เรื่องเด่น

วันเปลี่ยนโลก That Day That Changed The World

Published 11 ก.ย. 2018

By Rabbit Today

911-scoops-Rabbit-Today-banner

‘กันยายน’ ไม่ได้เป็นเพียงเดือนธรรมดาที่หมุนเวียนมาทักทายเราตามลำดับในปฏิทินประจำปี ทว่ากลับเป็นช่วงเวลาแห่งบทเรียนครั้งสำคัญของโลก ที่ต้องแลกมาด้วยชีวิตผู้คนกว่า 3,000 ชีวิต…

‘11 กันยายน’ วันแห่งความทรงจำอันเจ็บปวด ที่ย้ำเตือนให้โลกระลึกถึงโศกนาฏกรรมสะเทือนขวัญ ซึ่งเปรียบเสมือนรอยแผลเป็นที่ไม่มีวันหาย หลังจากผู้ก่อการร้าย 19 คน จี้เครื่องบินสัญชาติอเมริกันจำนวน 4 ลำ บังคับให้พุ่งชนสถานที่สำคัญในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. มหานครนิวยอร์ก และรัฐเพนซิลเวเนีย

โดยหนึ่งในพิกัดสำคัญคือ ตึกเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ 2 อาคาร ที่ถล่มพังครืนภายในเวลาเพียง 102 นาที หลังถูกเครื่องบินอเมริกันแอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ 11 และยูไนเต็ดแอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ 175 พุ่งชนในยามเช้าของวันที่ 11 กันยายน ค.ศ. 2001

วินาศกรรม 9/11’ ครบรอบ 17 ปีในวันนี้…เหตุการณ์ในครั้งนั้นได้พลิกโฉมสถานการณ์โลกสู่ความหวาดกลัว ขณะเดียวกันคำว่า ‘สันติภาพ’ ดูเหมือนจะเป็นเพียงความเพ้อฝันที่ค่อยๆ ถอยห่างมนุษยชาติไปเรื่อยๆ 

คำถามคือ…แล้วเราจะถอดบทเรียนอะไรจากสิ่งที่เกิดขึ้นได้บ้าง

9/11 เปลี่ยนโลกอย่างไร

วันเปลี่ยนโลก That Day That Changed The World,สกู๊ป,Rabbit Today

ผู้คนหวาดกลัวภัยก่อการร้าย

วินาศกรรม 9/11 คือเหตุการณ์ช็อกโลกที่ทำให้ผู้คนหวาดกลัวภัยก่อการร้าย หลายประเทศเพิ่มงบประมาณให้แก่กองทัพเพื่อผลักดันนโยบายด้านความมั่นคง ขณะเดียวกัน ‘ความหวาดระแวง’ และ ‘ความเกลียดชัง’ ต่อผู้คนต่างเชื้อชาติ ต่างความเชื่อ ดูเหมือนจะเป็นผลพวงที่ตามมาอย่างปฏิเสธไม่ได้

วันเปลี่ยนโลก That Day That Changed The World,สกู๊ป,Rabbit Today

สงครามตัวแทน

สหรัฐฯ พลิกแผ่นดินตามล่า ‘โอซามา บิน ลาเดน’ ผู้นำกลุ่มอัลกออิดะฮ์ นำมาซึ่งสมรภูมิรบอันดุเดือดในดินแดนตะวันออกกลาง มีการแทรกแซงและโค่นล้มรัฐบาล เกิด ‘สงครามตัวแทน’ พร้อมๆ กับการขยายอิทธิพลของกลุ่มติดอาวุธที่กระจัดกระจายไปยังพื้นที่ต่างๆ ขณะเดียวกันยุโรปก็ตกเป็นเป้าหมายใหม่ของการก่อการร้าย

วันเปลี่ยนโลก That Day That Changed The World,สกู๊ป,Rabbit Today

พิษเศรษฐกิจขาลง

แน่นอนว่าเหตุร้ายที่เกิดขึ้นส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยว แม้แต่คนอเมริกันเองยังไม่นิยมเที่ยวในประเทศตัวเอง เพราะมองว่าสหรัฐฯ ไม่ปลอดภัย ส่วนสายการบินที่ถูกจี้สลัดกลางอากาศก็ประสบปัญหาขาดทุน ต้องปลดพนักงานออกจำนวนมาก ในช่วง 2-4 สัปดาห์หลังวินาศกรรม ตัวเลขความเสียหายทางเศรษฐกิจมีมูลค่าสูงหลายหมื่นล้านเหรียญสหรัฐฯ

