สุขภาพและกีฬา

Stevia หวานแบบไร้พลังงาน

Published 20 มี.ค. 2019

By เมจิ อโณมา

Stevia-health-and-sport-Rabbit-Today-banner

เดี๋ยวนี้หลายคนหันมาใช้สารให้ความหวานแต่ไม่ให้พลังงานแทนน้ำตาล ที่ชื่อว่า Stevia กันมากขึ้น หรือเกือบทุกผลิตภัณฑ์ที่เคลมว่าเป็น Health project ก็หันมาใส่ส่วนผสม Stevia มากขึ้นเหมือนกัน 

หลายคนทราบดีว่า Stevia ให้ความหวานแต่ไม่ให้พลังงาน คนที่เป็นเบาหวานก็รับประทานได้ หรือคนที่ชอบกินหวาน แต่ต้องการลดน้ำหนักก็รับประทาน Stevia แทนได้ แต่เมจิอยากให้ทุกคนเวลาซื้อโปรดสังเกตส่วนผสมให้ดี! ส่วนใหญ่หลายยี่ห้อในซูเปอร์มาร์เก็ต จะมีส่วนผสมของ Stevia เพียงแค่ 1% เท่านั้น! นอกนั้นเป็นสารให้ความหวานชื่ออื่นๆ!! ซึ่งบางยี่ห้อก็ส่งผลถึงน้ำตาลในเลือดเหมือนกัน! หากเรากินในปริมาณที่มาก แล้วหลงเข้าใจผิดคิดว่ากินมากยังไงก็ไม่อ้วน แต่โปรดระวังให้ดีนะคะ ว่าบางยี่ห้อถ้ากินมากไปก็ไม่ต่างอะไรจากการรับประทานน้ำตาลทรายขาวค่ะ

วิธีการเลือกซื้อ Stevia ในซูเปอร์มาร์เก็ตไม่ต้องไปสนใจว่ายี่ห้ออะไรค่ะ หันไปสังเกตที่คำว่า ‘ส่วนผสม’ หรือ ‘Ingredient’

1. ถ้ามีส่วนผสมเขียนว่า ‘Dextrose’ 98-99% ถือว่าสารให้ความหวานนั้นมีส่วนผสมของน้ำตาลถึง 98-99% ส่วน Stevia มีเพียง 1%

2. Xylitol 98-99% ถือว่าเป็นสารให้ความหวานแทนน้ำตาล แต่จะให้พลังงานน้อยกว่าน้ำตาล แต่ถ้าเรารับประทานในปริมาณที่มาก จะส่งผลถึงน้ำตาลในเลือดของเราเหมือนกัน เมื่อมีน้ำตาลเข้าไปในเลือด ร่างกายก็เกิดพลังงานค่ะ แต่ถ้าเกิด Stevia ยี่ห้อนั้นมี Ingredient ที่มีสารผสมเขียนว่า 1. Aspartame 2. Sucrose นั่นจะให้ความหวานแทนน้ำตาล โดยไม่ให้พลังงาน แต่อย่าลืมนะคะว่า การที่ไม่ให้พลังงานไม่ได้หมายความว่า จะทำให้สุขภาพของเราดี! เพราะอย่าลืมว่าสารชนิดนี้เป็นสารเคมีที่มนุษย์ผลิตขึ้นมา ถ้าเกิดรับประทานมากๆ เป็นประจำอาจทำให้เกิดการสะสมในร่างกายของเราได้

เพราะฉะนั้นการที่หลาย Product เคลมว่าไม่มีพลังงาน นั่นไม่ได้เหมารวมทั้งหมดว่า Product ชนิดนั้นจะส่งผลต่อสุขภาพที่ดี! มันเหมือนกับเรารับประทานยารักษาโรค ซึ่งยาหลายชนิดไม่ได้ให้พลังงานต่อร่างกาย แต่หากรับประทานมากๆ จะส่งผลต่อสารสะสมในร่างกายของเรา อนาคตแน่นอนว่าย่อมไม่เป็นผลดีต่อตับ ไต ที่สะสม Toxic ไว้มาก ร่างกายไม่สามารถขับทิ้งออกมาได้หมด

เพราะฉะนั้นการรับประทานพวกสารให้ความหวานนั้นเป็นทางเลือกได้ แต่ไม่ได้หมายความว่ารับประทานมากๆ แล้วจะไม่เกิดผลต่อร่างกายของเราเลย หลายคนมีอาการติดหวาน คือการกินหวานจัด เลยเข้าใจผิดคิดว่าการรับประทานสารให้ความหวานแทนน้ำตาลจะทำให้กินหวานมากเท่าไรก็ได้โดยที่เรายังมีสุขภาพดีอยู่ เรื่องนั้นไม่เป็นจริง และเมจิไม่เห็นด้วยค่ะ

แต่หากเลือกรับประทานเพียงเพื่อให้ร่างกายได้รสชาติของความหวานบ้างเล็กน้อย โดยไม่ได้กินในปริมาณมากเกินไป อย่างน้อยครั้งละ 1 ซอง ก็ถือว่าโอเคค่ะ เพราะการที่เราเสพติดความหวานมากเกินไป จะทำให้ประสาทรับรู้รสของลิ้นเราเพิ่มปริมาณความหวานมากขึ้นเรื่อยๆ โดยที่เราไม่รู้ตัว

เพราะฉะนั้นการฝึกควบคุมปริมาณความหวานเพียงครั้งละ 1 ช้อนชา หรือสารให้ความหวานครั้งละ 1 ซอง ก็ถือเป็นปริมาณที่ร่างกายของเรายังรับได้ค่ะ แต่ถ้าเกิดว่าใครรู้ตัวว่ากินมากกว่านั้นต่อครั้ง ควรต้องลดลงนะคะ…ด้วยความเป็นห่วง

Instagram: meiji_27anorma

Facebook: healthymeijianorma



Advertising