เรื่องเด่น

มิตรภาพ 1 ศตวรรษครึ่ง ของ 2 ราชอาณาจักร

Published 2 ต.ค. 2018

By Rabbit Today

Ambassador-Philippe-Kridelka-scoops-Rabbit-Today-banner

จากมิตรภาพของ 2 กษัตริย์เบลเยียมและไทย ที่เริ่มต้นตั้งแต่ครั้งยังทรงพระเยาว์ สู่ความร่วมมือในด้านเศรษฐกิจ การศึกษา และการเติบโตหลากหลายด้านใน 2 ประเทศ

Rabbit Today ได้รับเกียรติจากท่านเอกอัครราชทูตเบลเยียมประจำประเทศไทย ฟิลลิป คริเดลก้า (Philippe Kridelka) เพื่อเข้าพูดคุยถึงเรื่องราวในอดีตที่น่าประทับใจ ปัจจุบันที่กำลังก้าวหน้า และอนาคตอันน่าตื่นเต้นกับแผนการพัฒนาใหม่ๆ ในด้านต่างๆ ร่วมกัน ในโอกาสครบรอบความสัมพันธ์ไทย-เบลเยียม 150 ปี 

Q: เมื่อวันที่ 15 กันยายนที่ผ่านมา สถานเอกอัครราชทูตเบลเยียมประจำประเทศไทย ได้เปิดทำเนียบเอกอัครราชทูตเบลเยียม กรุงเทพมหานคร ให้สาธารณชนได้เข้าชม ในครั้งนั้นท่านเห็นปฏิกิริยาผู้เข้าชมอย่างไรบ้าง

เราภูมิใจมากครับกับครั้งแรกที่ได้เปิดให้ประชาชนทั่วไปได้เข้ามาชมฟรี เป็นช่วงเดียวกับที่สถานทูตอื่นๆ เปิดให้เข้าชม 1-2 วัน ทุกปี เพื่อเปิดโอกาสในการเรียนรู้วัฒนธรรมผ่านสถาปัตยกรรมของตัวอาคาร ซึ่งถือเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่ล้ำค่า บางคนมากันทั้งครอบครัวเลยนะครับ ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ทำเนียบเอกอัครราชทูตหลังนี้สร้างในปี พ.ศ.2460 เจ้าของเดิมคือนางนวม โทณวณิก และได้กลายมาเป็นทำเนียบเอกอัครราชทูตเบลเยียมในปี พ.ศ.2478 จนถึงทุกวันนี้  

อีกเรื่องที่น่าสนใจคือ ภายในอาคารทำเนียบที่เปิดให้เข้าชม มีพระบรมฉายาลักษณ์ของพระมหากษัตริย์ Baudouin และพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นของ 2 ประเทศ และพระราชไมตรีของทั้ง 2 พระองค์ ทรงมีชีวิตที่คล้ายกัน พระองค์ทรงพบกันในสวิตเซอร์แลนด์ และทรงเป็นกษัตริย์ขณะทรงพระเยาว์ อีกทั้งได้ทรงติดต่อกันฉันมิตรมาโดยตลอด ที่เราถือว่ามิตรภาพระหว่าง 2 พระองค์นี้ คือเสาหลักของความสัมพันธ์ไทย-เบลเยียม หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งทำให้เกิดการพัฒนามากมายตามมา 

มิตรภาพ 1 ทศวรรษครึ่ง ของ 2 ราชอาณาจักร,สกู๊ป,Rabbit Today

Q: ความสัมพันธ์ระหว่างไทยและเบลเยียมดำเนินมาสู่ปีที่ 150 จากสมัยที่เจ้าพระยาอภัยราชาสยามานุกูลกิจ ซึ่งเป็นเจ้าพระยาคนเดียวที่ได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์ครั้งเดียวถึงชั้นเจ้าพระยา ท่านเป็นชาวเบลเยียม ล่วงมาจนถึงสมัยของท่านในวันนี้ นับจากนี้ไปคนรุ่นใหม่จะได้เรียนรู้อะไรจากความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นของทั้ง 2 ประเทศ 

