เรื่องเด่น

5G Revolution ก้าวให้ทัน สปีดยุคที่ 5

Published 2 ม.ค. 2019

By Rabbit Today

5G-scoops-Rabbit-Today-banner

เชื่อว่าหลายคนน่าจะเริ่มคุ้นเคยหรือได้ยินกับคำว่า ‘5G’ กันมาบ้างแล้ว แต่อาจจะยังไม่รู้ว่า 5G คืออะไร และทำอะไรได้บ้าง?

5G คือเทคโนโลยีใหม่ ‘ยุคที่ 5’ ของการสื่อสารด้วยโทรศัพท์มือถือ (5th Generation of Cellular Mobile Communications) และจำเป็นต้องใช้ทรัพยากรอย่างคลื่นความถี่ขนานใหม่ที่มีขนาดแบนด์วิธกว้างมาก เทียบได้กับถนนที่มีเลนขนาดกว้าง และมีหลายเลนกว่า 3G และ 4G ซึ่งมาตรฐานเบื้องต้นที่มีการมองไว้นั้น คาดว่าจะมีการพัฒนาอยู่บน 3 ย่านคลื่นความถี่ ได้แก่ ต่ำกว่า 1 GHz, 1-6 GHz และสูงกว่า 6 GHz ขึ้นไป

ตอนนี้หลายประเทศในโลกเริ่มทำการทดลองใช้งาน 5G แล้ว เช่น สหรัฐอเมริกา บริษัท T-Mobile ได้ประกาศความร่วมมือกับ Nokia เพื่อลงทุน 5G มูลค่ากว่าแสนล้านบาท ส่วนในญี่ปุ่นได้ทดสอบ 5G บนรถที่ความเร็วกว่า 300 กิโลเมตรต่อชั่วโมง รวมถึงเกาหลีใต้และจีน โดยในส่วนของญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ ระบุว่าจะเริ่มต้นใช้งาน 5G อย่างเป็นทางการในปี 2020 ขณะที่ออสเตรเลียก็กำลังอยู่ในขั้นตอนของการประมูล 5G เช่นกัน

ส่วนในประเทศไทยเอง ก็เริ่มเห็นความเคลือนไหวในการพัฒนา 5G จาก AIS, DTAC และ True Move H ด้วยการนำเทคโนโลยียุคใหม่มาเทสต์กับสปีด 5G ของแต่ละค่าย ตั้งแต่เรื่องของการรับส่งสัญญาณ, การใช้งานอุปกรณ์เชื่อมต่อกับระบบ IoT, การเชื่อมต่อกับหุ่นยนต์ในอุตสาหกรรมต่างๆ ในระบบการผลิต, VR/AR และกลุ่มธุรกิจที่เกี่ยวกับสตรีมมิ่งมาทดสอบเพื่อหาจุดสมดุลของสัญญาณที่มีความเสถียรที่สุด

คำถาม คือ 4G ที่มียังไม่เพียงพออีกหรือ หรือ Wi-fi ยังเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดในชั่วโมงนี้หรือเปล่า

ใครที่เคยใช้งาน 4G มาบ้าง อาจจะพอรู้ความสามารถในช่วงที่ไม่มีการแชร์สัญญาณจากผู้อื่น ซึ่งจะทำให้วิ่งด้วยความเร็วได้สูงหลายร้อยเมกะบิตต่อวินาที แต่สำหรับ 5G ความเร็วที่เสถียรจะอยู่ในระดับ 1 กิกะบิตต่อวินาที (1 Gbps)

เปรียบเทียบง่ายๆ คือ หาก 4G ตอบสนองคำสั่งของเราภายใน 20 มิลลิวินาที แต่ 5G สามารถตอบสนองคำสั่งเราภายใน 1 มิลลิวินาที (มิลลิวินาทีเท่ากับหนึ่งในหนึ่งพันของวินาที) ซึ่งเป็นความเร็วแบบชั่วพริบตา เพื่อให้สามารถใช้งานเทคโนโลยีที่ต้องการการเชื่อมต่อหนักๆ และรวดเร็วแบบ IoT ได้อย่างไม่สะดุด เช่น รถยนต์ไร้คนขับ ที่มีความเกี่ยวข้องกับความปลอดภัย ความแม่นยำ และการไปถึงจุดหมายปลายทาง รวมถึงการใช้งาน IoT อื่นๆ ในอนาคตที่ต้องการการทำงานแบบอัตโนมัติ แต่เบื้องต้นก็ต้องผสานรวมกับ 4G เพื่อช่วยให้การเชื่อมต่อมีประสิทธิภาพสูงสุด

