ดูหนัง ฟังเพลง

คุณ ‘เห็นอะไร’ ในหนัง ‘BIRD BOX’

Published 4 ม.ค. 2019

By Rabbit Today

BIRD-BOX-Spoiler-movie-music-Rabbit-Today-banner

จากผลงานวรรณกรรมเล่มแรกของ Josh Malerman ที่ตีพิมพ์ในอังกฤษ เมื่อเดือนมีนาคม 2014 สู่ผลงานภาพยนตร์เรื่อง ‘Bird Box’ (มอง อย่าให้เห็น) ฝีมือของ Susanne Bier ผู้กำกับฯ หญิงชาวเดนิช ที่ฉายผ่าน Netflix และกำลังกลายเป็นกระแสบนโลกออนไลน์อยู่ในขณะนี้ เพราะหลังจากดูจบแล้วหลายคนรู้สึกกระอักกระอ่วน จุกอก ค้างคาใจ แบบหนังจบ...แต่การตีความยังไม่จบ เต็มไปด้วยความสงสัยอยากรู้ เหมือนนกที่กำลังตีปีก ดิ้นทุรนทุรายอยู่ในกล่อง! 

แม้เรื่องราวที่ถ่ายทอดในหนังสือและหนังจะมีความแตกต่างกันบ้าง แต่ยังคงรักษาธีมหลักของเรื่องไว้ได้ดี สำหรับเวอร์ชั่นหนัง ตัวผู้กำกับฯ ได้ใส่รายละเอียดเสริมเข้าไป บางอย่างทำให้เราคิดต่อและเชื่อไปกับการเล่า แต่บางอย่างก็อาจดูไม่สมเหตุสมผลไปบ้าง แต่ด้วยเนื้อเรื่องที่ดำเนินอย่างเข้มข้นและชวนลุ้นทุกฉาก ทำให้ผู้ชมบางส่วนเลือกที่จะมองข้ามไป ในขณะที่อีกหลายๆ คนขอหยุดขบคิดเพื่อขยี้ประเด็นที่หนังต้องการสื่อสาร

Rabbit Today ได้รวบรวมที่มาของ 10 ประเด็นน่าคิด ในหนังเรื่อง Bird Box ที่คนทั้งโลกกำลังพูดถึง! เรื่องนี้ยังถกกันได้อีกยาว ใครมีประเด็นอะไรก็มาร่วมเมาท์กับ Rabbit Today ได้เลย 

1. นก 

รู้หรือไม่ว่านกในหนังเรื่องนี้เป็นนกสายพันธุ์อะไร คำตอบคือ ‘นกคีรีบูน’ เจ้าของฉายาราชาแห่งเสียงนกร้อง นกชนิดนี้มีข้อมูลน่าสนใจทีเดียว เพราะคีรีบูนเป็นนกที่มีอัตราการหายใจ และมีระบบเผาผลาญสูงกว่ามนุษย์ คนงานเหมืองถ่านหินจึงใช้ประโยชน์จากนกชนิดนี้ในการตรวจวัดปริมาณคาร์บอนมอนนอกไซด์ในเหมือง ถ้านกตายแสดงว่าบริเวณนั้นอันตรายต่อคน นับเป็นการส่งสัญญาณเตือนภัยให้มนุษย์มีชีวิตรอดจากความเสี่ยง 

จากการที่นก Sensitive กับการเปลี่ยนแปลงของความกดอากาศ (อ้างอิงจากผลการวิจัยของ Dr.Herve Fritz แห่งศูนย์วิจัยวิทยาศาสตร์แห่งชาติฝรั่งเศส) หนังจึงใช้การตื่นตระหนกของนก ‘เตือน’ ตัวละครในเรื่องเมื่อภูติผีปรากฏตัว จะว่าไปแล้ว หนังผีไทยหลายเรื่องก็ใช้พฤติกรรมการหอนของ ‘หมา’ สื่อว่าผีมาแล้วด้วยเหมือนกันนะ บรื๋ออออ!

