เรื่องเด่น

De Flamingo วงร็อกไทยจัดจ้าน

Published 22 พ.ค. 2019

By ตติยา แก้วจันทร์

De Flamingo วงร็อกไทยจัดจ้าน

เราอยากพาคุณไปทำความรู้จักกับวงดนตรีมาแรงแห่งค่ายเพลง What The Duck ที่หลังจากส่งซิงเกิลล่าสุด ‘น้ำตาเทียม’ ก็เกิดกระแสบอกต่ออย่างรวดเร็วบนโลกออนไลน์ ทำให้หลายคนเริ่มค้นหาบทเพลงอื่นๆ ของพวกเขามาฟัง

วงดนตรีที่กำลังพูดถึงคือ ‘De Flamingo’ (เดอ ฟลามิงโก) วงที่นิยามตัวเองว่าเป็นวงร็อก…แต่ ‘ร็อกนี้สีชมพู’ เพราะเลือกใช้สีชมพูเป็นสีสันหลักเพื่อให้แฟนๆ เกิดภาพจำ ประกอบด้วยสมาชิก 4 คน ได้แก่ โบนัส (ร้องนำ) ปอม (มือกีตาร์) จา (มือเบส) และบีม (มือกลอง)

สัมภาษณ์วง De Flamingo,Rabbit Today

โดยทั้งหมดคือแก๊งเด็กหนุ่มที่เพื่อนกันตั้งแต่สมัยเรียนดนตรีที่ ม.มหิดล ล้มลุกคลุกคลานกับความผิดหวัง แต่ยังยืนยันว่าจะเดินหน้าสายฝันด้านดนตรีต่อไป จนกระทั่งรวมวงได้สำเร็จอีกครั้ง พร้อมปล่อยซิงเกิลดังมากมาย เช่น ฟังก่อน แค่อีกครั้งเดียว และ Pink รวมทั้งเคยได้เล่นเป็นวงดนตรีเปิดให้ศิลปินต่างประเทศชื่อดังด้วย 

นี่คือวงดนตรีรุ่นใหม่ที่เราอยากให้คุณจดจำชื่อพวกเขาไว้ให้ดี เพราะอีกไม่นานนับจากนี้…พวกเขามาแรงกว่าเดิมแน่!

Q: ทำไมจึงใช้ชื่อวงว่า ‘เดอ ฟลามิงโก’ มีที่มาจากชื่อตัวละครในการ์ตูนวันพีซจริงหรือเปล่า

โบนัส: ไม่จริงครับ ผมเป็นคนชอบเดินดูเสื้อผ้า ลวดลายนกฟลามิงโกจะโผล่ออกมาเฉพาะคอลเลกชั่น Spring Summer ในวันที่เรากำลังหาชื่อวง ผมดันพูดขึ้นว่า “เดอะฟลามิงโกมา” รู้สึกว่าชื่อสะดุดหู แต่อยากเปลี่ยนคำว่า ‘เดอะ’ เป็น ‘เดอ’ เราไปหาข้อมูลเกี่ยวกับนกฟลามิงโก พบว่ามีพวกมันชอบอยู่กันเป็นกลุ่มสื่อถึงความสามัคคีกลมเกลียว คิดว่ามีความหมายที่ดีกับพวกเรา ผมเพิ่งมารู้ทีหลังว่าดันไปตรงกับชื่อตัวละคร ‘โดฟลามิงโก’ ในการ์ตูนเรื่องวันพีซ แต่เราไม่ได้คิดถึงตรงนั้นเลยครับ เมื่อปล่อยเพลงไป ผมอยากให้คนฟังนึกถึงวงดนตรีวงหนึ่งแทนมากกว่า

