ข่าว

พร้อมรึยัง? กับการก้าวสู่สนามเลือกตั้ง 2562

Published 12 มี.ค. 2019

By Rabbit Today

Prepare-to-Elect-news-beat-Rabbit-Today-banner

นับถอยหลังกันแบบชั่วโมงต่อชั่วโมงเลยทีเดียว สำหรับการเลือกตั้ง 2562 ซึ่งประชาชนผู้มีสิทธิมีเสียงทั้งหลายจะต้องเข้าคูหาเลือกตั้งกันในวันอาทิตย์ที่ 24 มีนาคม 2562 นี้แล้ว

ผู้ที่มีสิทธิเลือกตั้งครั้งแรก (มือใหม่) รวมทั้งผู้ที่ห่างหายจากการเลือกตั้งไปนาน หลายคนอาจจะยังสับสนว่า การเลือกตั้งในครั้งนี้ตัวเองควรทำอะไรบ้าง…Rabbit Today จึงขอรวบรวมขั้นตอนการเลือกตั้งมาให้ทุกคนได้ทราบกัน เนื่องจากการเลือกตั้งในครั้งนี้มีการเปลี่ยนแปลงวิธีการเลือกตั้งในหลายส่วน

ก่อนเลือกตั้ง ต้องทำอะไรบ้าง

เช็กชื่อตัวเองก่อน ว่าเป็นผู้มีสิทธิเลือกตั้งหรือไม่

คุณสมบัติของผู้มีสิทธิเลือกตั้งมีดังนี้

  • มีอายุ 18 ปีบริบูรณ์ในวันที่เลือกตั้ง วันที่ 24 มีนาคม 2562 หรือต้องเกิดวันที่ 24 มีนาคม 2544 หรือก่อนหน้านั้น
  • มีสัญชาติไทย ผู้ที่โอนสัญชาติมาเป็นคนไทย ต้องได้รับสัญชาติมาแล้วไม่ต่ำกว่า 5 ปี
  • มีชื่อในทะเบียนบ้านมาแล้วไม่น้อยกว่า 90 วัน

สำหรับผู้มีสิทธิเลือกตั้ง กกต.จะมีการส่งรายชื่อทางไปรษณีย์ไปยังบ้านของประชาชนทุกคนที่มีสิทธิเลือกตั้ง โดยแต่ละบ้านจะได้รับจดหมาย 1 ฉบับ ซึ่งเป็นรายชื่อตามทะเบียนบ้านของทุกคนในบ้านที่มีสิทธิลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง เพื่อให้ตรวจสอบรายชื่อและเขตเลือกตั้งของตนเองก่อนออกไปลงคะแนนจริง ซึ่งจะส่งไปถึงไม่เกิน 20 วัน ก่อนการเลือกตั้ง  

ใครบ้างที่ไม่มีสิทธิเลือกตั้ง

  • ภิกษุ สามเณร นักพรต หรือนักบวช
  • คนที่อยู่ในระหว่างถูกเพิกถอนสิทธิการเลือกตั้ง
  • คนที่ถูกคุมขังตามคำสั่งศาล
  • คนวิกลจริต

การลงทะเบียนออนไลน์เลือกตั้งล่วงหน้า

สำหรับผู้ที่อาศัยอยู่นอกเขตเลือกตั้งที่มีชื่ออยู่ หรืออยู่นอกราชอาณาจักร ต้องยื่นลงทะเบียนออนไลน์ขอใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้า ตั้งแต่วันที่ 28 ม.ค. - 19 ก.พ. ที่ผ่านมา และต้องไปใช้สิทธิเลือกตั้งในวันที่ 17 มี.ค. 2562 โดยตรวจสอบและกรอกรายละเอียดผ่านทาง https://election.bora.dopa.go.th/ectoutvote/ ซึ่งคาดว่าจะมีผู้ลงทะเบียนออนไลน์ใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าพอสมควร

