให้ผ่าตัดทันทีซึ่งจะพบลักษณะสำคัญคือ จะมีเนื้อตายสีเทา เลือดไม่ค่อยไหล เส้นเลือดอุดตัน เนื้อเยื่อแยกจากกันง่าย

การป้องกันโรคเนื้อเน่า

การป้องกันการติดเชื้อ Group A streptococcal infection (GAS) มีดังนี้

  • ผู้ที่สัมผัสผู้ป่วยทุกรายควรจะได้รับข้อแนะนำการปฏิบัติตัว และอาการของโรค
  • การให้ยาปฏิชีวนะเพื่อป้องกันจะให้ในกรณีทารกหรือแม่ที่คนใดคนหนึ่งติดเชื้อ Invasive GAS ผู้ที่สัมผัสใกล้ชิดและมีอาการของการติดเชื้อ เช่นเจ็บคอ ไข้ ติดเชื้อผิวหนัง สมาชิกในครอบครัวควรจะได้ยาปฏิชีวนะหากมีสมาชิกในครอบครัวปวดด้วยโรคนี้ มากกว่า 2 คนใน 1 เดือน
  • Penicillin V เป็นยาที่นิยมให้เพื่อป้องกัน หากแพ้ยา Penicillin ก็ใช้ยา Azithromycin แทน

การดูแลแผล

การดูแลแผลเป็นวิธีการที่ดีที่สุดในการป้องกันโรคเนื้อเน่า เมื่อเกิดแผลแม้ว่าจะเล็กน้อยต้องรีบทำความสะอาดแผลด้วยน้ำสะอาดจนแผลสะอาดจะต้องทำความสะอาดแผลทุกวัน และใช้อุปกรณ์ทำแผลที่สะอาด และปิดแผล จนกระทั่งแผลหายสนิท ระหว่างที่มีแผลพยายามหลีกเลี่ยงการใช้สระน้ำร่วมกัน การใช้อ่างอาบน้ำ ล้างมือทุกครั้งก่อนและหลังสัมผัสแผล 



Advertising