สุขภาพและกีฬา

ยาต้านการอักเสบชนิด COX-2

Published 19 มี.ค. 2019

By อายุรศาสตร์ง่ายนิดเดียว

NSAIDs-health-and-sport-Rabbit-Today-banner

ยาลดปวดต้านอาการอักเสบเป็นยาที่เราใช้กันบ่อยมากชนิดหนึ่ง ต่างจากยาฆ่าเชื้อนะครับ หลายๆ คน จะยังเข้าใจคลาดเคลื่อนและเรียกผิดว่าเป็นยาแก้อักเสบ แต่วันนี้เราจะมาพูดถึงยาลดอาการอักเสบของจริงกัน

ที่เรียกว่ายาลดอาการอักเสบ เพราะว่าจริงๆ แล้วกระบวนการอักเสบเป็นกระบวนการรักษาตัวเองอันหนึ่งของมนุษย์ แต่ว่าผลจากการอักเสบจะมีอาการปวดบวมแดงร้อน ที่เราไม่ได้ปรารถนาสักเท่าไร การใช้ยาต้านการอักเสบจะไปช่วยลดการอักเสบลงแต่ก็ไม่ได้ทำให้การรักษาตัวเองของร่างกายแย่ลงมากนัก ส่งผลให้เราสามารถลดปวดลดบวมได้

ยาต้านการอักเสบที่นิยมให้มีสองชนิด ชนิดแรกคือสารสเตียรอยด์ ชนิดที่ 2 เราเรียกว่ายาต้านการอักเสบชนิดที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (Non-Steroidal Anti-inflammatory Drugs: NSAIDs) ยา NSAIDs นี้จะเป็นยาที่เรามาพูดถึงในวันนี้ เราอาจจะเคยเห็นยา NSAIDs ว่าเป็นยาแก้ปวด ยาแก้ขัดยอก แก้ปวดกล้ามเนื้อ ปวดหลัง ปวดข้อ ซึ่งล้วนแต่ไปลดการอักเสบทั้งนั้น 

ในอดีตยากลุ่มนี้จะมีผลข้างเคียงที่สำคัญคือทำให้กระเพาะอาหารเกิดการอักเสบและเลือดออกได้ ยิ่งคนที่มีแผลในกระเพาะหรือเสี่ยงต่อการมีแผล จะยิ่งมีโอกาสเกิดได้ง่ายขึ้น เพราะยามันไปยับยั้งเอนไซม์ COX ทั้ง 2 ชนิด COX-1 ใช้ในการปกป้องกระเพาะอาหาร ส่วน COX-2 คือตัวที่ทำให้เกิดการอักเสบ ร่างกายเรามีการควบคุมแบบหยินหยางเช่นกันครับ

เราจึงพัฒนายาที่ยับยั้งเฉพาะเอนไซม์ COX-2 เพื่อจะได้ไม่ไปยุ่งกับกระเพาะอาหารมากนัก จะได้ลดผลข้างเคียงลง และคนที่เสี่ยงต่อแผลในกระเพาะหรือเลือดออกจะได้มีโอกาสใช้เพิ่มขึ้น เรียกยากลุ่มนี้ว่า ยายับยั้ง COX-2 (COX-2 Inhibitors) ที่จะมีชื่อลงท้ายด้วย -coxib เช่น Celecoxib, Etoricoxib และ Parecoxib ยากลุ่มนี้สามารถลดผลข้างเคียงต่อกระเพาะอาหารได้จริง และยังมีประสิทธิภาพในการลดปวดลดการอักเสบได้ดีเช่นเดิม เราจึงนิยมใช้ในผู้ที่เสี่ยงต่อการเกิดเลือดออกในกระเพาะโดยเฉพาะผู้สูงวัย

แต่ว่ามีผลข้างเคียงอันหนึ่งที่พึงระวังในการใช้ยาคือ อาจจะทำให้โรคหัวใจและหลอดเลือดที่เป็นอยู่แล้ว มีโอกาสแย่ลงจนเกิดอันตรายได้ ในอดีตยา Rofecoxib เกิดผลข้างเคียงนี้จนต้องถอนยาออกจากท้องตลาดมาแล้ว และแม้ว่าปัจจุบันจะมีการศึกษาว่าการใช้ยา Celecoxib และ Etoricoxib จะเกิดผลข้างเคียงต่อหัวใจและหลอดเลือดในกลุ่มคนที่ป่วยเป็นโรคแล้วหรือเสี่ยงสูง เกิดไม่ได้ต่างจากยากลุ่มเดิม (ที่ยับยั้งทั้ง 2 เอนไซม์) แต่อัตราการเกิดโรคหัวใจที่แย่ลงมันก็ยังปรากฏให้เห็นอยู่ดี

ดังนั้น หากเราจะเลือกใช้ยาชนิดนี้เพื่อหวังผลลดอาการข้างเคียงของกระเพาะอาหาร อาจจะต้องระวังว่าเราเสี่ยงหรือเป็นโรคหัวใจและหลอดเลือดหรือไม่ด้วย โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงวัยหรือมีโรคร่วมอื่นๆ เช่น เบาหวานหรือความดันโลหิตสูงครับ หากใช้ยากลุ่มนี้ต้องระมัดระวังมากๆ และถ้ามีโรคประจำตัวจะต้องแจ้งแพทย์ที่ดูแลรักษา เพราะมีโอกาสที่โรคหัวใจและหลอดเลือดที่เป็นอยู่จะมีโอกาสแย่ลงได้ครับ



Advertising