ในสมัยของเจ้าพระยาอภัยราชาสยามานุกูลกิจ นั้น ท่านเป็นที่ปรึกษาราชการทั่วไป ในสมัยรัชกาลที่ 5 ที่พระองค์ทรงมีสายพระเนตรอันยาวไกล ในการทำให้สยามมีความทันสมัยและแข็งแกร่ง ในช่วงที่จักรวรรดินิยมจากชาติตะวันตกคืบคลานมาในภูมิภาค หนึ่งในการสร้างความแข็งแกร่งคือการปรับปรุงกฎหมายและการศาลยุติธรรม ซึ่งเจ้าพระยาอภัยราชา สยามานุกูลกิจ ได้ใช้ความสามารถอย่างเต็มที่ จนได้รับพระพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็นเจ้าพระยา 

และความสัมพันธ์ระหว่างเบลเยียมและไทยที่ดำเนินมานาน 150 ปีนั้น เป็นโอกาสอันดีที่ทำให้คนรุ่นใหม่ได้เห็นและรู้จักกันและกันดีขึ้น และเราได้พยายามชักชวนให้นักศึกษาเบลเยียมจาก Ghent University เข้ามาศึกษาในไทย ซึ่งมีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เป็นสถาบันที่พวกเขาสนใจ เพราะการมาประเทศไทยนั้นถือเป็นการเรียนรู้ประเทศต่างๆ ในทวีปเอเชียได้เป็นอย่างดี เป็นเหมือนสะพานระหว่างโลกตะวันตกกับโลกตะวันออกที่สำคัญมาก และเพราะไทยเป็นผู้นำในประชาคม ASEAN ด้วย  

เช่นเดียวกับเบลเยียมที่อยู่ใจกลางวัฒนธรรมฝรั่งเศส เยอรมนี อังกฤษ และดัตช์ ในสหภาพยุโรป เราจึงอยากชักชวนให้คนไทยไปเรียนในเบลเยียมเช่นกันครับ หนึ่งในมหาวิทยาลัยชั้นนำในเบลเยียมคือ KU Leuven (KUL) ติดอันดับที่ 47 จากการจัดอันดับของนิตยสาร TIME

มิตรภาพ 1 ทศวรรษครึ่ง ของ 2 ราชอาณาจักร,สกู๊ป,Rabbit Today

Q: ท่านคิดอย่างไรกับแนวคิด ‘นครแฝด’ หรือ Sister Cities ระหว่างเบลเยียมกับไทย เพื่อส่งเสริมการร่วมมือกันในหลายๆ ด้าน เช่น การค้า การท่องเที่ยว ฯลฯ 

เป็นความคิดที่ดีมากครับ ผมมองว่า การร่วมมือกันระหว่าง 2 เมือง สำหรับเยาวชนคนรุ่นใหม่ที่น่าสนใจตอนนี้ก็คือ ‘ความปลอดภัยบนท้องถนน’ ถือเป็นเรื่องท้าทายหลักสำหรับประเทศไทยและเบลเยียมเช่นกัน ทุกวันนี้มีนักท่องเที่ยวต่างชาติมาเที่ยวเมืองไทยมากมาย และเมื่อมาเมืองไทยก็รู้สึกได้ถึงความมีอิสรเสรี ขี่มอเตอร์ไซค์โดยไม่สวมหมวกกันน็อก ดื่มสุราแล้วเกิดอุบัติเหตุ เป็นทั้งผู้ทำให้เกิดอุบัติเหตุและเป็นผู้เคราะห์ร้ายจากอุบัติเหตุด้วย 

