สุขภาพและกีฬา

จาก Peloton Bike ถึง Movie Bike

Published 14 ม.ค. 2019

By Rabbit Today

Peloton-Bike-To-Movie-Bike-health-and-sport-Rabbit-Today-banner

ราวๆ ต้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ผมเขียนเรื่องเทรนด์ใหม่ Peloton Bike ที่กำลังบูมไปทั่วโลก จนคอนโดฯ ดีๆ อย่างแสนสิริ เป็นเจ้าแรกที่เอามานำเสนอกับผู้อยู่อาศัย…แสนสิริคิดเรื่องนี้ตั้งแต่เมื่อ 1 ปีที่แล้ว อาจจะเร็วกว่าบางแวดวงที่เอา ‘จักรยาน’ ไปเล่นมาร์เก็ตติ้งในหนังด้วยซ้ำ

โดยส่วนตัว ผมค่อนข้างเชื่อว่า Peloton Bike นั้นเป็นเทรนด์ที่ผูกตัวเองกับเทรนด์ Sharing Economy อยู่พอสมควร เพราะในการนั่งคร่อมปั่น ขี่ปั่นของสาวๆ มันมีเรื่องการตั้งเซตโปรแกรมเพื่อเล่นกับนักปั่นจากทั่วโลกได้ ถ้าคุณเข้าไปดูในเว็บพวกนี้ สิ่งที่มันดีมากอย่างหนึ่งคือ นอกจากสาวๆ นักออกกำลังกายจะได้เหงื่อไคลแล้ว…

พวกเธอยังได้เพื่อนใหม่ ในการจัดตั้งกลุ่มไลน์ มีเพื่อนเป็นชาวต่างชาติ ชักชวนกันไปเยี่ยมเยียน กลายมาเป็นเพื่อนรัก ที่เวลาเดินทางไป-มาระหว่างประเทศ ก็มีกิจกรรมปั่นในบ้านใครบ้านเขา Peloton Bike จึงถือว่าเป็น Sharing Economy ที่มีคุณูปการในแง่ของความสัมพันธ์มนุษย์

มันมีเว็บหนึ่งเกี่ยวกับเทรนด์ Bike เขาชักชวนกันตั้งคำถามว่า แท้จริงแล้วจักรยานหรือการปั่นนั้นล้วนมีความหมายไม่เหมือนกัน และก็มีการโค้ดกันว่า ภาพการปั่นนั้นถูกใช้ในวัฒนธรรมหนังมากที่สุดแวดวงหนึ่ง

เช่น จักรยานที่หนูน้อยปั่นในหนัง E.T. เมื่อปี 1982 ย่อมแตกต่างไปจากพาหนะ 2 ล้อที่หลี หมิง และจาง ม่านอวี้ ถีบในหนัง ‘เถียนมิมี่’...เท่าๆ กับที่ 2 ล้อคันเล็กในเรื่องสั้น ‘เพื่อนจากฟ้าไกล’ ที่เขียนโดย ‘จีจี้’ ย่อมไม่เหมือนกับจักรยานในหนัง Beijing Bicycle

ท่ามกลางแรงกระเพื่อมของไลฟ์สไตล์ Bike Marketing ที่ถาโถมใส่สังคมเมืองในหลายประเทศยามนี้ ย้อนกลับไปในต้นศตวรรษที่ 21 จักรยานเคยเป็นพาหนะนำพาความหมายต่างๆ มาก่อนแล้ว ผมจำได้ว่าตอนไปดูงานหมู่บ้านจักรยานที่เมืองโคเปนเฮเกน เดนมาร์ก ใครขี่ 2 ล้อนี้ไปทำงาน จะได้พิจารณาก่อนคนที่ขับรถเก๋ง (เพราะถือว่าช่วยลดมลพิษ) ขณะที่อัมสเตอร์ดัม ใครขี่จักรยานในตอนนั้นจะได้สวัสดิการที่ดีกว่าคนที่ขับพาหนะอื่นๆ

