เรื่องเด่น

โบ๊ท-ธารา...“เรียกผมว่านักแสดง”

Published 12 มิ.ย. 2019

By ชัชฎาพร จุ้ยจั่น

โบ๊ท-ธารา...“เรียกผมว่านักแสดง”

ถ้าไม่สนิท เขาจะนิ่ง แต่ลองคุยจริงๆ เขาคือผู้ชายมาดกวน

ในขณะที่คุณแม่กำลังหาแจ๊กเก็ตให้เขา ถ่ายปกกับ Rabbit Today เขาก็ชักชวนคุณแม่อย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยว่า “แม่…วันหยุดเราไปเที่ยวไหนดี” 

โอ๊ย...นี่คือหนุ่มหล่อมาก สูงมาก คือดีย์มากกกก...ชวนคุณแม่ไปเปรี้ยววันหยุด จนคุณแม่ขำ บอกกับพวกเราว่า “แม่ไม่ติดเขานะ เขานั่นแหละ…ติดแม่” เขาคือหนุ่มหน้าเข้ม ‘โบ๊ท-ธารา ทิพา’ ที่กำลังมีผลงานการแสดงเรื่องล่าสุด ซึ่งเป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ความสามารถทางการแสดงว่า เขาไม่ได้มีดีแค่หล่อ

แต่โบ๊ทยังมีน้ำเสียงไพเราะ ถึงขนาดเคยร้องเพลงประกอบละครเรื่องรักดีและแสงเทียนอีกด้วย วันนี้ไม่ได้มาออดิชั่นการเป็นนักร้องของหนุ่มคนนี้ แต่เราชวนเขาจับเข่าคุยเรื่องละครเรื่อง ‘เพลิงนาคา’ 

โบ๊ท-ธารา...“เรียกผมว่านักแสดง”,Rabbit Today

Q: เพลิงนาคากำลังเข้มข้น อยากให้พูดถึงละครเรื่องนี้หน่อยค่ะ

A: เรื่องนี้ผมได้ปล่อยพลังเยอะพอสมควร ในเรื่องของการแสดงที่อยากจะพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ ผมเล่นเป็น ริว-ราเมศว์ มีพลังอัศจรรย์เหนือธรรมชาติ ซึ่งมีความสำคัญต่อเส้นเรื่องของเพลิงนาคา เรียกได้ว่าเป็นอีกก้าวที่ยิ่งใหญ่สำหรับผมเลยครับ

Q: เราเห็นคุณเล่นละครมาหลายเรื่องพอสมควร

A: ถ้านับหลักๆ นี่คือเรื่องที่ 5 ผมเคยเล่นแฟนตาซีอย่างเรื่องมิสเตอร์เมอร์แมน แต่เรื่องนี้เป็นเรื่องของความมหัศจรรย์ ความเชื่อ ความศรัทธา แบ่งเป็น 2 ชาติ ทั้งอดีตชาติที่ริวเป็นพญานาค แล้วมีพันธสัญญากับเจ้านาย ซึ่งเป็นพญานาคเหมือนกัน 

แล้วเรื่องราวก็เชื่อมโยงมาถึงชาติปัจจุบัน ที่ริวกลับชาติมาเกิดเป็นมนุษย์ จากนั้นต้องทำตามคำสัญญาต่างๆ ซึ่งเรื่องราวแบ่งเป็น 2 พาร์ตหลักๆ คืออดีตชาติที่เป็นพญานาค กับชาติปัจจุบันที่เป็นมนุษย์

Q: คุณมีความเชื่อเกี่ยวกับเรื่องพญานาคไหมคะ

A: มีครับ ผมลุ้นเหมือนกันว่าตอนถ่ายทำจะเกิดปาฏิหาริย์อะไรไหม ปรากฏว่าไม่มีเลยครับ ผมลองถามทุกคนแล้ว ทุกคนก็บอกว่าไม่มี ผมว่าพอเราทำถูกต้อง การทำงานเลยไหลลื่นไปได้ด้วยดี ด้วยเพราะเราไหว้ เราเคารพศรัทธา 

