เรื่องเด่น

คนข่าวหน้าถ้ำ

Published 3 ก.ย. 2018

By Rabbit Today

3reporters-interview-Tam-Luang-News-beat-Rabbit-Today-Banner

ความรู้สึกเมื่อเห็นตัวเลขการนับจำนวนวัน ชั่วโมง และนาที ของภารกิจการค้นหา ‘หยุดลง’ ตรงมุมจอโทรทัศน์ อาจอธิบายได้ด้วยน้ำตาแห่งความสุขของคนทั้งโลก 

หลังการจดจ่อ รอฟังข่าวมานานนับ 10 วัน หลายคนร่วมลุ้นและเชียร์กันแบบบีบหัวใจยิ่งกว่าการเชียร์ฟุตบอลโลก เหตุการณ์เล็กๆ ที่เกิดขึ้นที่ถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน จ.เชียงราย ครั้งนี้ เป็นความร่วมมือระดับโลก ของคนต่างชาติ ต่างภาษา ต่างศาสนา และต่างฐานันดรศักดิ์ ในการระดมสรรพวิชาและสรรพกำลังตามความถนัด 

แสดงให้เห็นถึงความสมัครสมานสามัคคีครั้งยิ่งใหญ่ เพื่อความหวังหนึ่งเดียว นั่นคือการช่วยให้น้องๆ ทีม ‘หมูป่า อะคาเดมี่’ ได้กลับบ้านไปพบหน้าพ่อแม่ และเพื่อนของพวกเขาอีกครั้ง     

คนข่าวหน้าถ้ำ 

กว่า 10 วันที่เด็ก 12 คน และ 1 ผู้ช่วยฝึกสอน ทีมฟุตบอล ‘หมูป่าอะคาเดมี่’ สูญหายไปในถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน ตำบลโป่งผา อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย

ทั้งทหารสามเหล่าทัพ ส่วนราชการและเอกชนของไทย ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะกิจนานาชาติ ตลอดจนชาวบ้านในและนอกพื้นที่กว่าพันชีวิต ต่างร่วมแรงร่วมใจกันปฏิบัติภารกิจการช่วยเหลือในครั้งนี้ ถือเป็นการบูรณาการความร่วมมือเพื่องานด้านค้นหาและกู้ภัยครั้งใหญ่อีกครั้งหนึ่งของประเทศไทย

ยังมีคนอีกกลุ่มหนึ่ง…เป็นดังองคาพยพของเราทุกคน ที่เฝ้าติดตามสถานการณ์ เป็นส่วนสำคัญในการกลั่นกรองข่าวสารก่อนรายงานความเป็นไปที่เกิดขึ้น โดยไม่ให้ข่าวลือ การคาดการณ์ ความเห็น อารมณ์ร่วม หรือความรู้สึกมายึดครองพื้นที่การส่งต่อข้อเท็จจริงผ่านสื่อ 

นั่นคือเหล่าสื่อมวลชนภาคสนามที่ไปตั้งแคมป์รายงานข่าวตลอดช่วงเวลา 10 วัน ก่อนพบ 13 ชีวิตที่ติดอยู่ภายในถ้ำ

 

โกวิทย์ บุญธรรม

ผู้สื่อข่าวภาคสนาม ThaiPBS

คนข่าวหน้าถ้ำ,News beat,Rabbit Today

“การทำหน้าที่ตอนช่วงแรกๆ ยังไม่มีวอร์รูม และจุดรวมสื่อ จึงเกิดปัญหาเฉพาะหน้ามากมาย เราเห็นว่าสารพันข่าวลือเยอะมาก เช่น อ้างว่าน้องๆ ไม่อยู่แล้ว หรือเจอแล้ว หรือสถานการณ์น้ำในถ้ำลด-เพิ่ม บางช่วงมีความสับสน ฉะนั้นหน้าที่ของผู้รายงานจึงต้องฟังจากแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้เท่านั้น ในกรณีการรายงานสดจากภาคสนามนี้ต้องฟังจากแถลงการณ์ของผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายเป็นหลัก เมื่อมีเบาะแส ต้องพยายามตามหาความเป็นจริง ยิ่งเราไปรายงาน การคาดการณ์...คาดหวัง...คาดว่า...นั่นไม่ใช่ข่าวที่ถูกต้อง ผมและทีมจะรายงานสิ่งที่เห็นและเป็นอยู่ แยกระหว่างความเห็น และข้อเท็จจริง 

