ข่าว

ยูเนสโกเลือกไทย เป็น 1 ใน 8 กรณีการศึกษาของโลก

Published 31 ก.ค. 2019

By ณัฐพล ช่วงประยูร

ยูเนสโกเลือกไทย เป็น 1 ใน 8 กรณีการศึกษาของโลก

ค่าของคนอยู่ที่ผลของงาน ประโยคนี้ใช้ได้เสมอ ฉะนั้นรากฐานของคนก็คือความรู้และประสบการณ์ การศึกษาจึงจำเป็นต่อการดำรงอยู่และพัฒนา

รายงาน Beyond Commitments: How Countries Implement SDG 4 ล่าสุดของ UNESCO ได้เลือก ‘กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา’ ของประเทศไทย เป็น 1 ใน 8 กรณีศึกษาของโลก แสดงถึงความก้าวหน้าด้านการพัฒนาที่ยั่งยืนด้านการศึกษาของโลกที่สำคัญในรอบ 5 ปีที่ผ่านมา

‘มีคุณภาพ เท่าเทียม ทั่วถึง และเป็นการศึกษาตลอดชีวิต’ คือหัวใจสำคัญของ ‘แผนเป้าหมายเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน’ (Sustainable Development Goals; SDGs) ‘เป้าหมายที่ 4’ (SDG4) ซึ่งเป็นหนึ่งใน 17 เป้าหมายที่องค์การสหประชาชาติ หรือยูเนสโก (UNESCO) กำหนดขึ้นหลังจากผู้นำโลกที่เป็นสมาชิกเห็นด้วย เพื่อให้แน่ใจว่าโลกจะดีขึ้นภายในปี พ.ศ.2573

ไทยถือเป็นประเทศแรกๆ ของโลกที่มีการดำเนินการตามเป้าหมาย โดยเฉพาะด้านการศึกษา โดยเชื่อมโยงเป้าหมายที่ 4 นี้เข้ากับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีของไทย มีกระทรวงศึกษาธิการเป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรง ร่วมด้วยกระทรวงมหาดไทย กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และกระทรวงสาธารณสุข

ขณะที่สถิติจากกระทรวงศึกษาธิการระบุว่า การเข้าเรียนของเด็กไทยอยู่ที่ร้อยละ 102 นั่นหมายความว่า ไม่ใช่เพียงแค่เด็กไทยที่ได้รับการศึกษาขั้นพื้นฐาน หากแต่ยังรวมไปถึงเด็กสัญชาติอื่นๆ ที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยด้วย นโยบายเรียนฟรีคือหนึ่งในปัจจัยสำคัญ ทว่าก็ยังไม่ทั่วถึงและเพียงพอ 

ยูเนสโกเลือกไทย เป็น 1 ใน 8 กรณีการศึกษาของโลก,Rabbit Today

คณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา (กอปศ.) ระบุว่า ยังมีเด็กและเยาวชนอีกร้อยละ 10 ที่ยังหลุดออกจากระบบการศึกษากลางคัน จึงเป็นที่มาของการจัดตั้งกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ซึ่งเกิดขึ้นตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 ที่ว่า “ให้จัดตั้งกองทุนเพื่อใช้ในการช่วยเหลือผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์ ลดความเหลื่อมล้ำในการศึกษา และเสริมสร้างและพัฒนาคุณภาพและประสิทธิภาพครู โดยให้รัฐจัดสรรงบประมาณให้แก่กองทุน โดยให้กองทุนมีการบริหารจัดการที่เป็นอิสระ”

แน่นอนว่ากองทุนที่ว่านี้มีทั้งยูเนสโกและยูนิเซฟเป็นผู้ร่วมให้การสนับสนุนด้วย โดยครอบคลุมการให้ความช่วยเหลือประชากรมากกว่า 4 ล้านคน ตั้งแต่วัยแรกเกิดจนถึงวัยทำงาน เลยไปจนถึงการให้การสนับสนุนการทำงานของครูและสถานศึกษาในพื้นที่ยากลำบาก และไม่ลืมที่จะให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีที่จะเข้ามาช่วยค้นหากลุ่มเป้าหมายได้อย่างแม่นยำ รวมทั้งการติดตามประเมินผล และระบบคัดกรองนักเรียนยากจน โดยสร้างแอปพลิเคชันเพื่อใช้งานผ่านสมาร์ตโฟน

ไม่ใช่แค่การให้เงินทุนเพื่อการศึกษาเพียงอย่างเดียว แต่ยังมีการให้เงินอุดหนุนอย่างมีเงื่อนไขเป็นรายบุคคลที่ตรงกับความจำเป็นของเด็กและเยาวชนอย่างแท้จริง หนึ่งในนั้นคือการให้ทุนเด็กในระดับมัธยมศึกษาที่อยากจะกลับมาเป็นครูในท้องถิ่นของตัวเอง โดยให้ทุนถึงระดับปริญญาตรี ขณะเดียวกันในระดับการศึกษาอื่นยังมีระบบเฝ้าติดตามผลการเรียนและน้ำหนักส่วนสูงของเด็กอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันการหลุดออกจากระบบการศึกษา นอกจากนี้ยังมีอีกหลายโครงการที่ล้วนเกิดขึ้นเพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาของไทย รวมทั้งดูแลครูผู้เป็นตัวจักรสำคัญที่จะทำให้การศึกษาไทยมีคุณภาพ เท่าเทียม ทั่วถึง และเป็นการศึกษาตลอดชีวิต เพื่อบรรลุสู่เป้าหมายที่ 4 อย่างแท้จริง

หากกองทุนนี้นำไปสู่ความสำเร็จ ต้องจับตาคอยดูว่า ก้าวสำคัญของไทยกับคนรุ่นใหม่ในเวทีโลกจะเป็นอย่างไรต่อไป



Advertising