คือความเชื่อเลยครับ หมายถึงคนนับถือศาสนาพุทธ เรามักจะเห็นเรื่องขององค์พญานาคเข้ามาอยู่ในศาสนา ประติมากรรมตามวัด ก่อนจะบวชพระก็ต้องเป็นนาค หรือในอดีตกาลมีเรื่องเล่าเกี่ยวกับพญานาค อย่างเช่น ท่านตามรับใช้องค์พระพุทธเจ้า ซึ่งเป็นความเชื่อที่ทำให้ชาวพุทธเกิดแรงศรัทธา รวมถึงปรากฏการณ์อย่างที่เราทราบกัน

โบ๊ท-ธารา...“เรียกผมว่านักแสดง”,Rabbit Today

Q: ที่ผ่านมาคุณรับบทค่อยๆ โตขึ้นเรื่อยๆ เรียกว่ามีพัฒนาการทางการแสดงมาตลอด มาถึงเรื่องนี้ การรับบทตัวละครหลัก มีความยาก-ง่ายแค่ไหนคะ

A: ตอนแรกผมคิดว่าง่าย (หัวเราะ) เพราะที่ผ่านมาผมเจอบทยากมาตลอด เช่น โขน ก็ต้องไปเรียนโขน เล่นเป็นเงือก จริงอยู่ผมเคยเป็นนักกีฬามาก่อน แต่ตัวบทก็มีความซับซ้อนของความเป็นแฟนตาซี พอมาเจอเรื่องนี้ ผิดคาด เพราะบทละครมีการพัฒนา จะทำให้ยังไงให้ความเชื่อความศรัทธาแต่ดูแล้วสนุก มันมีความกลมและรายละเอียดเยอะมาก

แล้วริวเป็นตัวละครที่น่าสนใจ เขาอยู่กับพี่สาว เขาก็จะเป็นแบบหนึ่ง หลุดจากพี่สาวมาอยู่ในห้องตัวเอง ก็จะเป็นอีกแบบหนึ่ง พอเป็นพญานาคชาติที่แล้ว ก็จะเป็นอีกแบบหนึ่ง ไปสู้กับพี่อั้ม ไปเจอกับพี่บอย ทุกอย่างมีหลายอารมณ์หลายคาแร็กเตอร์อยู่ในตัวละครตัวเดียว ตั้งแต่ตอนหนึ่งถึงจบก็พัฒนาขึ้นเรื่อยๆ ด้วย ยากอยู่ครับ

Q: เล่นเรื่องนี้ต้องฟิตร่างกายแบบคุณอั้ม-อธิชาติ ไหมคะ

A: มีหลายคนบอกว่าผมผอมลง ไม่รู้เหมือนกันครับ น่าจะโตขึ้นแล้วมาลงพุงแทนมากกว่า (หัวเราะ) คือ ตอนนั้นผมว่าผอมกว่าตอนนี้ ไขมันอาจยังกระจายอยู่ทั่วร่างกาย แต่ช่วงนี้มันอาจจะขึ้นหน้าน้อย เลยดูผอมลง แต่จริงๆ น้ำหนักมากกว่าตอนนั้นอีก 

Q: ยังคงไปไหนมาไหนกับคุณแม่ตลอด เมื่อสักครู่เห็นชวนคุณแม่ไปเที่ยว

A: คุณแม่ไปกองถ่ายตลอดครับ คนชอบคิดว่าโตแล้วพาแม่มาทรมานทำไม ลำบากแม่ทำไม อ๋อ...ถามแล้ว (หันไปหาคุณแม่) แม่บอกว่าไม่อยากอยู่บ้าน อยากมาเที่ยวกองมากกว่า อยู่บ้านแล้วก็จะป่วย เหมือนไม่มีอะไรทำ (หัวเราะ)

Q: มีพี่น้องไหมคะ

A: มีครับ…มี ผมเป็นลูกคนกลางครับ เป็นเด็กมีปัญหาอะไรแบบนี้

โบ๊ท-ธารา...“เรียกผมว่านักแสดง”,Rabbit Today

Q: เล่าเรื่องลูกคนกลางให้ฟังหน่อยสิคะ

A: สำหรับผม ไม่มีครับ ใช่...มันแปลกครับ (ตอบเองแล้วก็หัวเราะเอง) เพราะว่าความเป็นผู้นำจะไปอยู่ที่พี่ แต่ความคาดหวัง ความอบอุ่น ความโอ๋อะไรจะมาอยู่ที่น้อง คนกลางไม่ค่อยได้รับความสนใจอะไร แต่ผมดันเป็นคนไม่แคร์ตั้งแต่เด็ก ก็เลยไม่เป็นอะไร 

