สุขภาพและกีฬา

ฟิตแทบตาย…น้ำหนักยังเด้ง!

Published 10 เม.ย. 2019

By โชติ เวสสวานิชกูล

weight-control-health-and-sport-Rabbit-Today-banner

าจจะเป็นความเข้าใจผิดเบาๆ ของคนที่กำลังบอกกับตัวเองว่า “ฉันจะผอมมมมมม” และ “ฉันต้องออกกำลังกายให้หนักๆ”

หลังจากนั้นสารพัดวิธีจะไหลออกมาจากหัวแบบโคตรครีเอทีฟ ทั้งออกไปวิ่ง ว่ายน้ำ ปั่นจักรยาน หากีฬาพรากเหงื่อหนักๆ หรือแม้แต่การออกสเต็ปตามสไตล์ T25 สัก 2-3 เซต หรือจริงจังสุดๆ ก็ขอยอมพลีเบี้ยหวัดขจัดพุงกับค่าคอร์สแพงๆ ในฟิตเนส 

แต่สิ่งที่ย้อนแย้งกับมุมคิดอย่างไม่น่าเชื่อ จากมุมมองของ ‘Julia Belluz’ ผู้สื่อข่าวอาวุโสสายสุขภาพชาวแคนาดา ที่เธอได้สืบค้นงานวิจัยกว่า 60 ชิ้น คือ ‘การออกกำลังกาย’ แทบไม่ได้ส่งผลบวกต่อคนที่คิดจะ ‘ลดน้ำหนัก’ เลย หากแต่เป็น  ‘การลดอาหารหรือควบคุมอาหาร’ มากกว่า 

...ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น

ความต่างของการเผาผลาญแคลอรี

ข้อมูลวิจัยจาก Herman Pontzer ที่เก็บข้อมูลในการเผาพลาญพลังงานจากชนเผ่า Hadza ในประเทศแทนซาเนีย มาเปรียบเทียบความแตกต่างกับคนเมืองที่เอาแต่นั่งกับนอน หรืองานที่ทำก็นั่งอยู่แต่ในออฟฟิศ ขณะที่ชนเผ่าดังกล่าวจะมีการเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา เพื่อหาของป่ามายังชีพ แต่จากผลวิจัยพบว่าทั้ง 2 กลุ่มกลับใช้พลังงานในปริมาณเท่าๆ กัน เพราะการนั่งอยู่เฉยๆ ร่างกายก็เผาผลาญพลังงานอยู่ตลอด เพื่อให้ระบบต่างๆ ทำงานได้ แต่การที่คนป่าไม่ค่อยจะอ้วน เพราะพวกเขาไม่บริโภคเกินขนาดเหมือนคนเมืองเท่านั้นเอง

สุขภาพดี แต่ไม่ดีพอต่อการลดน้ำหนัก

แม้จะออกกำลังกายหนักแค่ไหน แต่น้ำหนักก็ไม่ได้ลดลงอย่างที่คาดหวัง เพราะนี่ไม่ใช่สมการง่ายๆ ว่า รับพลังงานไปเท่าไร ก็ใช้ให้มากกว่า แล้วจะลดน้ำหนักได้ เนื่องจากระบบเผาผลาญพลังงานของคนมีความต่าง และคนที่ลดน้ำหนักมากที่สุด ไม่จำเป็นต้องเป็นคนที่ออกกำลังกายมากที่สุด แต่เป็นคนที่กินน้อยที่สุด

เหนื่อยแล้วยิ่งหิว

ไม่แปลกเลยที่เวลาออกกำลังกายมากจะรู้สึกหิว พอหิวบางทีก็จะกินเยอะมากกว่าพลังงานที่ใช้ไป ซึ่งคนที่เป็นแบบนี้มีอยู่จริงๆ เพราะเขารู้สึกว่าหลังออกกำลังกายพวกเขามักจะรู้สึกหิวมากกว่าปกติ และบางทีก็มักประเมินว่าตัวเองใช้พลังงานไปกับการออกกำลังกายซะสูงเกินจริง

ฟิตแทบตาย…น้ำหนักยังเด้ง!,สุขภาพและกีฬา,Rabbit Today

โฆษณาชวนเชื่อแบบผิดๆ

รัฐบาลและอุตสาหกรรมอาหารมักกระตุ้นให้คนออกกำลังกายกันมากขึ้น ตั้งแต่หลายสิบปีก่อน แต่โรคอ้วนกลับเป็นปัญหาหนักขึ้น เพราะคนยังกินมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม การสื่อสารจึงต้องอยู่บนพื้นฐานของความถูกต้องและตรงจุดได้อย่างแท้จริง อย่างตอนนี้ สสส.มีการรณรงค์ 2-1-1 หรือกินผัก 2 ข้าว 1 เนื้อ 1 ซึ่งดูเป็นวิธีที่น่าสนใจของคนที่อยากลดพุงมากกว่าออกกำลังกายแต่เพียงอย่างเดียว

การเอาตัวรอดของร่างกาย

การออกกำลังกายเป็นหนึ่งในการเปลี่ยนแปลงทางสรีรวิทยา ช่วยให้เราประหยัดพลังงานมากขึ้น ซึ่งพวกนักวิจัยเรียกกันว่า ‘การชดเชยเมตาบอลิก’ (กระบวนการสร้างและการสลาย) ซึ่งจะเกิดขึ้นกับคนที่ออกกำลังกายอย่างหนัก ส่งผลให้ร่างกายมีการผลักดันตัวเองในลักษณะของการเผาผลาญพลังงานและแคลอรีให้น้อยลง ซึ่งนักวิจัยบอกว่าเป็นกลไกหนึ่งเพื่อความอยู่รอดของมนุษย์

อย่างไรก็ตามการออกกำลังกายก็ยังเป็นเรื่องที่ดี และส่งผลบวกต่อสุขภาพได้แน่ๆ เช่น ช่วยลดความเสี่ยงของโรคเบาหวาน โรคหลอดเลือดสมองและหัวใจวาย และจากการศึกษาอื่นๆ แสดงให้เห็นว่าคนที่ออกกำลังกายมีความเสี่ยงต่ำกว่าในความบกพร่องทางสติปัญญาจากสมองเสื่อม นั่นหมายความว่า เราควรออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ แต่เพิ่มเติมแก่คนที่ลดน้ำหนัก คือต้องลดกินด้วยเท่านั้นเอง

ฉะนั้น โดยสรุปแล้ว หากลองไปมองพฤติกรรมของคนที่ลดน้ำหนักได้จริง เราจะเห็นว่าคนเหล่านี้ชอบชั่งน้ำหนักเป็นประจำ และเข้มงวดต่อการคำนวณแคลอรีของอาหารแต่ละมื้อ รวมถึงออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งเรื่องเหล่านี้ทุกคนก็รู้อยู่แล้ว แต่สำหรับคนที่ลดน้ำหนักไม่สำเร็จเป็นเพราะไม่ปฏิบัติอย่างเคร่งครัด หรือบางทีก็เลือกทำแค่อย่างใดอย่างหนึ่ง จึงทำให้การลดน้ำหนักในระยะยาวเป็นไปได้ยาก แถมบางทีน้ำหนักยังเด้งขึ้นกว่าเก่าเสียนี่…

อ้างอิง: VOX.COM



Advertising