ข่าว

Today News วันอังคารที่ 6 พฤศจิกายน 2561

Published 5 พ.ย. 2018

By Rabbit Today

TodayNews_issue63-news-beat-Rabbit-Today-banner

กินเนื้อวัว-ควาย-หมู สุกๆ ดิบๆ เสี่ยงโรคพยาธิตืด

Today News วันอังคารที่ 6 พฤศจิกายน 2561,ข่าววันนี้,Rabbit Today

สธ. เตือนประชาชนชอบกินเนื้อวัว ควาย หมู ดิบ หรือสุกๆ ดิบๆ เสี่ยงเป็นไข้หูดับและโรคพยาธิตืด หากมีอาการเบื่ออาหาร น้ำหนักลด ปวดท้องท้องเสียให้ไปพบแพทย์ ไม่ควรซื้อยาถ่ายพยาธิรับประทานเอง

นายแพทย์ประพนธ์ ตั้งศรีเกียรติกุล รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ว่า การรับประทานอาหารจากเนื้อวัว เนื้อควาย เนื้อหมูดิบ หรือที่ปรุงสุกๆ ดิบๆ เช่น ลาบ แหนม มีความเสี่ยงเป็นโรคอุจจาระร่วง ไทฟอยด์ อาหารเป็นพิษ รวมทั้งโรคที่เป็นอันตรายถึงชีวิต เช่น ไข้หูดับหรือโรคพยาธิได้ 

โดยโรคพยาธิที่พบบ่อยได้แก่ พยาธิตืดหมู ตืดวัว ซึ่งในเนื้อนั้นมีถุงพยาธิตืดลักษณะคล้ายเม็ดสาคูที่มีตัวอ่อนของพยาธิอยู่ ตัวอ่อนจะเติบโตเป็นพยาธิตัวเต็มวัยในลำไส้เล็กของคน และที่สำคัญ คนมีโอกาสเป็นโรคพยาธิถุงตืดหมูจากการกินไข่พยาธิเข้าไปโดยตรงจากการปนเปื้อนอุจจาระของคนที่เป็นโรคพยาธิตืด หรือใช้มือที่เปื้อนไข่พยาธิตืดเข้าปาก หรือจากคนได้รับไข่พยาธิตืดซึ่งอยู่ในลำไส้ของตนเองเข้าไป หรือติดทางอ้อมโดยการการกินผักสด ผลไม้ หรือน้ำดื่มที่มีไข่พยาธิตืดปนเปื้อน ไข่พยาธิตืดจะเจริญเป็นตัวอ่อน สร้างถุงหุ้มตัวเป็นถุงพยาธิตืดตามอวัยวะต่างๆ ในร่างกายคน เช่น สมอง ตา หัวใจ ปอด และกล้ามเนื้อ หากอยู่ในสมองและไขสันหลัง อาจทำให้มีอาการทางระบบประสาท ชัก อาจรุนแรงถึงตาย หรืออยู่ในตาอาจตาบอดได้

Today News วันอังคารที่ 6 พฤศจิกายน 2561,ข่าววันนี้,Rabbit Today

นายแพทย์ประพนธ์กล่าวว่า ส่วนใหญ่ผู้ป่วยที่มีพยาธิตืดในลำไส้มักไม่แสดงอาการ บางรายอาจมีอาการป่วย ซึ่งจะขึ้นอยู่กับชนิดของพยาธิตืดและตำแหน่งที่พยาธิตืดอาศัยอยู่ จึงขอให้ประชาชนที่รับประทานเนื้อวัว เนื้อควาย เนื้อหมูดิบ หรือสุกๆ ดิบๆ สังเกตอาการผิดปกติ เช่น เบื่ออาหาร น้ำหนักลด คลื่นไส้ เหนื่อยล้า อ่อนแอ ปวดท้อง ท้องเสีย ปวดศีรษะ ตาพร่ามัว มีไข้ มีถุงน้ำหรือก้อนเนื้อตามร่างกาย ควรพบแพทย์เพื่อตรวจรักษาและรับประทานยาตามแพทย์สั่ง ไม่ควรซื้อยาถ่ายพยาธิมารับประทานเอง