ฉะนั้นความจำเป็นของเทคโนโลยี 5G ที่ถูกพัฒนาขึ้น ก็เพื่อรองรับอนาคตในยุคใหม่ ซึ่งหนึ่งในไฮไลต์ก็คงไม่พ้น IoT (Internet of Things) รวมถึงอุปกรณ์ต่างๆ นับชิ้นไม่ถ้วนให้สามารถทำงานเชื่อมโยงผ่านการสื่อสารไร้สายได้อย่างไร้รอยต่ออย่างโคตรมีประสิทธิภาพ ลื่นไหล-รวดเร็ว-ไม่ขาดตอน

  • ต่อจากนี้ฝูงโดรนจะกลายเป็นฮีโร่ที่เข้ามาร่วมกันช่วยชีวิตผู้ประสบภัย
  • การทำงานที่เต็มประสิทธิภาพของรถยนต์ไร้คนขับ เนื่องจากสามารถรับข้อมูลจากสภาพแวดล้อมได้ทันที
  • อุปกรณ์สวมใส่อัจฉริยะ เช่น แอปเปิลวอตช์ นอกจากจะตรวจวัดสัญญาณสุขภาพได้แบบ Real Time แล้ว ยังสามารถแจ้งเตือนแพทย์ได้ทันทีเมื่อมีเหตุการณ์ฉุกเฉินเกิดขึ้น

5G Revolution ก้าวให้ทัน สปีดยุคที่ 5,สกู๊ป,Rabbit Today

  • ในปี 2012 มีการใช้งาน IoTs ทั่วโลก 142 ล้านการเชื่อมต่อ
  • คาดการณ์ในปี 2020 จะมีเพิ่มเป็น 975 ล้านการเชื่อมต่อ ที่สำคัญการเชื่อมต่อจะใหญ่ขึ้นกว่าเดิม
  • การใช้งานข้อมูลผ่านโมบายล์ทั่วโลกเมื่อปี 2014 อยู่ที่ 2.6 EB ต่อเดือน (EB คือ Exabyte = ประมาณพันล้านกิกะไบต์)
  • คาดการณ์ในปี 2018 จะเพิ่มเป็น 15.9 EB ต่อเดือน

5G Revolution ก้าวให้ทัน สปีดยุคที่ 5,สกู๊ป,Rabbit Today

อินเทอร์เน็ต 5G เร็วกว่า 4G ขนาดไหน

  • ความเร็ว (Speed) ของ 5G จะมากกว่า 4G ในระดับ 10 เท่า
  • การตอบสนองต่อสัญญาณ (Latency) ที่ดีกว่า 4G ประมาณ 30 เท่า
  • การเชื่อมต่อ (Connections) ที่รองรับการเชื่อมต่อได้มากกว่าเดิมกว่า 100 เท่า

5G Revolution ก้าวให้ทัน สปีดยุคที่ 5,สกู๊ป,Rabbit Today

เปรียบเทียบกับการดาวน์โหลดภาพยนตร์ความยาว 2 ชั่วโมง

  • 3G ใช้เวลา 26 ชั่วโมง
  • 4G ใช้เวลา 6 นาที
  • 5G ใช้เวลา 3.5 วินาที

สมาร์ตโฟนที่สามารถรองรับระบบ 5G

  • Motorola, LG และ OnePlus จะเปิดตัวสมาร์ตโฟน 5G ในปี 2019
  • Apple วางแผนจะเปิดตัวสมาร์ตโฟน 5G ในปี 2020

