ข่าว

รวมผลิตภัณฑ์ที่ใช้แล้วหมดไป สร้างขยะเป็นศูนย์

Published 31 ต.ค. 2019

By ธีรภัทร์ เตชะเอื้อย

รวมผลิตภัณฑ์ที่ใช้แล้วหมดไป สร้างขยะเป็นศูนย์

นโยบายการลดขยะให้เป็นศูนย์ (Zero Waste) ยังคงอยู่ในเทรนที่หลายคนจับตามอง ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าการใช้ชีวิตในกิจวัตรประจำวันของมนุษย์ต้องเกิดการผลิตของเสียทิ้งไว้บนโลกผู้ไม่รู้อีโหน่อีเหน่รับภาระส่งกระทบต่อสภาพแวดล้อมโดยตรง จริงไม่จริง! เริ่มต้นตื่นนอน…ต้องล้างหน้าแปลงฟัน ใช้น้ำเพื่ออุปโภค…จากน้ำดีกลายเป็นน้ำเสีย ถ้าให้ไล่เรียงตั้งแต่เช้ายันเย็นคงรู้สึกผิดกันพอดี

แต่โชคดีที่มนุษย์ผู้อาศัย (อยู่บนโลก) ไม่ได้นิ่งเฉยแต่อย่างใด จากปัญหาเปลี่ยนเป็นหาทางออก เกิดเป็นไอเดียการออกแบบผลิตภัณฑ์รักษ์โลก รวมๆ แล้วถือว่าเป็นไอเดียที่ต้องกดไลค์รัวๆ ให้กับความคิดสร้างสรรค์เหล่านี้เลยทีเดียวเชียว พร้อมแล้วก็อย่าลืมปักหมุดหยุดแชร์กันด้วยล่ะ

ตะเกียบกินได้
ขอบคุณภาพจาก KMITL

ตะเกียบกินได้ ลดขยะ รักษ์โลก

จะสู้กับการจัดการปัญหาขยะได้ดีที่สุดก็ไม่ต้องสร้างขยะขึ้นมาเลยสิ…ดีมั้ยล่ะ!? นี่คงเป็นคอนเซปต์ไอเดียดีของนักศึกษากลุ่มหนึ่งจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ สถานบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าคุณทหารลาดกระบัง ที่คิดค้นตะเกียบกินได้ทำจากแป้งข้าวโพด-ถั่วเหลือง ฟังไม่ผิดแล้ว…ตะเกียบกินได้!

จะเป็นอย่างไรเมื่อตะเกียบที่คุ้นเคยสามารถกินได้ด้วย แบบว่ากินก๋วยเตี๋ยวไปกินตะเกียบไป น่าจะได้ฟิลลิ่งใหม่แห่งการกินก๋วยเตี๋ยวเลยเนอะ เพราะเมื่อตะเกียบ (แป้ง) โดนน้ำก๋วยเตี๋ยว บริเวณที่เปียกจะค่อยๆ เปื่อยและนิ่มตามธรรมชาติจนกลายเป็นของที่กินได้นั่งเอง แบบนี้น่าจะทำตะเกียบลูกชิ้นปลาด้วยเนอะ จะได้ไม่ต้องใส่ลูกชิ้นเพิ่มอีก…ฮาๆๆ

นักศึกษากลุ่มนี้ได้ไอเดียต่อยอดมาจาก ‘ภาชนะที่กินได้’ จากประเทศเพื่อนบ้านของเรา อย่าง ‘ญี่ปุ่น’ ไอเดียนี้นอกจากจะช่วยลดปริมาณขยะที่เพิ่มขึ้นในแต่ละวันแล้ว ยังสนองความกังวลของผู้บริโภคที่ไม่มั่นใจว่าอุปกรณ์ที่ใช้บริโภคนั้นสะอาดหรือไม่ เพราะการล้างช้อน ตะเกียบ ถ้วย ฯลฯ ที่ไม่สะอาดพออาจเกิดเชื่อโรคหมักหมมได้ 

หลายคนเกิดคำถามว่าตะเกียบ (แป้ง) จะสามารถใช้งานได้จริงหรือ? ซึ่งต้องบอกว่าสามารถใช้งานได้จริงๆ เพราะทดสอบใช้กินก๋วยเตี๋ยวแล้ว ตะเกียบ (แป้ง) สามารถใช้งานได้อย่างต่ำ 10 นาทีเลยทีเดียว พอดีแหละ… ตะเกียบก็หมดไปพร้อมๆ กับก๋วยเตี๋ยวเลยไง

ปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนการพัฒนา ไม่แน่ว่าต่อไปคนไทยจะได้กินทุกอย่างที่เป็นภาชนะเลยก็ได้ ช้อน ชาม ถ้วย ทัพพี กระทะ พอดีแหละ อิ่มก่อนกินข้าวเสียอีก ฮาๆๆ