ผมจึงคิดว่าถ้าเรามีการวางแผนและแลกเปลี่ยนแนวทางปฏิบัติร่วมกันก็จะเป็นเรื่องที่ดีมาก สิ่งหนึ่งที่เราได้พัฒนาขึ้นในประเทศเบลเยียมตอนนี้คือ การลงนามข้อตกลงร่วมกันระหว่างองค์กรเอกชนที่ทำงานด้านความปลอดภัยบนท้องถนนกับเทศบาลเมือง ซึ่งทางเทศบาลเมืองก็ให้คำมั่นว่า จะสร้างมาตรการเพื่อปรับปรุงด้านความปลอดภัยบนท้องถนนให้ได้ในช่วงเวลา 2-3 ปี เช่น การทำลูกระนาดในเขตโรงเรียน สร้างระบบการควบคุมแอลกอฮอล์ เป็นต้น ถ้าเรามีการร่วมมือและแลกเปลี่ยนทักษะความชำนาญในเรื่องนี้ ระหว่างเมืองในเบลเยียมกับเมืองในประเทศไทย ประชาชนทั้ง 2 ประเทศก็จะได้ประโยชน์มาก

มิตรภาพ 1 ทศวรรษครึ่ง ของ 2 ราชอาณาจักร,สกู๊ป,Rabbit Today

และเรื่องหนึ่งที่ลืมไม่ได้คือเรื่องฟุตบอล (ยิ้ม) ด้วยมิตรภาพระหว่าง 2 เมือง เราอาจจะมีการแลกเปลี่ยนอะไรกันระหว่างสโมสรฟุตบอลก็ได้นะครับ เพราะเราภูมิใจกับทีมฟุตบอลเบลเยียมมาก เป็นที่รู้จักมากมายจากมหกรรมฟุตบอลโลกที่เพิ่งผ่านไป 

สำหรับทีมฟุตบอลไทยก็โดดเด่นในภูมิภาคนี้เช่นกัน ตอนนี้กลุ่มคิงเพาเวอร์ได้ซื้อสโมสรฟุตบอลในเบลเยียม ซึ่งเรายินดีมากๆ และได้ส่งสุดยอดผู้รักษาประตูของไทยอย่างกวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ มาร่วมในทีม ถือว่าเขาก็เป็นสัญลักษณ์ของความสัมพันธ์ระหว่างไทยและเบลเยียมด้วย
เราอาจมีการลงทุนจากไทยในเบลเยียมอีกหลายอย่างในอนาคต เพราะ EU เป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดใน ที่สำคัญคือเบลเยียมมีสนามบินที่ดี เป็นประตูสู่ตลาด EU ทั้งหมด

วันนี้เรากำลังมีการพัฒนาการผลิตช็อกโกแลตในเบลเยียมเช่นกันครับ เรามีนักลงทุนใหญ่จากเบลเยียมที่ต้องการพัฒนาการปลูกไร่โกโก้ใน จ.ฉะเชิงเทรา เพื่อทำผงโกโก้บริสุทธิ์ จากนี้ไปก็ไม่จำเป็นต้องพึ่งพาโกโก้จากเวเนซุเอลา หรือกัวเตมาลาอีกแล้ว แต่จะเป็นผงโกโก้คุณภาพพรีเมียมจากเมืองไทยแทน

มิตรภาพ 1 ทศวรรษครึ่ง ของ 2 ราชอาณาจักร,สกู๊ป,Rabbit Today

Q: ถ้าสะพานไทย-เบลเยียม คือสัญลักษณ์แห่งมิตรภาพของเบลเยียมในเมืองไทย แล้วสิ่งใดที่เป็นสัญลักษณ์แห่งมิตรภาพของไทยในเบลเยียม

สิ่งแรกคือร้านอาหารไทยชื่อ Blue Elephant ในกรุงบรัสเซลส์ ซึ่งมีชื่อเสียงมากๆ สิ่งที่ 2 คือ ‘กังหันน้ำชัยพัฒนา’ ที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ได้พระราชทานให้กับสวนสาธารณะใจกลางกรุงบรัสเซลส์ครับ 

Q: ถ้ามีใครสักคนถามท่านว่า ‘เมืองไทยเป็นอย่างไร’ ท่านจะตอบเขาว่าอะไร

คำตอบของผมคือ เมืองไทยเป็นเมืองแห่งรอยยิ้ม และนั่นคงเป็นเหตุผลว่าทำไมชาวเบลเยียมถึงอยากจะมาอยู่ในเมืองไทย ก็เพราะเมืองไทยเต็มไปด้วยรอยยิ้มนั่นเองครับ (ยิ้ม)