ข่าว

ปรากฏการณ์ที่น่าจับตา เมื่อดาวเคราะห์น้อยจะพุ่งเฉียดโลก!!

Published 9 ส.ค. 2019

By มธุรพจน์ บุตรไวยวุฒิ

ปรากฏการณ์ที่น่าจับตา เมื่อดาวเคราะห์น้อยจะพุ่งเฉียดโลก!!

เมื่อไหร่ที่เห็นดาวตกวาบเป็นสายบนท้องฟ้า หลายคนคงรีบพนมมือตั้งจิต “อธิษฐานสิจ๊ะ อยากได้อะไร” ดูเป็นจังหวะเหมาะในการขอพรที่สุดแสนจะโรแมนติก โดยเฉพาะกับคู่รักหนุ่มสาวที่นั่งนับดาวกันจนฟ้าสว่าง หรือเพลินใจกับการชมปรากฏการณ์ฝนดาวตกสุดตระการตาในคืนฟ้าเคลียร์ 

และเมื่อพูดถึงเรื่องปรากฏการณ์บนท้องฟ้าที่น่าตื่นตาตื่นใจนี้เอง องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐอเมริกา (นาซ่า) รายงานว่า เดือนสิงหาคมของทุกปี เป็นเดือนไฮไลต์ของปรากฏ การณ์ฝนดาวตก โดยเฉพาะฝนดาวตกเปอร์ซีดส์ (Perseids) ที่เกิดจากการเคลื่อนตัวของโลกผ่านแนวโคจรของฝุ่นอุกกาบาต และจะพีคสุดในช่วงวันที่ 11-13 ส.ค.62 ในอัตราประมาณ 60-80 ดวง/ชม. เลยทีเดียว 

แต่ก่อนจะไปชมฝนดาวตกที่ว่านี้เพียง 1 วันนั้น นาซ่ามีรายงานสุดระทึกที่ทำให้คนทั้งโลกต้องนิ่งฟัง   

นั่นคือ ดาวเคราะห์น้อย รหัส 2006 คิวคิว 23 ที่ค้นพบเมื่อ 21 ส.ค. 2549 หรือเมื่อ 13 ปีที่แล้ว โดยหอดูดาว Siding Spring Observatory ของออสเตรเลียนั้น กำลังจะพุ่งเฉียดโลกของเราในวันเสาร์ที่ 10 ส.ค.นี้ ซึ่งเป็นระยะที่ ‘มีโอกาสเกิดอันตรายต่อโลกได้’  

เจ้า ‘2006 คิวคิว 23’ ที่ว่านี้ ถึงแม้ว่าจะชื่อว่าดาวเคราะห์น้อย แต่ขนาดไม่ได้กระจ้อยร่อยเหมือนชื่อ เพราะมีเส้นผ่าศูนย์กลาง 570 เมตร ระยะนี้ถ้าจับวัดในแนวดิ่งก็เทียบได้กับความสูงหนึ่งตึกครึ่งของตึกคิงเพาเวอร์มหานครในบ้านเรา และเมื่อเทียบสัดส่วนความใหญ่โตของมันแล้ว ก็เทียบเท่าตึกเดอะชาร์ด ในกรุงลอนดอน มัดรวมกัน 2 ตึก 

อย่างไรก็ตาม จากรายงานของนาซ่านั้น คำว่า ‘เฉียด’ นี้ยังอยู่ห่างโลกออกไปประมาณ 7.4 ล้าน กม. ซึ่งถือว่ายังไกลกว่าระยะห่างระหว่างโลกกับดวงจันทร์อยู่ประมาณ 18-19 เท่า ทว่ามันพุ่งโคจรด้วยอัตราเร็ว 16,740 กม./ชม. หรือเร็วเป็น 38 เท่าของความเร็วสูงสุดของรถไฟชินคันเซ็น...จึงเป็นตัวเลขที่น่าคิดไม่น้อย 

บางคนวิตกกังวลจากข่าวนี้ เพราะโลกของเราในอดีตก็เคยเกิดหายนะรุนแรงจากการตกของอุกกาบาตที่ดูน่ากลัวมาแล้วหลายครั้งหลายครา 

อย่างเช่น ร่องรอยของหลุมอุกกาบาตบาร์ริงเกอร์ ในรัฐแอริโซน่า สหรัฐอเมริกา ซึ่งมีหลากหลายทฤษฎีคาดเดาความใหญ่โตและความเร็วของอุกกาบาตที่พุ่งชน จนเกิดหลุมกว้าง 1.25 กม. และลึกถึง 174 เมตร เลยทีเดียว 

อีกความทรงจำสุดสะพรึง คือเหตุการณ์อุกกาบาตตกในป่าทุงกุสก้า ไซบีเรีย เมื่อปี ค.ศ.1908 ครั้งนั้นทำให้พื้นที่ป่ากระจุยไป 2 พันกว่า ตร.กม. (เทียบแล้วเรียกว่ากินพื้นที่ทั้ง กทม.) ต้นไม้ในป่าราบไป 80 กว่าล้านต้น สัตว์หลายชนิดล้มตาย เหมือนโดนระเบิดนิวเคลียร์ลูกมหึมาถล่มเมืองฮิโรชิม่า แต่รุนแรงกว่า 1,000 เท่า!  

หรือเมื่อ 6 ปีที่แล้ว ที่เกิดเหตุการณ์อุกกาบาตพุ่งผ่านท้องฟ้านครเซเลียบินสค์ ประเทศรัสเซีย ก่อนจะระเบิดและแตกออกเป็นเสี่ยงๆ จนมีผู้ได้รับบาดเจ็บไปพันกว่าราย ส่วนใหญ่จะได้รับบาดเจ็บจากเศษกระจกที่เกิดจากแรงระเบิดนั้น

แต่ทั้งสามเหตุการณ์ช็อกโลกนี้ยังถือว่าเคราะห์ดีที่เกิดขึ้นในพื้นที่ห่างไกล และเกิดในพื้นที่เมืองที่มีคนไม่หนาแน่นนัก 

ถามว่า ถ้า ‘2006 คิวคิว 23’ ที่จะเฉียดโลกในวันเสาร์นี้ เกิดเบี่ยงเบนทิศทางเข้าหาโลกล่ะ จะเกิดอะไรขึ้น? ด้วยขนาดอันใหญ่โตของมัน มีการคาดเดาว่าสามารถถล่มพื้นที่เมืองใหญ่หรือประเทศได้แบบวินาศสันตะโรเลยทีเดียว  

ทว่าตอนนี้เราไม่ควรจะตื่นตระหนกกับการมาเยือนของ ‘2006 คิวคิว 23’ จนเกินไป แต่ควรมองว่าน่าจะเป็นโอกาสดีที่คนทั้งโลกจะได้ศึกษา และจับตามองการเฉียดของหนึ่งในอุกกาบาตจำนวนมหาศาลในจักรวาลอันกว้างใหญ่ของเรานี้ต่อไป โดยเฉพาะการวางแผนรับมือกับอุกกาบาตอีกหลายๆ ลูกที่กำลังต่อคิวมาทักทายโลกแบบเฉี่ยวไปเฉี่ยวมา ระหว่างนี้เรามาเตรียมซ้อมใหญ่รอดูมหกรรมฝนดาวตกกันดีกว่า ช่วงวันที่ 11-13 สิงหาคมนี้นะ อย่าพลาด!!



Advertising