พร้อมรึยัง? กับการก้าวสู่สนามเลือกตั้ง 2562,ข่าว,Rabbit Today

24 มีนาคม เข้าคูหา กาเบอร์เดียว

เมื่อไปถึงเขตเลือกตั้งแล้ว ผู้มีสิทธิเลือกตั้งต้องปฏิบัติ 5 ขั้นตอนดังนี้

  • ตรวจสอบรายชื่อ : ตรวจสอบรายชื่อและลำดับที่ จากบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่ป้ายประกาศหน้าหน่วยเลือกตั้ง
  • ยื่นบัตรประชาชน : ยื่นบัตรประชาชนและลงลายมือชื่อในรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง
  • รับบัตรเลือกตั้ง : ลงลายมือชื่อหรือพิมพ์ลายนิ้วหัวแม่มือขวาด้านบนต้นขั้วบัตรเลือกตั้ง พร้อมรับบัตรเลือกตั้ง 1 ใบ คือบัตรเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขต
  • กากบาท ลงคะแนน : เข้าคูหาตรวจสอบหมายเลขผู้สมัคร โลโก้พรรค และชื่อพรรคของผู้สมัครที่ต้องการเลือก แล้วลงคะแนนโดยการทำเครื่องหมายกากบาท X ในช่องว่างสำหรับทำเครื่องหมาย ไม่เกินหนึ่งหมายเลข หรือทำเครื่องหมาย X ใน "ช่องไม่เลือกผู้สมัครใด" ที่มุมด้านขวาล่าง หากไม่ประสงค์ลงคะแนนเลือกตั้งผู้สมัครใด
  • หย่อนบัตรลงหีบ : เมื่อลงคะแนนเสร็จแล้วพับบัตรเลือกตั้งให้เรียบร้อย และหย่อนบัตรลงในหีบบัตรเลือกตั้ง

คำเตือน!!!

  • ผู้มีสิทธิเลือกตั้งต้องเข้าคูหาเลือกตั้งเพื่อลงคะแนนในเวลา 08.00 - 17.00 น.
  • ห้ามนำบัตรเลือกตั้งออกจากเขตเลือกตั้ง หรือจงใจทำเครื่องหมายเพื่อเป็นที่สังเกต
  • ห้ามถ่ายภาพบัตรเลือกตั้งที่ได้ลงคะแนนเลือกตั้งแล้ว และห้ามนำบัตรเลือกตั้งที่ลงคะแนนแล้ว แสดงให้ผู้อื่นเห็นว่า ลงคะแนนหรือลงคะแนนไม่เลือกผู้สมัครใด
  • ต้องนำบัตรเลือกตั้งหย่อนลงหีบบัตรด้วยตนเอง
  • หากผู้ใดฝ่าฝืนข้อห้ามต้องระวางโทษจำคุก ปรับ หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง

ข้อเท็จจริง 

1. กาเบอร์เดียวได้ผล 3 ประการ

  • ผู้สมัครที่ได้คะแนนสูงสุดในเขตเลือกตั้ง จะได้เป็น ส.ส.ตัวแทนของเขต
  • คะแนนที่เลือกจะถูกนำไปรวมทั้งประเทศ เพื่อคำนวณจำนวนที่นั่ง ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อของพรรคนั้น
  • ส.ส.ทั้งจากระบบแบ่งเขตและบัญชีรายชื่อ จะไปรวมกันเพื่อเลือกนายกรัฐมนตรี

2. ผู้สมัคร ส.ส.พรรคเดียวกัน คนละหมายเลข ในอดีตคนไทยคุ้นชินกับการจำหมายเลขพรรค เนื่องจากผู้สมัคร ส.ส.ที่มาจากพรรคเดียวกันจะใช้หมายเลขเดียวกันทั่วประเทศ แต่การเลือกตั้งครั้งใหม่นี้ แม้ ส.ส.จะมาจากพรรคเดียวกัน แต่อยู่คนละเขตก็อาจได้หมายเลขต่างกัน

ทั้งนี้เมื่อถึงเวลากาลงคะแนนเสียง ประชาชนจะต้องจำให้ได้ว่าผู้สมัครในเขตที่ตนเองหมายตาไว้นั้นใช้หมายเลขใด

3. คะแนน Vote No มีความหมาย เขตเลือกตั้งที่ไม่มีผู้สมัครคนใดได้คะแนนเสียงมากกว่าคะแนนเสียงไม่เลือกผู้ใดเป็น ส.ส. (Vote No) เขตนั้นจะต้องทำการเลือกตั้งใหม่ โดยผู้สมัคร ส.ส.คนเดิมของทุกพรรคจะไม่สามารถลงสมัครได้อีก เพื่อให้ประชาชนได้เลือกผู้แทนที่ต้องการอย่างแท้จริง

4. ส.ว.ที่มาจาก คสช.คัดเลือก โหวตนายกรัฐมนตรีได้ด้วย ตามบทเฉพาะกาลของรัฐธรรมนูญปี 2560 กำหนดให้มีการคัดเลือก ส.ว. จำนวน 250 คน โดย ส.ว. 244 คน มาจากการคัดเลือกของ คสช.ในขั้นตอนสุดท้าย ขณะที่อีก 6 คน จะเป็น ส.ว.โดยตำแหน่ง โดย ส.ว.ทั้ง 250 คนนี้ มีสิทธิในการเลือกนายกรัฐมนตรีร่วมกับ ส.ส.อีก 500 คน

ที่มา : ThaiPBS


AUTHOR :

Rabbit Today
Rabbit Today
Rabbit Today สื่อรายวันที่พร้อมจะเป็นเพื่อนกับผู้อ่าน เปิดกว้างในทุกๆมุมมองอย่างสร้างสรรค์ เราพร้อมที่จะเชื่อมต่อกับคุณในทุกช่องทาง เพื่อส่งต่อแรงบันดาลใจดีๆสู่คุณ...

Advertising