โดยแพทย์จะให้ยาตามน้ำหนักตัวของคนไข้และแนะนำให้คนไข้กินยาก่อนนอน เพื่อลดอาการข้างเคียงของยา เช่น วิงเวียนและคลื่นไส้ อาเจียน เป็นต้น คนที่เป็นโรคพยาธิตืดหมู ควรกินยาขณะท้องว่าง และกินยาระบายด้วยเพื่อลดโอกาสที่จะเกิดการขย้อนปล้องสุกของพยาธิกลับเข้าไปในกระเพาะอาหาร ซึ่งจะทำให้เป็นโรคถุงพยาธิตืดได้ ส่วนคนที่เป็นโรคถุงพยาธิตืดในอวัยวะต่างๆ หากเป็นที่สมองและมีอาการชัก ปวดศีรษะมาก อาจต้องให้ยารักษาหรือผ่าตัดตามความเหมาะสม

ด้านนายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวเสริมว่า ขอให้ประชาชนดูแลสุขอนามัยส่วนบุคคล รับประทานอาหารที่ปรุงจากเนื้อวัวควาย หรือหมูที่ปรุงสุกด้วยความร้อนควรจะซื้อเนื้อดังกล่าวที่ผ่านการตรวจจากโรงฆ่าสัตว์แล้วเท่านั้น ล้างผักสดและผลไม้ให้สะอาดก่อนรับประทาน และดื่มน้ำสะอาด ถ่ายอุจจาระลงในส้วมที่ถูกสุขลักษณะ ล้างมือให้สะอาดทุกครั้งก่อนรับประทานอาหาร ก่อนปรุงอาหารและหลังถ่ายอุจจาระทุกครั้ง 

CR.: http://www.nationtv.tv/main/content/378667626/

_______________________________________________

คุมเข้มผู้ทำ/ นำเข้ากระติกน้ำร้อนไฟฟ้า

Today News วันอังคารที่ 6 พฤศจิกายน 2561,ข่าววันนี้,Rabbit Today

นายวันชัย พนมชัย รองเลขาธิการ รักษาราชการแทนเลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ปัจจุบัน สมอ. กำหนดให้ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม จำนวน 109 รายการ ต้องเป็นไปตามมาตรฐานหรือมาตรฐานบังคับ เพื่อคุ้มครองผู้บริโภคให้ได้รับความปลอดภัยในการใช้งาน ซึ่ง สมอ. ได้กำหนดให้กระติกน้ำร้อนไฟฟ้า ต้องเป็นไปตามมาตรฐานเลขที่ มอก. 2062-2558 มีผลใช้บังคับเมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2560 ที่ผ่านมา 

ปัจจุบันมีผู้ทำและนำเข้าได้รับใบอนุญาตตามมาตรฐานใหม่แล้ว จำนวน 17 ราย โดยแบ่งเป็นผู้ผลิตในประเทศ 8 รายและผู้นำเข้า 9 ราย จากเดิมที่มีผู้ได้รับใบอนุญาตตามมาตรฐานเก่า จำนวน 50 ราย แบ่งเป็น ผู้ผลิตในประเทศ 20 ราย และผู้นำเข้า 30 ราย สมอ. จึงแจ้งเตือนไปยังผู้ประกอบการที่ยังไม่มาขออนุญาตให้รีบดำเนินการตามมาตรฐานใหม่เท่านั้น หากตรวจพบจะดำเนินการตามกฎหมายทันที

มาตรฐานกระติกน้ำร้อนไฟฟ้าฉบับใหม่นี้ อ้างอิงมาจากมาตรฐาน IEC 60335-2-15 (2012) โดยมีเนื้อหาเพิ่มเติมจากมาตรฐานเดิม เพื่อให้ทันกับความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี โดยเพิ่มคุณสมบัติด้านความปลอดภัยทางไฟฟ้าและมีการทดสอบระบบดิจิตอลที่ใช้ควบคุมการทำงานต่างๆ ของกระติกน้ำร้อนไฟฟ้า เช่น ระบบเร่งเดือด ระบบปรับระดับอุณหภูมิ ระบบล็อคฝาอัตโนมัติ ฯลฯ รวมถึงซอฟต์แวร์ในระบบดิจิทัลที่ติดตั้งในผลิตภัณฑ์ดังกล่าว จึงฝากถึงผู้บริโภคให้เลือกซื้อสินค้าที่แสดงเครื่องหมายมาตรฐาน ซึ่งติดอยู่บนตัวสินค้า จึงจะมั่นใจได้ว่าสินค้ามีความปลอดภัยในการใช้งาน มีคุณภาพและคุ้มค่า