5G Revolution ก้าวให้ทัน สปีดยุคที่ 5,สกู๊ป,Rabbit Today

ความเร็วที่มากกว่า สร้างโอกาสได้มากกว่า

ทั้งนี้ หาก 5G เกิดขึ้นจริง ก็จะเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน ดังนี้

  • สร้างการเชื่อมต่อที่ไม่จำกัด
  • สร้างสรรค์นวัตกรรมทางเศรษฐกิจ
  • ขยายพลังอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง
  • สร้าง IoT และปฏิรูปอุตสาหกรรมทั้งทางกว้างและทางลึก

โอกาสทางการทำธุรกิจจะเกิดขึ้นอย่างน่าสนใจ โดยเฉพาะบนโลกโมบายล์ ยกตัวอย่างที่จะเห็นได้ชัดที่สุด ก็คงเป็นธุรกิจที่เกี่ยวกับการบริโภคข้อมูล ข่าวสาร อย่างการดู ‘วิดีโอ’ ที่มีบริการ Streaming จะสร้างโอกาสให้รายได้เติบโตขึ้น จากการเพิ่มปริมาณคนดูที่รับชมวิดีโอเอ็กซ์คลูซีฟได้อย่างจุใจในระดับคุณภาพ 4K ทำให้คนกล้าซื้อคอนเทนต์ดีๆ และบริษัทก็สามารถเรียกเก็บค่าใช้จ่ายเพิ่มได้ง่ายกว่าเดิม หรือแม้แต่การเลือกสวิตช์ดูคอนเทนต์ขนาดใหญ่แบบสลับไปมา ก็ทำได้อย่างไม่สะดุด ซึ่งตรงนี้น่าจะเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำไม Facebook ต้องเร่งส่งเสริมเรื่องของวิดีโออย่างจริงจัง รวมถึง Netflix กับบริการที่เน้นควบหนังใหม่ๆ ที่มีความพรีเมียมระดับชนโรงเข้ามา

นอกจากนี้ พลังของความเร็วและการเชื่อมต่อของอินเทอร์เน็ต 5G ที่ให้ดูวิดีโอที่มีความคมชัดระดับ 4K หรืออย่างน้อย Full HD 1080P ได้ง่ายๆ แล้ว ในทางการตลาดยังสามารถผลิตคอนเทนต์ที่มีคุณภาพและความสร้างสรรค์จัดๆ ให้แก่แบรนด์หรือสินค้าได้ง่ายขึ้นด้วย

ยกตัวอย่างเช่น ใครที่เคยดู YouTube และต้องเจอกับโฆษณา 5 วินาทีที่ไม่ถูก Skip แอบแทรกเข้ามาในคอนเทนต์โปรด ซึ่งยังเป็นช่วงเวลาที่คนรับได้ตามพฤติกรรมของคน นักการตลาดก็สามารถที่จะทำให้โฆษณา 5 วินาที เป็น 5 วินาทีที่มีค่าที่สุด ถ้าสามารถนำเสนอประสบการณ์ที่ดีที่สุดในการรับชม เช่น คุณภาพโฆษณาที่คมชัดของวิดีโอระดับ 4K ได้ ผ่านเรื่องราวที่สุดครีเอตแบบเต็มแม็กซ์ และนั่นก็ต้องใช้ทรัพยากรทางด้านอินเทอร์เน็ตมหาศาลพอสมควร และจะเป็นแบบนั้นได้ ความเร็วของ 5G เท่านั้น ที่จะมีส่วนช่วยให้เกิดขึ้น เป็นต้น

5G Revolution ก้าวให้ทัน สปีดยุคที่ 5,สกู๊ป,Rabbit Today

5G กับผลกระทบในโลกอุตสาหกรรม

อย่างไรก็ตาม โอกาสมักจะมาคู่กับอุปสรรคเสมอ เพราะการเข้ามาของ 5G คือการเข้ามากระตุ้นความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานหลายๆ ส่วนของประเทศให้พร้อมสำหรับการแข่งขันในอนาคต โดยเฉพาะภาคธุรกิจในอุตสาหกรรมต่างๆ ที่จำเป็นต้องพลิกโฉมอย่างเร็วไวและยกระดับให้ได้ด้วยเทคโนโลยี 5G และถ้าธุรกิจไหนไม่ได้มีแผนรับมือไว้ ก็มีโอกาสจะได้รับผลกระทบแทน