ช่วงต้นศตวรรษใหม่ที่จักรยานเคยร้อนแรงนี้ ตอนนั้น มีหนังเล็กๆ จากอิหร่านเรื่องหนึ่งชื่อ The Day I Became a Woman ซึ่งเรียกเสียงฮือฮาในวงนักวิจารณ์ต่างชาติ เนื้อหาของมันเกี่ยวกับผู้หญิงคลุมหน้าด้วยผ้าสีดำกลุ่มหนึ่ง กำลังเร่งรีบร้อนรน ในการปั่นถีบจักรยานหนีการไล่ล่าผู้ชายจำนวนหนึ่ง หนังไม่ได้บอกหรอกว่า ต้นทางมันมาอย่างไร แต่พอดูๆ ไปและค่อยๆ ตีความ (Interpretation) เราก็พอจะเข้าใจได้ว่า แท้จริงแล้ว นี่คือภาพสะท้อนของ ‘โลกยุคเก่า’ ที่เต็มไปด้วยอำนาจ (Power)

มีการแบ่งชัดเจนว่า ผู้หญิงที่หนีนั้น ‘ขี่จักรยาน’ ขณะที่ผู้ไล่ล่าคือผู้ชาย พวกเขา ‘ขี่ม้า’ (และมีแส้ไล่ฟาด) นั่นหมายความว่า ‘ม้ากับจักรยาน’ ถูกนำมาเปรียบเทียบคือ ‘อำนาจชั่วร้าย’ และ ‘อิสรภาพ’ เนื่องเพราะในอดีตกาลคนใช้ม้าเป็นพาหนะไล่ล่าสัตว์ต่างๆ และทำสงคราม มุมนี้...ผู้หญิงจึงเหมือน ‘สัตว์’ ที่ถูกมนุษย์ชั่วร้ายกำลังไล่ต้อน หนังจบลงที่มีผู้หญิง ‘เพียงคนเดียว’ หนีรอดมาได้ ภาพถนนที่เวิ้งว้าง ยาวไกล สะท้อนความรู้สึกถูกปลดปล่อยจากกฎเกณฑ์ต่างๆ และทำให้เธอพบเสรีภาพ

‘จักรยาน’ จึงมีความหมายของ Freedom สำหรับหนังเรื่องนี้...จากเมื่อ 13 ปีที่หนังเรื่องนี้ออกฉายมาจนถึงวันนี้ มีหนังหลายเรื่องนำเสนอภาพและแง่มุมของ 2 ล้อต่างกันไป บ้างก็อำนาจ (Beijing Bicycle) บ้างก็ความสัมพันธ์ (The Kid with a Bike) บ้างก็อิสรภาพของเพศหญิง (The Day I Became a Woman) ผมรู้สึกว่า พาหนะที่ใกล้ชิดผูกพันที่สุดกับคนถูกนำเสนอและปั่นกระแสไปตามความหมายต่างๆ ต่างกรรมต่างวาระ (ทั้งจริงใจและตอแหล) แต่ที่สุดมันคือความรู้สึกที่ดีเมื่อใครสักคน นึกถึงคนขี่จักรยาน

พอคิดถึงภาพคนขี่จักรยาน (ซึ่งเราทุกคนล้วนมีจักรยานในวัยเยาว์) ก็นึกถึงหมู่บ้านจักรยานที่โคเปนเฮเกน นึกถึงบริษัทคนทำงานที่ใช้แต่จักรยานในอัมสเตอร์ดัม 

ไม่ทราบเหมือนกันว่า เทรนด์ Peloton Bike จะอยู่ยาวสั้นแค่ไหนในหนังไลฟ์สไตล์ยุคนี้ เพราะไม่ว่าเทรนด์อะไรจะมาแรงหรืออ่อนแรง สัจธรรมอย่างหนึ่งของชีวิตปี 2018 ก็คือ

ทุกเทรนด์ ไม่เคยอยู่นาน…

อาจยกเว้นสำหรับเรื่องนี้



Advertising