ทั้งนี้ สมอ. ขอเชิญชวนให้ติดตามข่าวสารด้านการมาตรฐานจาก สมอ. ที่สะดวกและรวดเร็วที่ www.tisi.go.th และ www.facebook.com/tisiofficial ท่านจะไม่พลาดข่าวสารความเคลื่อนไหวที่เป็นประโยชน์ทั้งต่อผู้ประกอบการและผู้บริโภค

CR.: http://www.bangkokbiznews.com/news/detail/817482

_______________________________________________

เร่งหาตัวหญิงสาดพริกป่นผสมน้ำใส่รถสาวขับเบนซ์

ตำรวจบางซื่อ เร่งหาตัวหญิงสาดพริกป่นผสมน้ำใส่รถสาวขับเบนซ์ เร่งเช็กวงจรปิดไล่ล่า โดยทางตำรวจยอมรับว่าเป็นเรื่องยากที่จะหาพบ แต่จะพยายามติดตามตัวคนร้ายมาให้ได้

จากกรณีเฟซบุ๊ก ‘Faii Sawatdisarn’ ได้โพสต์เตือนภัยหลังเจอคนร้ายสาดพริกป่นผสมน้ำใส่รถที่น้าสาวของตัวเองขับอยู่ จนได้รับบาดเจ็บ โดยระบุว่า เรื่องนี้เกิดขึ้นกับน้าของตัวเอง ซึ่งน้าของเธอกำลังขับรถกลับบ้านคนเดียว ระหว่างทางรถติดไฟแดงอยู่ที่แยกจตุจักร ก็มีรถ จยย. ขี่มาจอดข้างๆ แล้วเคาะกระจกเพื่อถามทาง

น้าของเธอจึงลดกระจกลงเพื่อบอกทาง แต่เพียงไม่กี่วินาทีคนร้ายก็ได้สาดน้ำผสมพริกป่น ซึ่งมีพริกเยอะมาก เข้าใส่ใบหน้าของน้าสาวทันที ซึ่งต่อมา นางวาสนา เวสารัชเวศย์ อายุ 48 ปี ผู้เสียหายที่ถูกสาดพริกใส่หน้าได้เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สน.บางซื่อ โดยเหตุการณ์เกิดขึ้นบริเวณแยกศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง ถนนกำแพงเพชร แขวงและเขตจตุจักร กทม. ช่วงเวลาประมาณ 20.30 น. ของวันที่ 2 พ.ย. ที่ผ่านมา

ล่าสุด พ.ต.อ.วิรดล ทับทิมดี ผกก.สน.บางซื่อ เปิดเผยถึงกรณีดังกล่าวว่า หลังจากได้สอบปากคำผู้เสียหายทราบว่าวันเกิดเหตุคนร้ายซึ่งเป็นผู้หญิงสวมหมวกนิรภัยแบบครึ่งใบ ขับขี่รถ จยย. มาจอดรถด้านฝั่งผู้โดยสาร และเคาะกระจกรถผู้เสียหาย โดยผู้เสียหายนึกว่าหญิงดังกล่าวจะถามทางจึงลดกระจกลง แต่ยังไม่ทันจะพูดคุยกัน หญิงดังกล่าวก็ใช้พริกผสมน้ำสาดเข้ามาในรถจนผู้เสียหายมีอาการแสบตาจนต้องเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาล

ทั้งนี้ ตนได้สั่งการให้ฝ่ายสืบสวนลงพื้นที่ เพื่อตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณจุดเกิดเหตุ เพื่อหาตัวคนร้าย ขณะนี้ฝ่ายสืบสวนยังไม่ได้รายงานความคืบหน้า ส่วนสาเหตุนั้นจากการสอบถามผู้เสียหายยืนยันว่าไม่เคยมีเรื่องกับใครมาก่อน จึงทำให้การสืบสวนสอบสวนเป็นไปได้ยาก แต่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะพยายามติดตามตัวคนร้ายมาให้ได้อย่างแน่นอน

CR.: http://www.nationtv.tv/main/content/378667595/



Advertising