สุขภาพและกีฬา

การตรวจชีพจรด้วยตัวเอง

Published 5 มี.ค. 2019

By อายุรศาสตร์ง่ายนิดเดียว

take-the-pulse-health-and-sport-Rabbit-Today-banner

ชีพจรเต้นผิดจังหวะ เป็นภาวะที่พบได้บ่อยๆ ในคนปกติและไม่มีอาการ ยิ่งอายุมากขึ้น โอกาสพบหัวใจเต้นผิดจังหวะยิ่งสูงขึ้น ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะหลายชนิดสามารถจัดการได้อย่างดี โดยเฉพาะโรคที่เราจะมากล่าวถึงในวันนี้ หัวใจห้องบนเต้นสั่นพลิ้ว (Atrial Fibrillation: AF)

ผู้ที่มีภาวะ AF ส่วนมากไม่มีอาการ โดยจะเกิดปัญหาเมื่อมีผลแทรกซ้อนให้เห็น ที่สำคัญคือ การทำงานของหัวใจเสื่อมถอยลง เนื่องจากหัวใจเต้นผิดจังหวะมานาน อีกประการที่สำคัญมากคือ การเกิดอัมพฤกษ์อัมพาต เพราะการเต้นสั่นพลิ้วไม่เป็นจังหวะ ทำให้เกิดลิ่มเลือดและหลุดลอยไปอุดหลอดเลือดตามจุดต่างๆ ที่สำคัญมากสุดคือที่สมอง ผู้ป่วยอัมพาตส่วนหนึ่งมีภาวะนี้ และในทางกลับกัน คนที่มีภาวะนี้ก็เพิ่มความเสี่ยงการเกิดอัมพาต ความท้าทายคือ เราจะรู้ก่อนและป้องกันการเกิดอัมพาตได้หรือไม่

ในผู้ที่มีอาการจะได้รับการตรวจแน่นอน อาการที่สำคัญคือใจสั่น หรือหากเป็นมากจะหวิวจนถึงเป็นลม แต่ถ้าอาการไม่มีคงต้องใช้การตรวจชีพจรด้วยตัวเอง เราใช้นิ้วชี้และนิ้วกลาง หรือบางคนใช้นิ้วนางด้วย กดคลำชีพจรในจุดที่อยู่ตื้นและชัดเจน ที่ง่ายที่สุดคือที่ข้อมือ  กดและสัมผัสแรงดันเลือดที่มากระทบอุ้งนิ้วมือ โดยสังเกตอัตราเร็วนับเป็นจำนวนครั้งต่อนาที สังเกตความแรง ปกติความแรงชีพจรจะแรงเท่าๆ กันในแต่ละจังหวะ สังเกตจังหวะว่าสม่ำเสมอหรือไม่ ปกติควรเต้นเป็นระยะห่างที่เท่าๆ กัน 

สำหรับ AF ชีพจรจะเต้นไม่สม่ำเสมอเลย ความแรงแต่ละครั้งก็ผันแปรและไม่เท่ากัน อัตราเต้นนับแต่ละนาทีก็ไม่เท่ากันอีกด้วย หากจับชีพจรแล้วพบแบบนี้ให้รีบไปปรึกษาแพทย์ครับ

คุณหมอจะทำการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจยืนยัน หากไม่พบในขณะมาหาหมอ (เพราะมันอาจจะเกิดเพียงชั่วครู่) คุณหมออาจติดอุปกรณ์ตรวจจับคลื่นไฟฟ้าหัวใจสำหรับตลอดทั้งวันเพื่อเพิ่มโอกาสการตรวจจับให้สูงขึ้น

และถ้าคุณไปพบคุณหมอแล้วได้รับการวินิจฉัยว่าคุณเป็น AF คุณจะได้รับการรักษา ไม่ว่าจะให้ยาหรือใส่สายสวนเพื่อแก้ไข สืบหาสาเหตุ เช่น ภาวะไทรอยด์เป็นพิษ และประเมินความเสี่ยงการเกิดอัมพาตเพื่อให้ยาต้านการแข็งตัวของเลือดสำหรับลดโอกาสการเกิดอัมพาตครับ 

การตรวจชีพจรด้วยตัวเองจึงนับเป็นการตรวจที่ง่าย เพราะไม่ต้องใช้อุปกรณ์ใดๆ และหากตรวจพบแล้วรักษาทัน ก็มีประโยชน์สูงมากเสียด้วย เราควรตรวจสอบเป็นระยะ เพราะว่า AF อาจจะเกิดเป็นพักๆ ไม่ได้เกิดตลอด และควรตรวจสอบชีพจรให้ผู้สูงวัยทุกคน เนื่องจากโอกาสเกิด AF มากขึ้น พร้อมกับโอกาสเกิดอัมพาตก็สูงขึ้นตามอายุเช่นกัน

ในปัจจุบันมีอุปกรณ์มาช่วยตรวจจับชีพจรแบบนี้มากขึ้นนะครับ เช่น นาฬิกาอัจฉริยะ (Smartwatch) แต่ราคายังสูงมากและไม่มีใช้ทุกคนแน่นอน การจับชีพจรด้วยตัวเองน่าจะยังมีประโยชน์อีกมากในบริบทสังคมและเศรษฐกิจประเทศเราครับ



Advertising