เรื่องเด่น

24 มีนาฯ ถึงเวลาแสดงพลังสิทธิ์ ร่วมกำหนดอนาคตประเทศไทยด้วยกัน

Published 21 มี.ค. 2019

By Rabbit Today

2019-Thai-general-election-scoop-Rabbit-Today-banner

วันอาทิตย์ที่ 24 มีนาคมนี้ อีเว้นต์ใหญ่ของชาติ ซึ่งทุกคนทีมีสิทธิ์และเสียงต้องไป คือ ‘การเลือกตั้ง’

จากผลการสำรวจ ‘นิด้าโพล’ ของสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ ประชาชนส่วนใหญ่ระบุว่า เศรษฐกิจไทยแย่ลง และกำลังมีปัญหาเรื่องปากท้องเนื่องจากมีรายได้ที่ไม่แน่นอน ได้รับเงินเดือนหรือค่าตอบแทนน้อย รวมไปถึงค่าครองชีพที่สูงขึ้น สินค้ามีราคาแพงขึ้น โดยหวังว่า หลังจากการเลือกตั้ง 2562 นำมาสู่การได้รัฐบาลจากการยอมรับของคนส่วนใหญ่ในประเทศ เศรษฐกิจไทยจะดีขึ้น ซึ่งประเทศไทยว่างเว้นจากการมีรัฐบาล (ที่มาจากการเลือกตั้ง) มานานถึง 5 ปีแล้ว นี่จึงเป็นเหตุผลหนึ่งที่สนับสนุนว่า 'ทำไมเราจึงควรออกมาเลือกตั้ง’

หากเราไม่ไปใช้สิทธิ์เลือกตั้ง ผลที่ตามมามีทั้งสิ้นดังนี้

ไม่สามารถยื่นคำร้องคัดค้านการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.), ไม่สามารถลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) หรือสมาชิกสภาท้องถิ่น หรือ ส.ส., ไม่สามารถลงสมัครรับเลือกเป็นกำนันและผู้ใหญ่บ้าน, ไม่สามารถดำรงตำแหน่งข้าราชการการเมือง และข้าราชการรัฐสภาฝ่ายการเมือง, ไม่สามารถดำรงตำแหน่งรองผู้บริหารท้องถิ่น เลขานุการผู้บริหารท้องถิ่น ผู้ช่วยเลขานุการผู้บริหารท้องถิ่น ประธานที่ปรึกษาผู้บริหารท้องถิ่น ที่ปรึกษาผู้บริหารท้องถิ่น หรือคณะที่ปรึกษาผู้บริหารท้องถิ่น

ซึ่งการจำกัดสิทธิ์ทั้งหมดนี้จะมีผลภายในกำหนดระยะเวลา 2 ปีนับตั้งแต่วันที่ไม่ไปใช้สิทธิ์เลือกตั้ง แต่นี่เป็นเพียงการถูกจำกัดสิทธิ์ตามกฎหมายเท่านั้น การที่ไม่ไปเลือกตั้งมันส่งผลกระทบมากกว่านั้น ซึ่งเป็นผลกระทบต่อเราโดยตรงและโดยอ้อม นอกจากนี้ยังส่งผลกระทบต่อประเทศชาติอีกด้วย เพราะ 1 สิทธิ์ 1 เสียง ของแต่ละปัจเจกบุคคลล้วนมีค่า เราทุกคนสามารถร่วมกันกำหนดอนาคตประเทศที่เราอยู่อาศัยและประกอบอาชีพทำมาหากินได้ 

ดังนั้น หากคุณรักใครชอบใคร หรือชื่นชมนโยบายของพรรคการเมืองไหนเป็นพิเศษ 24 มีนาคมนี้ ต้องเดินหน้าเข้าคูหาแล้วกาบัตรเลือกตั้งในฐานะพลเมืองคนหนึ่งของประเทศไทย

เมื่อมีพรรคในดวงใจแล้ว

  • ตรวจสอบสิทธิ์เลือกตั้ง โดยผู้ที่มีสิทธิ์เลือกตั้งจะต้องมีอายุอย่างน้อย 18 ปีบริบูรณ์ในวันเลือกตั้ง ต่อมาคือการตรวจสอบสิทธิ์ ว่าเราต้องไปเลือกตั้งที่หน่วยใด ในพื้นที่ใด โดย กกต.จะจัดส่งเอกสารแจ้งรายชื่อผู้ที่มีสิทธิ์เลือกตั้งไปยังเจ้าบ้านตามทะเบียนบ้าน ซึ่งจะจัดส่งไปถึงไม่เกิน 20 วันก่อนวันเลือกตั้ง หรือสามารถตรวจสอบได้ที่ www.khonthai.com หรือแอปพลิเคชั่น Smart Vote
  • หากทราบหน่วยเลือกตั้งที่เราต้องไปใช้สิทธิ์แล้ว ก็รอให้ถึงวันเลือกตั้ง เมื่อไปถึงหน้าหน่วยแล้วก็ให้ตรวจสอบรายชื่อที่บอร์ดอีกครั้ง ก่อนจะแสดงบัตรประชาชนต่อเจ้าหน้าที่ (ถึงแม้ว่าจะเป็นบัตรที่หมดอายุแล้วก็ใช้ได้นะ) หรือใช้บัตรที่ราชการหรือหน่วยงานของรัฐออกให้ โดยต้องมีรูปถ่ายและหมายเลขประจำตัวประชาชน เช่น ใบขับขี่ หนังสือเดินทาง (พาสปอร์ต) เป็นต้น 
  • จากนั้นเราก็จะได้รับบัตรเลือกตั้ง แต่อย่าเพิ่งตกใจไป เพราะการเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึงในครั้งนี้ แม้จะมี ส.ส. ใน 2 ระบบคือระบบแบ่งเขต และระบบบัญชีรายชื่อ แต่ภายในคูหาจะมีบัตรเลือกตั้งเพียงใบเดียวเท่านั้น 