สัมภาษณ์วง De Flamingo,Rabbit Today

Q: ได้ยินมาว่าพวกคุณคือเด็กที่เรียนดนตรีเพื่อหวังตั้งวงดนตรีเลยใช่ไหม

โบนัส: เราเรียนวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ ม.มหิดล จะมีวิชาหนึ่งชื่อวิชารวมวง ทุกคนต้องหาสมาชิกเพื่อรวมวงดนตรีให้ได้ ถือเป็นไฟต์บังคับเลยทีเดียว เริ่มเข้าเรียนปี 1 ก็ไม่รู้จักใครอยู่แล้วเนอะ แต่โชคดีที่ผมกับจาจบจากเทพศิรินทร์เลยเริ่มจาก 2 คนก่อน แล้วค่อยตามหาสมาชิกไปเรื่อยๆ จนกระทั่งมาเจอบีม ปอม และนักร้องผู้หญิงอีกคน กลายเป็นวงที่ใช้ชื่อว่า The Noir ตอนนั้นเรียนกับพี่เช่ วง Richman Toy เราพยายามสร้างผลงานก่อนวงจะยุบไปในช่วงที่ใกล้เรียนจบพอดี จึงตัดสินใจว่าจะเดินหน้าเล่นดนตรีและทำวงกันต่อกับสมาชิกที่เหลืออีก 4 คนครับ 

Q: การตัดสินใจในครั้งนั้นนับเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญหรือเปล่า

โบนัส: ตอนที่วงยุบไปเราเคว้งสักพักเหมือนกันครับ เพราะเป็นวงที่เรียนด้วยกันมา ตั้งใจว่าจะทำผลงานเพลงซึ่งเป็นอีกหนึ่งความฝันของเราในตอนนั้นให้ประสบความสำเร็จ คิดกันเลยว่าถ้าเรียนจบแล้ว อยากลองทำเพลงเสนอค่ายเพลงดู ถือเป็นช่วงที่ชีวิตกำลังเปลี่ยนผ่านจากเด็กมหา’ลัยไปเป็นคนทำงาน เราต้องเดินหน้าลุยต่อ จากเดิมที่ผมเล่นกีตาร์ก็ต้องฝึกร้องเพลงด้วย 

ปอม: เด็กที่เรียนสายดนตรีแล้วจบมาทำเพลงจริงจังนั้น…บอกได้เลยว่ามีไม่เยอะครับ ในรุ่นหนึ่งให้ไม่เกิน 3 วง รุ่นผมมีแค่วงเรา และเพื่อนอีกกลุ่มหนึ่งที่ยังคงทำเพลงกันอยู่ หรืออย่างรุ่นพี่ผมมีวงแมทนิแมร์ วงสมเกียรติ แต่ก็ไม่เกิน 3 วงอยู่ดี เด็กจบสายดนตรีอาจไม่ได้จบออกมาทำงานเพลงเสมอไป บางคนมีธุรกิจที่บ้านรออยู่แล้ว ไม่ก็ไปทำงานเบื้องหลังแทน แต่พวกผมเลือกทำเพลงต่อเพราะเป็นสิ่งที่รักและชื่นชอบจริงๆ 

สัมภาษณ์วง De Flamingo,Rabbit Today

Q: กว่าจะมาถึงวันนี้ได้มีเหตุการณ์ไหนในชีวิตที่จุดไฟดนตรีให้ลุกโชนขึ้นมา

จา: ตอน ม.ปลายครับ ผมเริ่มจากชอบวง The Beatles ก่อน แล้วเริ่มเล่นดนตรีแบบงูๆ ปลาๆ จนกระทั่ง ม.ปลาย ได้เริ่มทำวงดนตรีกับเพื่อน ผมค้นพบสีสันของการเล่นดนตรีใหม่ๆ ที่เราไม่เคยศึกษามาก่อน เป็นจุดเริ่มต้นให้กระโดดเข้าหาดนตรีอย่างจริงจัง

