สุขภาพและกีฬา

โตเกียว 2020 มหกรรมแห่งความมีส่วนร่วม

Published 7 พ.ค. 2019

By พรรษิษฐ์ วิชญคุปต์

Olympic-2020-health-and-sport-Rabbit-Today-banner

ญี่ปุ่น ชื่อนี้ย่อมไม่ธรรมดา หรือไอ้ความธรรมดาปกติจนไม่น่าเชื่อนี่แหละส่งให้พวกเขาเป็นชาติที่ไม่ธรรมดาจนเป็นเอกลักษณ์ โดยเฉพาะเรื่องระเบียบวินัย สำนึกดีในการอยู่ร่วมกัน อยู่อย่างเท่าเทียมกับความคิดง่ายๆ ไม่เอาเปรียบ ไม่เลื่อมเส้นก้าวข้ามสิทธิใคร รักษาสิทธิตน บวกกับน้ำใจที่มีให้กัน เท่านั้นพวกเขาก็อยู่กันอย่างร่มเย็นพร้อมพัฒนาไปได้อย่างน่าปรบมือ

ดังนั้น ไม่ว่าพวกเขาจะทำอะไรมักเป็นที่จับตามอง ทั้งในแง่เทคโนโลยีหรือแม้แต่วิธีที่พวกเขาเอาตัวรอดจากวิกฤติ จึงไม่ต้องแปลกใจเมื่อ ญี่ปุ่นได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพ โอลิมปิก โตเกียว 2020 ใครๆ ก็สนใจ เริ่มต้นกับความเร้าใจเพียงแค่ได้เป็นเจ้าภาพ พวกเขาแนะนำให้โลกรู้จัก 5 กีฬาใหม่ที่ผลักดันเข้าโอลิมปิกเป็นครั้งแรก

ทั้ง Karate, Roller sports, Sport climbing, Wakeboarding และ Wushu ไหนจะไม้เด็ดเรียกรอยยิ้มให้คนทั้งโลก เมื่อเปิดตัวแอมบาสเดอร์คนพิเศษอย่าง โดราเอมอน เพียงแค่นี้ก็ทำเอาใครหลายคนจับจ้องในความสร้างสรรค์ น่าสนใจ เปี่ยมไปด้วยอัตลักษณ์แดนอาทิตย์อุทัยครั้งนี้

ที่เกริ่นมาก็คงเพียงพอจะส่งให้ โอลิมปิก 2020 ณ มหานครโตเกียว ควรได้รับการจับจ้องทั้งในเรื่องผลการแข่งขัน ศักยภาพที่สูงขึ้นของมนุษย์ผ่านมาตรวัดเรื่องกีฬา หรือการยกระดับความคิดสื่อสารยังวงการตามแบบฉบับญี่ปุ่นแท้ จะมีกิมมิกอะไรให้เราว้าวกันอีก

เหมือนไอเดียล่าสุดของเจ้าภาพ ประกาศแล้วว่าเหรียญรางวัลทั้งหมดมากกว่า 5,000 เหรียญ ของโอลิมปิก และพาราลิมปิก 2020 จะมาจากกระบวนการรีไซเคิลขยะอิเล็กทรอนิกส์

ไม่ทำเล่นๆ ทว่าโครงการนี้ ญี่ปุ่นก่อตั้งและสานต่อมาตั้งแต่ปี 2017 หลังเก็บรวบรวมเอาขยะอิเล็กทรอนิกส์ได้มากพอ ทั้ง Smartphones และ Laptops จากนั้นก็นำมาแยกชิ้นส่วน ตั้งเป้าไว้ที่ ทองคำ 30.3 kg เงินอีก 4,100 kg of silver และ บรอนซ์ 2,700 kg 

ทั้งนี้ทางเจ้าภาพตั้งเป้าจะรวบรวมให้ครบตามจำนวนที่คาดการณ์ไว้ เสร็จสิ้นในเดือนมีนาคมนี้ อันที่จริงการเตรียมตัวของญี่ปุ่นถือว่าพร้อมมาก ยกตัวอย่าง Bronze ยอดทะลุเป้าไปตั้งแต่มิถุนายนปีก่อน ขณะที่ Gold รวมได้แล้วกว่า 90% และ Silver 85% คือยอดที่เช็คล่าสุดก่อนออกข่าว

ขณะที่การออกแบบอย่างเป็นทางการของเหรียญรางวัลจะเผยโฉมออกมาในปีนี้ รอชมกันได้เลย 

ว่าแต่ทำไมญี่ปุ่นถึงคิดอะไรแบบนี้ในโอลิมปิก จริงๆ แล้วเรื่องราวดังกล่าวไม่ใช่ผุดมารับโอลิมปิกตรงๆ นัก แต่เป็นหนึ่งในหลากหลายโครงการของรัฐบาลที่จะลดจำนวนขยะลงให้ได้จากภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม โดยขอความร่วมมือจากประชาชนให้นำเอาขยะอิเล็กทรอนิกส์ออกมาบริจาค ไหนๆ ก็ไม่ใช้แล้ว ทั้งหมดสอดคล้องไปกับแผนระยะยาวเกี่ยวกับนโยบายเพื่อสิ่งแวดล้อม 

หลักๆ รัฐบาลวางแผนแก้ปัญหาการเปลี่ยนแปลงทางภูมิอากาศ โดยตั้งเป้าลดก๊าซเรือนกระจกลง 30% ให้ได้ภายในปี 2030 นอกจากเรื่องเหรียญรางวัลจากขยะรีไซเคิล พื้นที่บริเวณหมู่บ้านนักกีฬาจะเปลี่ยนให้เป็นพื้นที่ที่มีการปล่อยค่าคาร์บอนต่ำ ส่วนพื้นที่อื่นๆ ในเมืองจะมีการนำระบบขนส่งและรถยนต์ที่ใช้พลังงานไฟฟ้าและพลังงานไฮโดรเจนมาใช้ภายในปี 2030

เชื่อหรือไม่ว่าแนวคิดแบบนี้ได้รับความร่วมมือที่ดีมาก เพราะเห็นเป็นรูปธรรม มีแผนงานชัดเจน แถมประชาชนมีส่วนร่วมได้โดยตรง เห็นผลว่าเงินที่จ่ายไปกลับมาสู่ชีวิตแบบไหน ขยะที่เกะกะกลับมาเป็นอะไรที่มีความหมายผูกพันให้เกิดความมีส่วนร่วมขนาดไหน 

เฉพาะโครงการทำเหรียญโอลิมปิกจากมือถือเก่าไม่ใช้แล้ว ก็มีคนญี่ปุ่นแท้บริจาคเองหรือไปร่วมกับโปรโมชั่นของบริษัทขายมือถือกว่า 5 ล้านเครื่อง คิดเป็นน้ำหนักก็เบาๆ 47,488 ตัน ก็เท่านั้น ไหนจะเรื่องอาสาสมัคร จากข้อมูลที่ คณะทำงานโอลิมปิก 2020 เผยออกมาเมื่อเดือนมกราคม ยอดพุ่งไปถึง 204,680 ราย

คงไม่ต้องบอกเลยว่า นโยบายแบบนี้ของรัฐบาล คะแนนนิยมจะโหวตให้มาก-น้อยแค่ไหน



Advertising