บัตรใบเดียว กาทีเดียว

บัตรหนึ่งใบ กาลงคะแนนเสียง ‘เลือก ส.ส.แบบแบ่งเขต’ แล้วคะแนนจากบัตรนี้จะถูกนำไปคำนวณอีกครั้งเพื่อหา ‘จำนวน ส.ส.ที่แต่ละพรรคพึงจะได้รับ’ และเมื่อหักลบกับจำนวน ส.ส.แบบแบ่งเขตที่แต่ละพรรคได้รับเลือกมาแล้ว ก็จะได้ผลลัพธ์เป็นจำนวน ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อที่แต่ละพรรคจะได้รับ 

พูดง่ายๆ ว่า “เรากากบาทเพียง 1 ครั้ง คะแนนจะถูกนับในระบบ ส.ส.แบบแบ่งเขต และถูกนำไปคำนวณเพื่อหา ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อในคราวเดียวกัน” นั่นเอง แต่ๆๆๆ...การเลือกตั้งครั้งนี้ 1 พรรคไม่ได้มีเพียง 1 เบอร์อย่างที่คุ้นเคยกัน 

ดังนั้น สิ่งที่เราต้องทราบก็คือ หมายเลขผู้สมัคร ส.ส.ในเขตนั้นๆ ที่เรามีสิทธิ์เลือกตั้ง และหากพรรคที่เราชื่นชอบไม่ได้ส่งผู้สมัครลงเลือกตั้งในเขตนั้นๆ ก็จะไม่สามารถเลือกพรรคนั้นได้

วิธีลงคะแนนก็คือ ใช้ปากกาทำเครื่องหมายกากบาท (X) ในช่องที่ตรงกับหมายเลขของผู้สมัครและพรรคที่เราประสงค์จะลงคะแนน หรือหากไม่ประสงค์จะลงคะแนนให้ผู้ใดหรือพรรคใด ก็ให้ทำเครื่องหมายกากบาทในช่องที่ตรงกับข้อความว่า ‘ไม่เลือกผู้สมัครใด’ โดยจะอยู่ด้านล่างของบัตรเลือกตั้ง ซึ่งสิ่งหนึ่งที่การเลือกตั้งในครั้งนี้ต่างจากการเลือกตั้งครั้งก่อนๆ ก็คือ คะแนนเสียงจากผู้ที่ประสงค์ ‘ไม่เลือกผู้สมัครใด’ 

‘โหวตโน (Vote No)’ นั้น จะมีผลต่อการเลือกตั้งในหน่วยนั้นๆ โดยหากหน่วยใดมีคะแนนเสียงโหวตโนมากกว่าคะแนนเสียงของผู้สมัครที่ชนะเลือกตั้งในเขตนั้น ก็ต้องจัดการเลือกตั้งใหม่อีกครั้ง แต่ผู้สมัครรายเดิมทุกรายจะไม่มีสิทธิ์ลงสมัครเลือกตั้งในการเลือกตั้งครั้งใหม่ และคะแนนของผู้สมัครแต่ละคนที่ได้รับจากการเลือกตั้งครั้งก่อนจะไม่ถูกนำไปคำนวณหาจำนวน ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ

กฎกติกามารยาทอื่นๆ

อีกข้อที่ควรรู้ก็คือ สิ่งที่ห้ามทำในคูหาเลือกตั้ง นั่นก็คือห้ามส่งเสียง ห้ามทำให้บัตรเลือกตั้งชำรุดอย่างจงใจ ห้ามถ่ายภาพบัตรเลือกตั้งที่ตนเองได้ลงคะแนนแล้ว และห้ามสอบถามผู้ที่ออกมาจากคูหาเลือกตั้งว่าได้ลงคะแนนให้กับผู้สมัครหรือพรรคการเมืองใด

หลายคนอาจสงสัยว่า แล้วเส้นทางการได้มาซึ่งนายกรัฐมนตรีนั้นจะเป็นอย่างไร ขออธิบายง่ายๆ ว่า…

การเลือกตั้งครั้งนี้จะได้ ส.ส.ทั้งสิ้น 500 คน โดยมาจาก ส.ส.แบบแบ่งเขต 350 คน และ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ 150 คน การเลือกนายกรัฐมนตรีจะเป็นการโหวตของ ส.ส.ทั้ง 500 คน และจาก ส.ว.อีก 250 คน ซึ่งพรรคที่ได้ ส.ส.น้อยกว่า 25 คนจะไม่มีสิทธิ์เสนอชื่อนายกรัฐมนตรี และสุดท้ายปลายทางคือผู้ที่ได้รับเลือกเป็นนายกรัฐมนตีจะต้องมีคะแนนเสียงในสภาอย่างน้อย 376 เสียงนั่นเอง

ทราบวิธีการเลือกแล้ว อย่าลืมทบทวนนโยบายของพรรคการเมืองต่างๆ ให้ดี ชั่ง ตวง วัด แล้ว ไปใช้สิทธิ์ของคุณในวันอาทิตย์ที่ 24 มีนาคม 2562 เวลา 08.00-17.00 น. ณ คูหาที่มีสิทธิ์เลือกตั้ง

จะกล่าวชื่นชม ดีใจ หรือก่นด่าใครต่อจากนี้ ก็เต็มปาก เพราะเรามิได้บกพร่องในการทำส่วนของเราแล้ว