1. การเงิน การธนาคาร - ธนาคารในยุค 4G ทยอยปิดสาขาไปเป็นจำนวนมาก บางรายมีนโยบายจะลดสาขาลงกว่าครึ่งหนึ่งจากเดิมที่มี เพราะเทคโนโลยี 5G จะสร้างความเสถียรและความเร็วในการทำธุรกรรมมากขึ้น ส่งผลให้พฤติกรรมการทำธุรกรรมทางการเงินของผู้บริโภคเปลี่ยนมาใช้งานผ่านมือถือมากขึ้น และในอนาคต 5G ก็จะช่วยให้การทำงานของ AI สูงส่งขึ้น วิเคราะห์ผลลัพธ์ทางการเงินได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ พนักงานสาขามีสิทธิ์ตกงานกันครั้งใหญ่

2. ตลาดแรงงาน - หลายๆ อุตสาหกรรมหนักในอนาคตอาจจะหันไปพึ่งพาหุ่นยนต์ในอุตสาหกรรมมากขึ้น และลดแรงงานคนลง เนื่องจากในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า ประเทศไทยจะเข้าสู่สังคมสูงวัย ที่จะทำให้คนหนุ่ม-คนสาวที่เป็นกลุ่มคนชั้นแรงงานต้องปรับเปลี่ยน โดยการเพิ่มความรู้ให้กับแรงงานคนให้มีความรู้ ความสามารถในการดูแลระบบอัตโนมัติแทน

3. เกษตรอัจฉริยะ - อุตสาหกรรมเกษตรของประเทศไทยยังเป็นจุดแข็งของประเทศ เป็นแหล่งผลิตอาหารรายใหญ่ของโลก เมื่อมีระบบ IoT/ AI หรือเทคโนโลยีเข้ามา ภาคเกษตรก็จะต้องปรับตัว โดยการเพิ่มมูลค่าการผลิตต่อไร่ให้สูงขึ้น ไม่ว่าจะใช้ IoT มาช่วยปรับสภาพแวดล้อมให้สามารถนำพืชชนิดใหม่เข้ามาปลูก และดูแลเพื่อส่งออกได้ ในรูปแบบของ Smart Farming มากขึ้น

4. โลจิสติกส์ - เมื่อมี 5G จะเกิดความเปลี่ยนแปลง แท็กซี่เดิมๆ จะต้องเปลี่ยนไป คนเดินทางจะน้อยลง ทำให้คนใช้ระบบผ่าน 5G มากขึ้น

5. วิทยาการทางการแพทย์ - เทคโนโลยีใหม่ในการรักษาทางไกลผ่านอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง การผ่าตัดแบบสื่อสัมผัส ที่ทำให้หมอ พยาบาล สามารถตรวจ รักษาคนไข้ทางไกลได้ คนไข้จะลดการเดินทางไปพบแพทย์ พบพยาบาลลง

6. วิถีพนักงาน - ที่ประเทศญี่ปุ่นได้เริ่มนำระบบ Telework มาใช้ การทำงานที่บ้าน สามารถส่งงาน ส่งข้อมูลให้หัวหน้างานได้ โดยไม่จำเป็นต้องใช้ออฟฟิศในการทำงานอีกต่อไป การทำงานที่บ้านก็สามารถทำงานได้เหมือนเดิม ทำให้โครงสร้างของสังคมในการทำงานต้องมีการปรับตัว อาคารที่เปิดให้เช่าเป็นออฟฟิศ จะต้องมีการปรับตัว เพราะทุกคนจะอยู่ทำงานที่บ้านมากขึ้น