ผมโชคดีที่มีอะไรให้ทำตั้งแต่เด็ก เป็นคนที่ชีวิตยุ่งกับการต้องซ้อมว่ายน้ำ ต้องทำกิจกรรมนู่นนี่นั่นตลอดเวลา พอเรียนจบ เริ่มเป็นนักกีฬา จู่ๆ ก็เข้าวงการ ก็ยุ่งอีก เพราะฉะนั้นเลยโตมาแบบยุ่งๆ ไม่ได้มีปัญหาอะไร แล้วครอบครัวเลี้ยงเหมือนเป็นเพื่อนกันด้วย 

Q: ถ้าไม่ได้เป็นนักแสดง คุณจะมุ่งมั่นไปเส้นทางกีฬาเลยหรือเปล่า

A: อยากเป็นผู้กำกับฯ ครับ เดี๋ยวๆ นะ…ตอนนั้นอยากเป็นนักกีฬามากกว่า แต่ว่าดันเลือกกีฬาผิด  

Q: ผิดยังไงคะ

A: ผมเลือกถูกแล้วในการที่เป็นนักกีฬาว่ายน้ำ เพราะว่าช่วยส่งเสริมเรื่องร่างกาย สมาธิ การเจริญเติบโตก็พัฒนากว่ากีฬาอื่น แต่...มันดันเป็นกีฬาที่ไปไม่รอดในเมืองไทย (หัวเราะ)

เล่าหน่อย กีฬาว่ายน้ำของประเทศไทยจะสู้เขาได้แค่รุ่นเยาวชน เต็มที่อายุไม่เกิน 20 จริงๆ 17-18 ก็เริ่มล่วงแล้ว เพราะว่าด้วยความจริงจังของอาชีพ วิทยาศาสตร์การกีฬา รวมถึงพันธุกรรมของร่างกายเราสู้เขาไม่ได้จริงๆ พอถึงจุดหนึ่ง ถ้าเราจะยึดอาชีพนี้มันยากมาก ตอนนั้นก็เลยหยุดไป แล้วไปเลือกทางอื่นแทนครับ

โบ๊ท-ธารา...“เรียกผมว่านักแสดง”,Rabbit Today

Q: ทราบมาว่าคุณอยากเล่นละครพีเรียดอิงประวัติศาสตร์

A: ใช่ครับ อย่างเรื่องเพลิงนาคา ออกแนวพีเรียดจริงอยู่ แต่ผสมไปด้วยแฟนตาซีมาก เป็นตำนานที่ถูกเล่าขานมา บ้านเมือง การแต่งกาย ถูกออกแบบเหนือจินตนาการ ซึ่งถ้ามีโอกาสผมอยากลองเล่นละครแนวประวัติศาสตร์ เช่นเรื่องราวในสมัยกรุงศรีอยุธยา หรือสมัยรัชกาลที่ 5 ที่เริ่มมีการเปลี่ยนแปลงทางสังคม วัฒนธรรม การแต่งกาย 

อีกอย่างผมชอบบทที่สุดโต่ง มีอะไรให้เล่น ในแบบของนักแสดงนำที่มีความร้าย มีแบ็กกราวนด์ที่ทำให้บทของตัวนั้นมันโดดเด่น

Q: ในวันนี้คุณคือพระเอกที่กำลังเติบโตในวงการละครขึ้นเรื่อยๆ มองเห็นเส้นทางอนาคตของวงการนี้อย่างไร

A: ผมมองว่า ปัจจุบันละครมันเปลี่ยนไป บางคนบอกละครไทยยังน้ำเน่า ไม่ไปไหน แต่มองดีๆ หลายเรื่องมีการส่งบท ส่งตัวนักแสดง ไม่มีแล้วพระเอก นางเอกคู่เดียวที่ต้องลุ้นกันไป บางเรื่องเราเอาใจช่วยตัวร้าย บางเรื่องเราเอาใจช่วยคนเล่นบทเล็กๆ พวกเขาเหล่านั้นคือนักแสดง

อย่างที่ผมบอกครับ อยากเล่นบทอะไรที่สุดโต่ง ไม่ว่าจะดีหรือร้าย แต่ต้องมีอะไรให้คนดูจดจำ นั่นคือนักแสดง คุณออกมา 2-3 ตอนแต่ทำให้คนดูจำคุณได้ คุณคือนักแสดง และผมก็เป็นนักแสดงคนหนึ่งครับ