ขวดใส่แชมพู-สบู่เหลว ทำจากสบู่

ขวดใส่แชมพู-สบู่เหลว ทำจากสบู่ ใช้หมดไม่เหลือทิ้ง

สระ… ถู… สระ… ถู… ทูอินวันฟินไปอี๊กกก สระถูในที่นี้ไม่ได้หมายความว่าเอาสบู่ถูตัวเสร็จแล้วมาสระผมนะ ฮั่นแน่! หลายคนก็เคยทำใช่มั้ยล่ะ (ตอนสบู่หมด) แต่ไอเดียนี้คือการทำขวดจากสบู่ (ที่ใช้ได้จริง) เพื่อใส่แชมพูและสบู่เหลว เพียงต้องการลดปริมาณขยะยังไงล่ะ 

ไอเดียดีๆ แบบนี้มีต้นกำเนิดจากดีไซเนอร์คนหนึ่งในประเทศเยอรมนี หลายคนคงพอรู้อยู่ว่ากว่าขยะพลาสติกจะย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติจะต้องใช้เวลาหลาย 100 ปี บางชิ้นอาจใช้เวลาเป็น 1,000 ปีเลยทีเดียว ดังนั้นคงไม่คุ้มที่จะสร้างวัสดุจากพลาสติกขึ้นมาสักชิ้นแล้วใช้มันเพียงเดือนเดียว นี่จึงเป็นแรงบันดาลใจให้ดีไซเนอร์จากเบอร์ลิน (jonna breitenhuber) คิดค้น Soap bottle ขึ้นมา

การสร้างขวดนั้นขึ้นรูปจากสบู่ โดยด้านในมีชั้นที่ไม่ละลายน้ำป้องกันไม่ให้ของเหลวที่อยู่ด้านในทำให้ขวดละลาย ซึ่งแน่นอนว่าหล่อนคงคำนวนมาแล้วว่าของเหลว (แชมพู-สบู่น้ำ) ด้านในจะถูกใช้หมดก่อนที่ขวดจะละลาย โดยมีการป้องกันอีกชั้นหนึ่งด้วยการเจาะรูไว้สำหรับห้อยเชือกกันขวดลื่น…

แบบนี้นอกจากประหยัดแล้ว (ซื้อแชมพู ได้สบู่ด้วย) แน่นอนว่าจะไม่สร้างขยะเพิ่มอีกต่างหาก ใช้แล้วหมดไป! หมดจริงๆ คงเหลือแค่เชือกแหละเนอะ อย่าลืมหาวิธีใช้ประโยชน์จากเชือกต่อล่ะ อย่าเอาไปทิ้งให้เกิดขยะนะแกร…

ถุงเพาะชำจากยางพารา

ถุงเพาะชำจากยางพารา ไม่ง้อพลาสติก

อย่าลืมว่าชาวสวนก็มีส่วนเกี่ยวของกับการสร้างขยะพลาสติกนะ ก็การเพาะชำแต่ละครั้งจำเป็นต้องใช้ถุงเพาะชำใช่มั้ยล่ะ และถุงส่วนใหญ่ล้วนทำมาจากพลาสติกทั้งนั้น ชาวสวนบางรายก็ฝังถุงรวมไปกับกล้าในดินเลย เกิดเป็นมลภาวะกับดินอีกกก งั้น ‘ถุงเพาะชำยางพารา’ ไหมมม!?

ไม่รู้ว่าไอเดียนี้เกิดจากปัญหายางพาราที่ตกต่ำหรือเปล่า แต่บอกได้คำเดียวว่าตอบโจทย์! นอกจากจะลดขยะพลาสติกได้แล้ว ยังเกิดผลดีต่อเกษตรกรเป็นอย่างมาก 

เนื่องจากถุงเพาะชำจากยางพาราสามารถดูดซับน้ำได้ดี ทำให้ความถี่ในการรดน้ำลดลง และยังมีธาตุอาหาร NPK ที่ช่วยในการเจริญเติบโตของกล้าพืชในช่วงเริ่มต้นได้เป็นอย่างดี ท้ายที่สุดเกษตรกรจะสามารถลดต้นทุนสำหรับน้ำและปุ๋ยได้ด้วย

ถุงเพาะชำจากยางพาราสามารถย่อยสลายด้วยตัวเองภายในระยะเวลา 6 เดือน ถึง 1 ปี ละยังสร้างแร่ธาตุสู่ผืนดิน เกิดผลดีต่อระบบดินและสิ่งแวดล้อมในระยะยาว

ไอเดียดีงามตามที่ได้กล่าวมานี้เป็นผลงานของลูกหลานชาวใต้นี่เอง โดยณัฐวี บัวแก้ว (บ่าว) หนุ่มทองแดงวัย 24 ปี เจ้าของถุงเพาะชำยางพารา Greensery 

เชื่อว่ายังมีไอเดียอีกนับไม่ถ้วนที่มนุษย์กำลังต่อสู้เพื่อคืนความงดงามกลับสู่โลกอีกครั้ง หากทุกคนร่วมด้วยช่วยกันคนละไม้คนละมือ ไม่นานวันโลกสีเขียวก็จะกลับมาขจีความสดใสตอบแทนมนุษย์ผู้หวังดีอย่างแน่นอน



Advertising