วันเปลี่ยนโลก That Day That Changed The World,สกู๊ป,Rabbit Today

คลื่นผู้อพยพครั้งใหญ่ที่สุด

เกิดวิกฤตผู้อพยพครั้งใหญ่ที่เป็นผลกระทบโดยตรงจากปัญหาสงครามและภัยก่อการร้าย ผู้อพยพหลายล้านคนเดินทางข้ามทะเลไปแสวงหาชีวิตใหม่ในยุโรป สำนักข้าหลวงใหญ่แห่งสหประชาชาติระบุว่า ในปี 2017 มีจำนวนผู้ลี้ภัยทั่วโลกมากกว่า 68 ล้านคน ส่วนใหญ่หนีภัยสงครามมาจากซีเรียและกลุ่มประเทศในตะวันออกกลาง

วันเปลี่ยนโลก That Day That Changed The World,สกู๊ป,Rabbit Today

เทคโนโลยีหลังวินาศกรรม

การเดินทางโดยสารด้วยเครื่องบินมีการคุมเข้มความปลอดภัยอย่างเข้มงวด ทุกสนามบินทั่วโลกติดตั้งเครื่องสแกนและตรวจจับอาวุธ ห้ามนำน้ำและของเหลวเกิน 100 มิลลิลิตรขึ้นเครื่องบิน ขณะเดียวกันมีการพัฒนาและนำยุทโธปกรณ์ล้ำสมัยมาใช้ต่อสู้กับภัยก่อการร้ายรูปแบบใหม่ อาทิ โดรนโจมตี เครื่องบินยิงเลเซอร์ รวมไปถึงเทคโนโลยีสื่อสารต่างๆ

สัญลักษณ์แห่งความทรงจำ

วันเปลี่ยนโลก That Day That Changed The World,สกู๊ป,Rabbit Today

Ground Zero

ปัจจุบันนี้ บริเวณตำแหน่งเดิมซึ่งเคยเป็นที่ตั้งของตึกเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์อาคาร 1 และอาคาร 2 ไม่ได้มีการสร้างตึกใหม่ขึ้นมาทับร่องรอยวินาศกรรมแต่อย่างใด ทว่าถูกเนรมิตให้กลายเป็นพื้นที่ที่เรียกว่า ‘Ground Zero’ ที่ล้อมรอบด้วยน้ำตก โดยมีหลุมสี่เหลี่ยมตรงกลางที่มีความลึกลงไปประมาณ 30 ฟุต ทั้งนี้บริเวณโดยรอบมีการจารึกชื่อผู้เสียชีวิตจากวินาศกรรม 9/11 โดยทุกวันที่ 11 กันยายนของทุกปี จะมีการจัดงานรำลึกที่บริเวณอนุสรณ์สถานแห่งนี้ ชาวอเมริกันจะนำดอกไม้มาวางไว้อาลัยด้วยความโศกเศร้า

นอกจากนี้ มีบทเพลงหนึ่งที่มักถูกเชื่อมโยงเข้าหาเหตุการณ์ 9/11 นั่นคือ ‘Wake Me Up When September Ends’ ของวง Green Day ซึ่งเดิมทีเพลงนี้ไม่ได้แต่งขึ้นเพื่ออุทิศให้เหตุการณ์ดังกล่าว เพียงแต่ผู้คนนำไปใช้เป็นสัญลักษณ์ของความรู้สึกเจ็บปวดเมื่อเดือนกันยายนมาเยือน โดยเฉพาะในวันที่ ‘11 กันยายน’ ของทุกปี เพราะฉะนั้นประโยคที่กล่าวว่า ‘ช่วยปลุกฉันทีเมื่อเดือนกันยายนผ่านพ้นไป’ เป็นการสื่อให้เห็นว่า เดือนๆ นี้ได้สร้างบาดแผลลึกในห้วงความทรงจำของพวกเขา

วันเปลี่ยนโลก That Day That Changed The World,สกู๊ป,Rabbit Today

9/11 Memorial Museum

ภายใต้ Ground Zero มีพิพิธภัณฑ์แห่งความทรงจำ หรือ ‘9/11 Memorial Museum’ ที่สร้างขึ้นเพื่ออุทิศให้แก่ผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์วินาศกรรมที่ถูกจารึกว่าร้ายแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ โดยมีการนำสิ่งของที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ดังกล่าวกว่า 10,300 ชิ้นมาจัดแสดง รวมทั้งรูปถ่ายอีก 23,000 รูป ที่จะย้ำเตือนถึงความสูญเสียที่เกิดขึ้น นอกจากนี้มีห้องนิทรรศการที่ถ่ายทอดเรื่องราวสุดสะเทือนใจจากผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ 9/11 อีกกว่า 2,000 เรื่องราว ทั้งนี้ภายในพิพิธภัณฑ์จะมีกล่องทิชชูสำหรับซับน้ำตาวางไว้ตามจุดต่างๆ ด้วย