คุณ ‘เห็นอะไร’ ในหนัง ‘BIRD BOX’,ดูหนังฟังเพลง,Rabbit Today

2. เด็กชายหญิง 2 คน

การที่ ‘Malorie’ บอกให้ลูกเชื่อฟังคำสั่ง เพื่อปกป้องความปลอดภัยของเด็ก 2 คน และการเลือกตัดสินใจไม่ให้เด็กทั้งคู่เปิดตานั้น ก็อาจมีนัยถึงพาย 2 อันบนเรือ ที่ต้องมีทั้งซ้ายและขวา หากขาดข้างใดข้างหนึ่งไปก็คงไม่สามารถใช้โยกบังคับเรือได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังไม่สามารถประคองเรือไปสู่จุดหมายได้อย่างที่เธอต้องการ 

3. จำนวน 3

ในหนังจะมีนกคีรีบูนในกรงจำนวน 3 ตัว ซึ่งนักวิจารณ์บางคนตีความว่านกทั้ง 3 ตัวนั้น หมายถึง ตัวละคร 3  ชีวิตที่ล่องเรือเพื่อเอาชีวิตรอด นอกจากนี้หนังยังแบ่งการเล่าเรื่องออกเป็น 3 ช่วงเวลาด้วยกัน ได้แก่ ช่วงเริ่มต้นเกิดเหตุการณ์, ช่วงก่อนที่ Malorie Hayes จะคลอดลูก และช่วงเวลาปัจจุบัน

ในช่วงท้ายของเรื่องระหว่างที่ตัวละครกำลังหนีไปยังสถานที่แห่งความหวัง มาลอรีและเด็กทั้ง 2 คน ต้องเจอกับทางสาม แพร่งพร้อมๆ กับการมาเยือนของภูติผีที่ทำให้ตัวละครต้องพลัดพรากไปคนละทิศละทาง ซึ่งเป็นฉากกดดันสุดระทึกที่พิสูจน์ความไว้วางใจระหว่างกัน

4. เรือพายและสายน้ำ

Bird Box สื่อให้เห็นว่า Malorie คือตัวแทนของผู้หญิงที่กลัวการเป็นแม่ กลัวความล้มเหลว เพราะเคยเห็นความสัมพันธ์ที่ไม่ราบรื่นของพ่อแม่ตัวเอง รวมทั้งผ่านเหตุการณ์ครอบครัวล่มสลาย สิ่งเหล่าเปรียบเสมือนฝันร้ายที่คอยบั่นทอนความมั่นใจของการเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว ซึ่งสะท้อนว่าตัวเธอก็ไม่ประสบความสำเร็จของชีวิตคู่เช่นกัน อันเป็นเหตุแห่งความกังวลกับบทบาทแม่ 

แต่ฉากล่องเรือของเธอกับเด็กชายและหญิง (ที่คนดูลุ้นระทึก จนแทบจะช่วยจ้วงหน้าจอนั้น) อาจสื่อได้ถึงนัยของความเป็นแม่ที่เธอทำได้ดี และทำได้ในที่สุด (เพราะเธอพาเด็กๆ รอดชีวิตถึงจุดหมาย) 

ถ้าเปรียบสายน้ำเหมือนการเดินทางของชีวิตมนุษย์ เสียงตะโกนว่า “Hold on! เกาะไว้นะ!” ของ Malorie ผู้คัดท้ายเรือ อาจเป็นสัญญะของความเป็นแม่ ผู้เป็น Backup ให้ลูก ได้ล่องไปบนสายน้ำอย่างปลอดภัย ท่ามกลางอุปสรรค เช่น สายน้ำเชี่ยวกราก โขดหินที่เรียงตัวขวางลำน้ำเป็นระยะ และคนร้ายที่ยืนแช่น้ำรอฉุดกระชากให้หลุดกระเด็นจากพื้นที่ของความเป็นแม่ (บนเรือ) และจมน้ำตาย แต่ถ้าลูกจะ ‘รอดชีวิต’ ได้ ก็ต้องเชื่อฟังคำสั่ง ที่ต้อง “เกาะไว้ให้แน่น” และ “ห้ามแกะผ้าผูกตาเด็ดขาด”! 

