ข่าว

ที่ประชุมคณะกรรมการวัตถุอันตรายมีมติแบน ‘3 สารเคมีอาบแผ่นดิน’

Published 22 ต.ค. 2019

By Rabbit Today

แบนพาราควอต ไกลโฟเซตและคลอร์ไพริฟอส

วันนี้ (22 ตุลาคม 62) ทุกคนจดจ้องและจับตาการประชุมของคณะกรรมการวัตถุอันตราย โดยความเคลื่อนไหวเมื่อช่วงเช้า เมื่อเวลา 10.30 น. ตามเวลาท้องถิ่นที่เมืองกว่างโจว สาธารณรัฐประชาชนจีน นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยถึงกรณี ‘แบน 3 สารพิษ’ ว่า 

ในการประชุมคณะกรรมการวัตถุอันตรายวันนี้ ได้สั่งการให้กรรมการ 3 คน ที่เป็นตัวแทนกระทรวงอุตสาหกรรม โหวตตามความเห็นของกรรมการ 5 คน ที่เป็นตัวแทนจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในเรื่องของการแบนหรือไม่แบนการใช้สารเคมีทางการเกษตร 3 ชนิด ได้แก่ คลอร์ไพริฟอส พาราควอต ไกลโฟเซต

เพราะตั้งแต่มีกฎกระทรวงอุตสาหกรรม เมื่อปี 2555 ที่ออกตาม พ.ร.บ.วัตถุอันตราย พ.ศ.2535 กระทรวงอุตสาหกรรมได้แบ่งงานกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ไว้ชัดเจน ว่าถ้าเป็นสารเคมีที่เกี่ยวกับการเกษตรก็ให้กระทรวงเกษตรฯ ดูแล ถ้าเป็นสารเคมีด้านอุตสาหกรรมก็ให้กระทรวงอุตสาหกรรมดูแล ฉะนั้น เรื่องตอนนี้เป็นสารเคมีทางการเกษตร ทางกระทรวงอุตสาหกรรมก็จะเชื่อตามกระทรวงเกษตรฯ ในฐานะที่เชี่ยวชาญด้านนี้ โดยให้ 3 คนของกระทรวงอุตสาหกรรมแบนตามอธิบดีกรมวิชาการเกษตร 

“ในที่ประชุมคงมีแสดงความเห็นกันถึงผลดี ผลเสีย และคงต้องฟังกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งมีหลายคนด้วย ส่วนโหวตแล้วจะเปิดเผยผลหรือไม่ คงขึ้นกับกรรมการแต่ละคนที่จะยอมให้เปิดหรือไม่ให้เปิด แต่เท่าที่ผมได้คุยกับ ส.ส.ในพื้นที่ซึ่งรับเรื่องมาจากเกษตรกรบอกว่า หากไปแบน 3 สารตอนนี้จะยังไม่มีสารอื่นที่ดีกว่าและราคาถูกมาใช้ทดแทนได้ ก็ต้องดูกันต่อว่าจะเป็นอย่างไร เห็นบอกว่าราคาแพงกว่าเป็นพันบาท ผมเองก็ตกใจคิดว่าราคาต่างกันไม่กี่ร้อยบาท และก่อนเดินทางมาจีนมีเจ้าหน้าที่เอาเอกสารมาให้เซ็นที่สนามบิน ระบุว่า สถานทูตสหรัฐฯ บอกว่าหากแบนไกลโฟเซตจะมีผลเสีย ขอให้มีตัวนี้อยู่ เพราะยังหาตัวอื่นมาทดแทนไม่ได้ ซึ่งเรื่องนี้ต่อไปคงต้องมีการทำข้อมูลรายละเอียดของสารแต่ละตัวด้วย”

และความเคลื่อนไหวล่าสุดกระทรวงอุตสาหกรรมได้มีการประชุมคณะกรรมการวัตถุอันตราย โดยมีนายภานุวัฒน์ ตริยางกรูศรี ผู้ตรวจราชการกระทรวงอุตสาหกรรม และรักษาราชการแทนรองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธาน เพื่อพิจารณาว่าจะห้ามการใช้หรือแบน 3 สารเคมีทางการเกษตร คือ สารพาราควอต สารไกลโฟเซตและสารคลอร์ไพริฟอส หรือไม่ 