“อย่าเสพข่าวตามอารมณ์มากเกินไป บางคนเลือกเชื่อสื่อออนไลน์ (ที่ไม่ใช่สำนักข่าว) มากกว่ากระแสหลัก” 

 

 

สันติวิธี พรหมบุตร

ผู้สื่อข่าวภาคสนาม สำนักข่าวไทย

คนข่าวหน้าถ้ำ,News beat,Rabbit Today

“การทำงานข่าวด้านภัยพิบัติ ย่อมมีเบาะแส แต่เราไม่เน้น จะเน้นที่เห็นด้วยตาตัวเอง ต้องได้ยินกับหูตัวเอง ต้องทราบจากแหล่งข่าวคนสำคัญ หรือแหล่งข่าวสนิทที่ไว้ใจได้ จะไม่เล่นกับเบาะแส ทุกอย่างที่รายงานต้องตรวจสอบและยืนยันได้ถึงคำสัมภาษณ์ แต่สถานการณ์นี้ เราเข้าไปดูในถ้ำด้วยตาตัวเองไม่ได้ จึงต้องมีคนที่น่าเชื่อถืออ้างอิงเป็นคนให้ข่าว ถ้าไม่รู้ก็ไม่เอามาเป็นข่าว

“ด้านกายภาพ มีทั้งโคลน และฝนตก แต่นั่นไม่ลำบากเท่าไร เพราะในสนามข่าวจะมีความยากลำบากต่างกันเป็นปกติ  สภาพแวดล้อมแบบป่า หรือภูเขา โดยทั่วไปจะมีอุปสรรคเรื่องสัญญาณการสื่อสาร เพราะผมต้องรายงานข่าวทางทีวี ต้องส่งสัญญาณกลับสถานี 

“เวลาไปทำข่าว เราไปด้วยความเป็นนักข่าว อยากทำวิชาชีพของเรา อยากให้ผู้คนที่ไม่ได้อยู่ในพื้นที่รู้ว่าทุกอย่างเป็นอย่างไร” 

 

 

วชิรวิทย์ เลิศบำรุงชัย

ผู้สื่อข่าวภาคสนาม Nation TV

คนข่าวหน้าถ้ำ,News beat,Rabbit Today

“ผมมาถึงในวันที่ 3 ของการค้นหา เพื่อผลัดเวรกับทีมก่อนหน้า การทำข่าวมีหลายส่วน พื้นที่หลักเรียกว่าจุดหน้าถ้ำ เราแบ่งครึ่งทีมเช้าและเย็น มีทีมตระเวนด้านใน 2 ทีม (บริเวณปากถ้ำ) ด้านนอก 2 ทีม (จุดสำรวจอื่นๆ โดยรอบ) นักข่าวไม่ได้กระจุกอยู่ที่เดียว วันไหนฝนตกหนัก โคลนเหนียว เดินลำบาก แต่ก็ลุยกันไป บางครั้งเราต้องเดินเป็นกิโลฯ เข้ามาจากที่จอดรถ หรือถ้าเวลาเจ้าหน้าที่ขึ้นเฮลิคอปเตอร์ไปยังจุดต่างๆ แต่เราต้องเดินเท้าเข้าไปเอง 

“สภาพโดยรอบของพื้นที่เป็นป่าดงดิบ หลายจุดลาดชัน 80 องศา เราต้องลุยและอยู่กับมัน แต่ถ้าอยู่ตรงหน้าถ้ำจะมีประเด็นให้เล่นเยอะ แต่ต้องรอผู้ว่าฯ ยืนยัน พอช่วงหลัง เราจะคุยสะเปะสะปะไม่ได้ จึงค่อนข้างยากในการทำข่าว เพราะไม่ได้ไปในทุกจุดของพื้นที่ พอแหล่งข่าวถูกบล็อก จึงต้องการประเด็นจากที่อื่น ทำให้การควบคุมข่าวสารเป็นไปด้วยความลำบาก มีรายละเอียดและข่าวลือยิบย่อยไปหมด” 

 

ขอบคุณภาพ: เดอะ เนชั่น โฟโต้, การบินไทย