คุณ ‘เห็นอะไร’ ในหนัง ‘BIRD BOX’,ดูหนังฟังเพลง,Rabbit Today

5. ผ้าปิดตา

“โลกภายนอก นำมาซึ่งความตาย” คำพูดของ Douglas (John Malkovich) นี้ หลายคนเชื่อว่าหมายถึงความชั่วร้ายจากโลกภายนอก หรือปัญหาที่หนักหน่วงเกินกว่าจะรับมือได้ ซึ่งเปรียบเสมือนภูตผีปีศาจในเรื่องนั่นเอง 
มองง่ายๆ ก็อาจจะเป็นสื่อถึงโลกโซเชียลที่ผ่านเข้าผัสสะการมองเห็นของคนเรา ทั้งปฐมภูมิ (ตอนที่น้องสาวของ Malorie ขับรถแล้วเห็นเหตุการณ์ จนทำให้เธอตัดสินใจฆ่าตัวตาย) และทุติยภูมิ (เช่นตอนที่ Greg มองผ่านมอนิเตอร์ที่ติดไว้รอบบ้านตัวเอง) ซึ่งอาจจะสื่อถึงการเห็นแล้วเชื่อ โดยไม่ตรวจสอบว่าเป็นความจริงหรือไม่ 

และถ้าเราจะขยี้ประเด็นนี้ให้ลงลึกไปกว่านั้นอีกขั้น ฉากที่เผยให้เห็นมุมมองหลังผ้าปิดตานั้น จริงๆ ก็ไม่ได้ปิดมิดเสียจนดำมืดเหมือนอยู่ในถ้ำ แต่ความเลือนรางของภาพจากแสงที่ลอดผ่านระหว่างเส้นใยผ้านั้น อาจเปรียบได้กับการ ‘กรอง’ ข้อมูลจากสิ่งที่ตาเห็น...เพื่อความอยู่รอด นั่นคือการรอดพ้นจากอำนาจของภูตผีปีศาจในเรื่องได้นั่นเอง 

6. โรคซึมเศร้า

ผู้ชมบางคนตีความต่อไปได้อีกว่า โมเมนต์ของตัวละครที่เปิดตาโต้งๆ มองเห็นอะไรต่อมิอะไรในเรื่องแล้วฆ่าตัวตายนั้น จะเป็นไปได้ไหมว่า ผู้กำกับกำลังสื่อให้เห็นถึงการเสพโลกโซเชียลของคนเราในทุกวันนี้ ที่มีความเข้มข้นมากเกินไป จนทำให้เกิดโรคซึมเศร้า จมจ่อมอยู่กับความทุกข์และบาดแผลในใจ นำมาซึ่งความหดหู่ในชีวิต และทำให้ใครหลายคนตัดสินใจฆ่าตัวตายในที่สุด (ฉากหนึ่งที่อาจจะสนับสนุนประเด็นนี้ได้คือ ฉากที่ Malorie ได้ยินภรรยาของ Douglas พูดว่า “แม่” ที่ตายไปเมื่อ 10 ปีที่แล้ว จากนั้นเธอก็เดินเข้าไปนั่งในรถยนต์ที่มีไฟลุกท่วมเพื่อฆ่าตัวตาย) 

คุณ ‘เห็นอะไร’ ในหนัง ‘BIRD BOX’,ดูหนังฟังเพลง,Rabbit Today

7. นกในกล่อง กับ คนในรถยนต์ 

ลองนึกภาพนกในกล่องดูสิ นกมีชีวิตรอดได้จากรูเจาะเล็กๆ พอให้อากาศเข้าเท่านั้น ตานกก็เห็นเพียงแค่ช่องแสงลอดไม่มาก แต่สัญชาตญาณเตือนภัยของนกกับภูตผีปีศาจยังมีอยู่ครบ บางคนจึงเปรียบเทียบความรู้สึกนี้กับตัวละครที่อัดกันอยู่ในรถ (ตอนขับไปซูเปอร์มาร์เก็ต) ว่าคล้ายกัน เพราะคนในรถมองไม่เห็นอะไรนอกรถ แต่เซ็นเซอร์รถ (ที่เป็นเทคโนโลยีมนุษย์สร้าง) สามารถจับคลื่นภูตผีปีศาจได้ เหมือนกับสัญชาตญาณของนกคีรีบูนในกล่องนั่นเอง

