ข่าว

LIFE COMMUNITY MUSEUM

Published 26 ก.ค. 2018

By Rabbit Today

LIFE-COMMUNITY-MUSEUM-News-Beat-Rabbit-Today-MAIN_920x470

LIFE COMMUNITY MUSEUM
พิพิธภัณฑ์ชุมชนมีชีวิตน่าทึ่ง หนึ่งเดียวแห่งบึงกาฬ

เป็นเวลา 7 ปีที่ จ.บึงกาฬ เป็นจังหวัดน้องใหม่ที่แยกตัวออกจาก จ.หนองคาย เมื่อปี พ.ศ.2554 และเป็นเวลา 7 เดือนที่พิพิธภัณฑ์ชุมชนมีชีวิตจังหวัดบึงกาฬ บ้านขี้เหล็กใหญ่ อ.โซ่พิสัย ในจังหวัดนี้ ได้กลายเป็นประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของดินแดนอีสานตอนบน ที่กำลังได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวทั่วโลก จากไอเดียของคุณขาบ สุทธิพงษ์ สุริยะ ลูกอีสานขนานแท้ที่อยากเห็นบ้านและชุมชนที่ตนเองเติบโตมา กลับมีชีวิต มีความหวัง และมีกำลังใจ โดยใช้มรดกทางวัฒนธรรมที่พวกเขามีอยู่มานานนับศตวรรษเป็นเครื่องมือสื่อสารให้คนในและคนนอกเห็นคุณค่า

“ผมเกิดที่บ้านหลังนี้ ซึ่งเป็นบ้านของครอบครัวเกษตรกรรมมีที่นา และเห็นชาวบ้านในละแวกนั้นเขามีรายได้น้อย ผมจึงอยากใช้ประสบการณ์จากการที่ผมย้ายเข้าไปเรียนที่ กทม.และได้ทำงานในเรื่องของศิลปะอาหาร ดีไซน์ ปั้นแบรนด์ให้ลูกค้าด้านการเกษตร และทำงานส่วนตัวที่ได้รางวัลบนเวทีโลกมากมาย เรียกว่าตลอดชีวิตของผมโลดแล่นบนเวทีระดับสากลมามากมาย ผมเลยคิดว่า เมื่อเราเห็นสิ่งที่สุดยอดแล้วจึงอยากนำสิ่งที่ดีที่สุดกลับไปเปลี่ยนชีวิตของสิ่งที่เกิด ผมมองว่ามันคือคุณค่าของความเป็นคน นี่คือการกลับมาเพื่อคืนคุณให้กับบ้านเกิดครับ”

คำพูดจากหัวใจของคุณขาบนี้เอง เป็นที่มาของการอนุรักษ์บ้านเรือนอีสานโบราณให้มีชีวิต นำเรื่องของการดีไซน์ ศิลปะและวิถีชีวิตของชุมชน เข้ามาสื่อสารโดยใช้บ้านของเขาเองมาทำเป็นพิพิธภัณฑ์ เพื่อทำให้เกิดการท่องเที่ยวในชุมชนอย่างยั่งยืน และสร้างรายได้ให้กับชุมชน ที่ทำได้จริง

LIFE-COMMUNITY-MUSEUM-News-Beat-Rabbit-Today-1

เมื่อนักปั้นแบรนด์มาลงมือทำ ทุกดีไซน์จึงมีนัยทางความคิดลึกซึ้งแฝงอยู่

“โลโก้ของพิพิธภัณฑ์จะเป็นดอกพุดตูมครับ ดอกไม้ชนิดนี้คนอีสานนิยมนไปไหว้พระ ซึ่งผมก็เรียนรู้จากพ่อแม่ ดอกพุดตูมเป็นดอกไม้สีขาว ใบสีเขียว ผมจึงใช้สีเขียวจากธรรมชาตินั้นในการสื่อสารตัวดีไซน์ของพิพิธภัณฑ์ โดยใช้สีเขียวทั้งหมดเพื่อเป็นการสื่อสารผ่านกิจกรรมในพิพิธภัณฑ์ผ่าน 3 หัวข้อ หลักคือ ธรรมะ ธรรมชาติ และธรรมดา

“ธรรมชาติ คือ โดยรอบพิพิธภัณฑ์เป็นธรรมชาติที่ไม่ต้องปรุง ชุมชนเป็นอย่างไรก็เป็นอย่างนั้น เป็นชุมชนบ้านอีสานดั้งเดิม ด้านหลังพิพิธภัณฑ์คือทุ่งนาและป่ายางพารา ที่น่ามาปั่นจักรยานมากๆ

“ธรรมะ คือ จากตัวพิพิธภัณฑ์ห่างไป 29 กม.จะเป็นที่ตั้งของวัดป่าดานวิเวก ซึ่งมีหลวงปู่ทุย พระป่าสายปฏิบัติเคร่งครัด หลวงปู่ทุยท่านให้ปรัชญาชีวิตคือ ในวัดหลวงปู่ทุยเน้นการปลูกป่า 3,000 ไร่ ในวัดไม่มีไฟฟ้าและน้ำประปา นี่เป็นวิถีของพุทธที่แท้จริง เมื่อไม่มีไฟฟ้าก็ใช้ไฟเทียนหรืออะไรที่ได้จากธรรมชาติ ไม่มีน้ำประปาเณรก็ต้องไปตักน้ำมาจากแหล่งน้ำธรรมชาติมาใช้เพื่อกิจของสงฆ์ และท่านบอกว่า ถ้าคนจะเอาเงินมาถวายวัดให้เอาเงินที่จะมาบริจาคไปดูแลพ่อแม่ของคุณดีกว่า ซึ่งคำพูดนี้ของท่านสอนใจคนได้เป็นอย่างดีครับ

“ส่วน ธรรมดา นั้น ผมคิดว่า การทำชีวิตให้ธรรมดา จะมีความสุขที่สุดแล้วล่ะ” (ยิ้ม)

LIFE-COMMUNITY-MUSEUM-News-Beat-Rabbit-Today-2

พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ยังมีตลาดชุมชนที่ชาวบ้านนำสินค้าทางการเกษตรที่ปลูกไว้กินเอง มาขายให้นักท่องเที่ยวเพื่อสร้างรายได้เสริม การซื้อขายแบบนี้ทำให้เกิดการพูดคุยกับเกษตรกรผู้เพาะปลูกได้โดยตรง พร้อมร่วมทำกิจกรรมที่น่าสนใจของชุมชน ผ่านงานหัตถกรรมที่ชาวชุมชนทำกันอยู่แล้ว เช่น งานสานกระติ๊บข้าวเหนียว งานบายศรี พิพิธภัณฑ์แห่งนี้จึงเป็นศูนย์กลางให้ชุมชนมารวมตัวกันเพื่อกระจายความสุขสู่นักท่องเที่ยว ที่ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง

 

พิพิธภัณฑ์ชุมชนมีชีวิต จังหวัดบึงกาฬ
บ้านขี้เหล็กใหญ่ อ.โซ่พิสัย จ.บึงกาฬ
โทร. 08 6229 7626
Facebook: พิพิธภัณฑ์ชุมชนมีชีวิต จังหวัดบึงกาฬ



Advertising