7. ค้าปลีกยุคใหม่ - ที่ตั้ง ทำเลทองจะเปลี่ยนไป เพราะทำเลทองจะไปอยู่ในโลกออนไลน์ในการขายสินค้า ทุกอย่างต้องมีการปรับตัว โลกยุคใหม่ผู้ซื้อไม่จำเป็นต้องไปเช่าซื้อพื้นที่เพื่อเปิดร้านค้าอีกต่อไป แต่จะไปเปิดร้านค้าผ่านระบบออนไลน์มากขึ้น และในอนาคตผู้ซื้อจะสามารถลองเสื้อผ่านระบบ VR ความจริงเสมือนได้ เหมือนลองเสื้อผ้าได้จริง โดยไม่ต้องเดินทางไปร้านอีกต่อไป

5G Revolution ก้าวให้ทัน สปีดยุคที่ 5,สกู๊ป,Rabbit Today

5G จะเกิดขึ้นได้อย่างไร

ประเทศไทยผ่านการประมูลคลื่นความถี่ 3G และ 4G มาแล้ว ดังนั้น เมื่อพูดถึง 5G แทบทุกคนจะรู้ทันทีว่าเป็นเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง แต่ประเทศไทยสามารถก้าวสู่ระดับผู้นำของ 5G ได้หรือไม่นั้น ก็ต้องดูว่ามีการวางแผนและเตรียมพร้อมตั้งแต่วันนี้แล้วหรือยัง

1. การกำกับดูแล (Regulation) กฎระเบียบต่างๆ ต้องเอื้อให้ 5G สามารถเกิดได้อย่างรวดเร็วแล้วหรือไม่

2. แผนจัดสรรคลื่นความถี่ (Spectrum Roadmap) ต้องกำหนดว่าจะมีการจัดสรรคลื่นความถี่ใด เมื่อไร ซึ่งปัจจุบันประเทศไทยยังไม่มีการกำหนดแผนที่ชัดเจน

อย่างไรก็ตาม ก็มีความคืบหน้าจากทาง กสทช. โดย พล.อ.สุกิจ ขมะสุนทร ประธาน กสทช. ได้กล่าวปาฐกถาพิเศษ ในหัวข้อ ‘มุมมองของ Regulator ต่อ 5G ที่จะเปลี่ยน Landscape เศรษฐกิจ–การเมืองไทยอย่างไร’ โดยขอให้คนไทยเตรียมพร้อมรับมือกับเทคโนโลยี 5G ซึ่งจะมีการใช้งานตั้งแต่ปี 2563 เป็นต้นไป ซึ่งหากไม่มีอะไรผิดพลาด ในช่วง 2 ปีต่อจากนี้ อาจจะมีโอกาสได้ใช้งาน 5G กันอย่างจริงจัง

เทคโนโลยี 5G ที่จะเข้ามาในอนาคตอันใกล้ ถ้ามองในแง่ดี ก็คือเข้ามายกระดับความสะดวกสบายของชีวิตในยุคดิจิทัลได้แบบพลิกโฉม แต่ในเวลาเดียวกัน ความสบายบางอย่างก็จะเปลี่ยนพฤติกรรมคนอย่างรวดเร็วและรุนแรงยิ่งกว่า 3G หรือ 4G คนอาจจะตกงานกันมากขึ้น จากเทคโนโลยีที่เข้ามาทดแทน เช่น AI และหุ่นยนต์ที่ขับเคลื่อนได้ราบรื่นขึ้นจากความเร็วของ 5G ดังนั้น การรับมือและปรับตัว จึงเป็นสิ่งที่ปฏิเสธไม่ได้ หากเราต้องการมีความสุขในโลกอินเทอร์เน็ตยุคที่ 5 นี้

ที่มา: BBC/ Techcrunch/ CNBC/ งานสัมมนา 5G เปลี่ยนโลก เปลี่ยนประเทศไทย


AUTHOR :

Rabbit Today
Rabbit Today
Rabbit Today สื่อรายวันที่พร้อมจะเป็นเพื่อนกับผู้อ่าน เปิดกว้างในทุกๆมุมมองอย่างสร้างสรรค์ เราพร้อมที่จะเชื่อมต่อกับคุณในทุกช่องทาง เพื่อส่งต่อแรงบันดาลใจดีๆสู่คุณ...