สำหรับวัตถุและสิ่งของที่นำมาจัดแสดงล้วนเคยอยู่ภายในตึกเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ และกลายเป็นร่องรอยแห่งวินาศกรรมที่ยากจะลืมเลือน เช่น บันไดทางหนีไฟที่ผู้ประสบภัยหลายร้อยชีวิตเคยใช้วิ่งหนีเพื่อเอาชีวิตรอด รองเท้าและถุงมือของเจ้าหน้าที่กู้ภัย รถดับเพลิงที่ใช้ดับไฟที่ลุกท่วมอาคาร กุญแจสำนักงานและเอกสารสำนักงาน ใบประกาศคนหายที่ครอบครัวใช้ปิดประกาศตามหาตามโรงพยาบาลทั่วมหานครนิวยอร์ก รวมไปถึงเสียงฝากข้อความทางโทรศัพท์ที่ผู้เสียชีวิตฝากคำอำลาครั้งสุดท้ายถึงครอบครัว…

ฤา ‘สันติภาพ’ คือความเพ้อฝัน

วันเปลี่ยนโลก That Day That Changed The World,สกู๊ป,Rabbit Today

จาก 11 กันยายน 2001 จวบจนถึงวันนี้…กาลเวลาล่วงเลยผ่านมาแล้ว 17 ปี

มนุษย์ได้บทเรียนอะไรจากวินาศกรรมครั้งประวัติศาสตร์ที่เกิดขึ้นหรือไม่…โลกทุกวันนี้เป็นเช่นไร…

ความสูญเสียที่เกิดขึ้นได้กลายเป็นฝันร้ายที่ไล่ติดตามครอบครัวของผู้เสียชีวิตมาโดยตลอด ขณะที่การอ้างความชอบธรรมในการ ‘แก้แค้นและเอาคืน’ ระหว่างประเทศ ก็ไม่ได้ทำให้สงครามสิ้นสุดลง ทว่ายิ่งเป็นการเติมเชื้อไฟแห่งความเกลียดชังให้โหมกระพือแรงยิ่งขึ้น

หากยังจำกันได้ ในบรรดาเครื่องบินทั้ง 4 ลำที่ถูกผู้ก่อการร้ายจี้สลัดกลางอากาศ มีเครื่องบินของสายการบินยูไนเต็ดแอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ 93 เพียงลำเดียวที่พลาดเป้า ไม่ได้พุ่งชนอาคารรัฐสภาอย่างที่ผู้ก่อการร้ายตั้งใจ เนื่องจากผู้โดยสารและลูกเรือพร้อมใจกันต่อสู้กับคนร้ายจนเครื่องบินตก และไม่มีผู้รอดชีวิตจากเที่ยวบินดังกล่าว

ทั้งนี้ Sandy Dahl ภรรยาของ Jason Dahl กัปตันประจำเที่ยวบินที่ 93 เคยกล่าวสุนทรพจน์ระหว่างพิธีรำลึกฯ ในปี 2002 ว่า

หากเราไม่ได้เรียนรู้สิ่งใดจากโศกนาฏกรรมครั้งนี้เลย ก็ขอจงเรียนรู้ไว้เพียงว่า…ชีวิตมันสั้นและไม่มีเวลามากพอสำหรับความเกลียดชัง

 

สุดท้ายแล้ว อดไม่ได้ที่จะนึกถึงแถลงการณ์ของชายช่างฝันผู้มีนามว่า ‘จอห์น เลนนอน’ ที่เคยมอบสารสันติภาพผ่านบทเพลง ‘Imagine’ ให้แก่โลกใบนี้ไว้เมื่อ 40 กว่าปีก่อน

"คุณอาจจะบอกว่าฉันเป็นแค่คนเพ้อฝัน

แต่โปรดรู้ไว้เถิดว่าไม่ใช่ฉันเพียงคนเดียว

หวังว่าวันหนึ่งคุณจะก้าวออกมารวมใจกัน

และโลกใบนี้จะเป็นหนึ่งเดียว"

ดูเหมือนถ้อยแถลงนี้ยังคงทันสมัยอยู่ 'สันติภาพ' จะเป็นเรื่องเพ้อฝันของมนุษย์หรือไม่นั้น ไม่มีใครบอกได้ แต่อย่างน้อยคุณไม่ใช่คนเดียวที่ฝันหามันอย่างแน่นอน โดยเฉพาะสำหรับบทเรียนจาก ‘วินาศกรรม 9/11’ ซึ่งเป็นดั่งบาดแผลที่รอสันติภาพมาเยียวยา…