บรรยากาศบริเวณชั้น 1 สำนักงานปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม มีตัวแทนเกษตรกรหลายกลุ่มที่คัดค้านการแบน 3 สารเคมีนับร้อยคน เดินทางมารอฟังผลการพิจารณา พร้อมยื่นหนังสือต่อคณะกรรมการเพื่อคัดค้านการแบน 3 สารพิษดังกล่าว

ล่าสุดนายอนุทิน ชาญวีรกูล รมว.สาธารณสุขและรองนายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า คณะกรรมการวัตถุอันตรายมีมติยกเลิกการใช้สารเคมี 3 ชนิด

นอกจากนี้ยังโพสต์ข้อความล่าสุดว่า มติที่ประชุม มีผู้เข้าประชุม 26 ท่าน

1. พาราควอต - แบน 21 จำกัดการใช้ 5

2. ครอร์ไพริฟอส - แบน 22 จำกัดการใช้ 4

3.ไกลโฟเซต - แบน 19 จำกัดการใช้ 7

เชื่อว่ามติดังกล่าวไม่ใช่เรื่องการแพ้หรือชนะ แต่เป็นความรับผิดชอบต่อลูกหลานและต่อประเทศชาติอันเป็นที่รักของเราทุกคน

หากแบน 3 สารเคมีดังว่าจะเกิดผลอย่างไร?

  • หากเปลี่ยนไปใช้สารเคมีชนิดอื่นเกษตกรอาจต้องเพิ่มค่าใช้จ่ายมากขึ้น
  • อาจไม่มีสารเคมีที่มีประสิทธิภาพเทียมเท่า ทำให้ส่งผลกระทบทางการเกษตร เกษตรกรอาจได้รับผลผลิตที่ลดน้อยลง

แต่ถ้าพูดคำว่า ‘สารเคมี’ หลายคนคงไม่เห็นด้วยแน่นอนที่ต้องเผชิญหน้ากับมัน โดยเฉพาะผู้บริโภคอย่างเราๆ

ซึ่งถ้าให้พูดถึงข้อเสียคงร่ายมายาวปื๊ด ลองสักหน่อยมั้ยล่ะ? เอ้า…เริ่มเลยละกัน! ผลเสียต่อสภาพดินไงล่ะ เพราะดินจะปนเปื้อนกระจัดกระจายทำลายระบบนิเวศ กุ้ง หอย ปู ปลา ตามท้องนาที่เคยจับกินได้อย่างสบายใจน่ะหรอ? เลิกคิดไปได้เลย สารเคมีล้วนๆ! ระบบนิเวศจะค่อยๆ เสื่อมสภาพลงเรื่อยๆ ทีนี้แหละวิถีชีวิตแบบระบบพึ่งพาก็หมดกัน

ต่ออีกสักหน่อยเพื่อให้เห็นภาพ ตัวเกษตรกรเองไง รับไปเต็มๆ เพราะพวกเขาทั้งหลายก็คงไม่ไปเดินห้างแบบคนเมืองหรอก เดินไร่ เดินนา เดินดินนั่นแหละคือความสุขของชาวเกษตรเขาละ แล้วถ้าผืนดินมีแต่สารเคมีล่ะ แน่นอนว่าอาจเกิดการติดต่อผ่านผิวหนังเข้าสู่ร่างกายตายเป็นข่าวกันมานักต่อนักแล้ว

เอาเข้าจริงต่อให้ไม่ต้องแบนสารเคมี แต่ถ้าเกษตรกรได้รับความรู้ที่สามารถเข้าใจถึงผลกระทบต่อสารเคมีอย่างทั่วถึงแล้วละก็ ปัญหานี้จะค่อยๆ หมดไปอย่างยั่งยืน เกษตรกรต้นแบบที่สามารถผลิตยาฆ่าแมลงจากธรรมชาติ ฯลฯ แล้วประสบความสำเร็จมีมากมาย เชื่อว่าถ้าเราค่อยเป็นค่อยไปในการสร้างรากฐานลดใช้สารเคมี ในอนาคตภาคเกษตรของประเทศไทยคงไม่ต้องพึ่งสารเคมีทางการเกษตรอีกเลย



Advertising