สุขภาพและกีฬา

อุปกรณ์ใส่ออกกำลังกาย แม่นยำและจำเป็นมากน้อยแค่ไหน

Published 24 ก.พ. 2019

By มิกกี้-นนท์ อัลภาชน์ ณ ป้อมเพชร

workout-gadgets-health-and-sport-Rabbit-Today-banner

สมัยนี้มีอุปกรณ์ นาฬิกา ที่ช่วยวัดแคลอรี่ และการขยับตัว เพื่อช่วยให้เราขยับตัวมากขึ้นในแต่ละวัน มากมายหลายยี่ห้อ

ไม่ว่าจะเป็น Fitbit, Polar, Suunto, Apple, Garmin และยี่ห้ออื่นๆ อีกมากมาย อุปกรณ์พวกนี้หลายอันช่วยในเรื่องการวัดก้าวที่เราเดินในแต่ละวัน วัดช่วงเวลาที่เรา Active หรือขยับตัวเยอะๆ วัดช่วงเวลาที่เรานอนเพื่อดูคุณภาพการนอนของเรา และที่สำคัญเราให้ความสนใจมากที่สุด คือการวัดอัตราการเต้นของหัวใจ เวลาที่เราออกกำลังกาย ทำกิจกรรม หรือเล่นกีฬาต่างๆ แต่สิ่งที่คนสงสัยและตั้งคำถามน่าจะเป็น อุปกรณ์เหล่านี้ใช้หลักการอะไรวัดสิ่งต่างๆ ที่เราทำในแต่ละวัน และสิ่งที่อุปกรณ์เหล่านี้วัด แม่นยำมาก-น้อยแค่ไหน

เรามาเริ่มดูกันเลยดีกว่า อุปกรณ์เหล่านี้มีหลักการ 2 อย่างหลักๆ ในการวัดคือ บางรุ่นจะมีสายคาดอกให้เราใส่เวลาออกกำลังหรือทำกิจกรรมต่างๆ โดยใช้หลักการ ECG หรือการวัดอัตราการเต้นของหัวใจจากตรงหน้าอกเราเลย และอีกวิธีหนึ่งคือบางเครื่องที่เราใส่ข้อมือจะมีแสงสีเขียวอยู่ด้านหลัง เรียกว่า PPG (Photoplethysmography) เป็นตัววัด ซึ่งวิธีนี้ใช้หลักการส่งแสงสีเขียวไปที่ผิวหนังและเส้นเลือด เพื่อวัดชีพจรและอัตราการเต้นของหัวใจ 

กลุ่มคนที่ใส่เครื่องที่มีการวัดแบบ ECG หรือสายคาดอก จะเป็นกลุ่มที่เล่นกีฬาที่ต้องมีการขยับเยอะ เช่น Crossfit หรือ Cross Training เพราะจะเหมาะมากกว่า และในทางกลับกัน กลุ่มคนและนักกีฬาส่วนมากที่ใช้เครื่องวัดแบบ PPG จะเป็นนักวิ่งซะส่วนใหญ่ เพราะการวิ่งเราไม่ได้ขยับช่วงข้อมือเยอะ เพราะทั้งสองรูปแบบมีข้อดีและข้อเสียที่ต่างกัน

เช่น การใช้แบบ PPG เป็นตัววัด จะขึ้นอยู่กับปริมาณเลือดที่วิ่งผ่านเส้นเลือดข้อมือ ซึ่งถ้าออกกำลังกายแบบหนัก เช่น High Intensity Interval Training หรือ Circuit Training จะยิ่งทำให้มีการขยับของข้อมือ หรือต้นแขนมากๆ จะยิ่งทำให้อัตราการเต้นของหัวใจอาจเต้นต่ำกว่าปกติ เป็นไปได้ถึง 54bpm ด้วยกัน เพราะฉะนั้น เวลาขยับแขนเยอะๆ และมีแรงกดเยอะๆ จะทำให้ไม่แม่น 

แต่ในทางกลับกัน การใช้สายคาดอกวัด จะมีความแม่นยำกว่า เพราะไม่ถูกกระทบกระเทือน จึงทำให้ตัวแปลน้อยมาก แต่ข้อเสียอาจจะเป็นที่บางคนไม่ชอบที่ต้องมีอะไรมารัดตรงหน้าอกเวลาออกกำลังกาย หรือบางยี่ห้อที่เราชอบ มีแต่ส่วนนาฬิกาขาย แต่ไม่มีส่วนของสายรัดหน้าอกขาย ทำให้ลำบากต่อการใช้งาน หลายคนเลยเลือกใช้แบบ PPG อย่างเดียว

สรุปแล้ว ตัววัดที่ใช้หลักการแสงสีเขียว PPG เหมาะกับคนที่ต้องการวัดแค่ปริมาณพลังงานเผาผลาญแต่ละวันจากกิจกรรมทั่วไป เช่น จากการก้าวเดิน หรือออกกำลังกายในระดับที่ไม่หนักมาก เช่น เดินบนลู่วิ่ง หรือปั่นจักรยาน และถ้าใครที่เล่นกีฬาหรือเน้นออกกำลังกายแบบหนักมากเป็นพิเศษ ที่มีการขยับตัวเยอะๆ ก็จะเน้นเป็นแบบ ECG ที่มีสายคาดอกมากกว่าเพื่อความแม่นยำ

เพราะการที่เราเลือกอุปกรณ์ที่เหมาะสมกับกิจกรรมหรือกีฬานั้นสำคัญในการได้รู้อัตราการเต้นของหัวใจเราแบบแม่นยำ แล้วมาใช้ในการฝึกต่างๆ


AUTHOR :

มิกกี้-นนท์ อัลภาชน์ ณ ป้อมเพชร
มิกกี้-นนท์ อัลภาชน์ ณ ป้อมเพชร
หลังเรียนจบปริญญาตรีและโทด้านวิทยาศาสตร์การกีฬาจากเมืองนอก หนุ่มหล่อโปรไฟล์ดี 'มิกกี้-นนท์ อัลภาชน์ ณ ป้อมเพชร' ก็โดดเด่นในแวดวงสุขภาพ ทั้งฟิตและเฟิร์ม ติดตามผลงานของเขาได้ในคอลัมน์สุขภาพและกีฬา

Advertising