8. โฮโมโฟเบีย

สามารถคาดเดาได้ว่าตัวละคร Douglas อาจมีความรู้สึกเกลียดกลัวคนรักชอบเพศเดียวกัน (Homophobia)? เนื่องจากมีฉากหนึ่งที่ชวนให้ขบคิดประเด็นนี้ โดยเฉพาะช่วงที่ Malorie คุยกับ Douglas ตอนอยู่ในบ้านของ Greg (ซึ่งในเรื่องบอกให้รู้เป็นนัยว่าเขามีสามี) ว่า

Douglas: เพราะพวกนั้นอยากรื้อส่วนนี้ของบ้านทิ้ง แล้วสร้างห้องกระจกบ้าบอ

Malorie: ก็มันบ้านของเขา ทำไมคุณต้องไปสนใจว่าเขาจะทำอะไรล่ะ

Douglas: เพราะผมต้องมองมันไง

คุณ ‘เห็นอะไร’ ในหนัง ‘BIRD BOX’,ดูหนังฟังเพลง,Rabbit Today

9. ตู้เย็น และ ภาพวาด

นักขยี้หนังบางคนก็บี้กันตั้งแต่ฉากต้นๆ ของเรื่องกันได้น่าฟังทีเดียว เขาบอกว่าการที่ Jessica (Sara Paulson) น้องสาวของ Malorie เข้ามาบ่นว่า “ทำไมขลุกตัวอยู่แต่ในบ้าน ไม่สนใจโลกข้างนอกบ้าง ดูตู้เย็นสิ พี่ไม่มีอะไรตุนไว้กินเลยหรือ” จุดนี้เองที่นักขยี้บอกว่า มันหมายถึงการตัดขาดจากโลกภายนอก ซึ่งสอดคล้องกับโทนสีของภาพวาดที่ดูทึมเทา และโดยเฉพาะกับภาพหนึ่งที่ Jessica บรรยายความรู้สึกที่เห็นว่า “ฉันเห็นคนกลุ่มหนึ่งนั่งอยู่ใกล้ๆ กัน แต่ดูเหมือนว่าพวกเขาทุกคนจะรู้สึกโดดเดี่ยวอ้างว้าง” 

10. เลือกใช้ผัสสะ แล้วเราจะอยู่รอด

Bird Box เป็นหนังที่ท้าทายมากเพราะเลือกพุ่งประเด็นไปที่ ‘ผัสสะแห่งการมองเห็น’ เพราะตั้งแต่ช่วงศตวรรษที่ 19 เป็นต้นมา มนุษย์เราก็ใช้สายตากับสื่อสิ่งพิมพ์ โทรทัศน์ คอมพิวเตอร์ ฯลฯ ในการเข้าถึงแหล่งข้อมูลข่าวสารแทนการได้ยินมากขึ้นๆ (อ้างอิงจากบทความของ สรัญญา เตรัตน์ เรื่องแนวคิดสังคมวิทยาผัสสะ: การทำความเข้าใจผู้คนและสังคมผ่านผัสสะ ในวารสารสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา กรกฎาคม-ธันวาคม 2558) 

ทำให้ผัสสะหรือประสาทสัมผัสด้านอื่นถูกลดความสำคัญลงไป หรือหนังกำลังจะบอกเราว่า ทุกวันนี้เราใช้การมองเห็นมาเป็นองค์ประกอบในการคิด และประเมินสถานการณ์ต่างๆ มากจนเกินไป

นั่นจึงเป็นสาเหตุที่ตัวละครหลักบอกให้ “Follow The Birds” (ตามเสียงนกไป) เพื่อบอกเป็นนัยให้เราใช้หูและใจ ‘ฟังเฉพาะเสียงนก’ ซึ่งเป็นเสียงที่แท้จริง เสียงที่ปลอดภัย เสียงที่จะทำให้เราอยู่รอด...