บีม: วง Bodyslam ค่อนข้างมีอิทธิพลต่อผม ตอนผมเรียนมัธยม เขาปล่อยเพลงยาพิษและเพลงอกหัก เป็นช่วงที่กำลังเล่นดนตรีเลย ไม่ได้เล่นกลองนะ ผมเล่นเบส แต่มีอยู่วันหนึ่งมือกลองไม่ยอมมาซ้อม ผมขอลองตีเอง จึงเป็นจุดเริ่มต้นได้เข้ามาเล่นดนตรี พอเข้าเรียนปี 1 ผมใช้เพลง Crying Lightning ของวงอังกฤษ Arctic Monkeys สำหรับสอบเข้าและได้เข้ามาอยู่ในวงการดนตรีทุกวันนี้ ผมกับจาใช้เพลงเดียวกันสอบเข้าโดยที่ไม่รู้จักกันมาก่อน พอมาอยู่วงเดียวกันแล้วถามว่านายใช้เพลงอะไรสอบเข้ามา อ้าวเฮ้ย! เพลงเดียวกันว่ะ พอคุยเรื่องวงที่ชอบ บอกตรงกันหมดเลย เราเลยกลายเป็น ‘คนดีลเด็ก’ เหมือนเอเย่นที่หาเด็กเข้าวง (หัวเราะ)

ปอม: น่าจะสมัย ม.2 มีเพื่อนสนิทมาชวนผมตั้งวง ช่วงนั้นกำลังอินดนตรี เริ่มแรกผมไม่อยากเล่นกีตาร์ อยากตีกลองมากกว่า แต่เพื่อนมาบอกว่าเรียนกลองละนะ จึงเหลือกีตาร์กับเบส ผมไม่รู้ว่าคืออะไร คิดว่าเบสคือกีตาร์ไฟฟ้าด้วยซ้ำ ก็ทรงมันคล้ายๆ กันอ่ะ (หัวเราะ) ผมเดินไปที่โรงเรียนสอนดนตรีเลย ถามตรงเค้าท์เตอร์ว่า “โซโล่เพลง ‘ยินดี’ ของวง Nologo คือเสียงของเครื่องดนตรีอะไรครับ ผมชอบมาก” พี่เขาบอกว่าถ้าโซโล่น่าจะเป็นกีตาร์นะ ผมตกลงเรียนกีตาร์เลย ปรากฏพอโตขึ้นผมกลับไปฟังเพลงท่อนนั้นอีกครั้ง สรุปมันคือ ‘เสียงซินธิไซเซอร์’ (เสียงที่สังเคราะห์ขึ้นมา) มันไม่ใช่เบสและกีตาร์ว่ะเฮ้ย! (หัวเราะทั้งวง)

สัมภาษณ์วง De Flamingo,Rabbit Today

Q: คุณจะสร้างจุดเด่นให้ตัวเองอย่างไรท่ามกลางตลาดเพลงไทยที่มีวงดนตรีมากมายนับไม่ถ้วน 

โบนัส: เราอาจได้บทเรียนจากวงที่เราเคยทำสมัยเรียน จึงคิดใหม่ว่าหากจะต้องเริ่มนับหนึ่งอีกครั้งจะต้องทำให้ชัดมากกว่าเดิม ช่วงที่เราจะเริ่มเดินสายพบว่ามีวงดนตรีเยอะมากกก…ตอนที่เดอฟลามิงโกจะทำดนตรีร็อก ผมเข้าใจดีว่าร็อกอาจไม่ใช่กระแสหลักในปัจจุบัน แต่ถ้าเรายืนยันหนักแน่นว่าต้องทำให้ได้ ก็ต้องคิดว่าจะทำอย่างไรให้ตลาดเพลงไทยหันมาสนใจเรา ไม่ต้องชอบก็ได้ ขอแค่รู้จักเรา ได้ยินชื่อวงเรา อยากทำวงที่ทั้งเสียงและภาพไปพร้อมกัน คนชอบคิดว่าทำไมพวกเดอฟลามิงโกชอบมาแต่งตัวอะไรแบบนี้เนี่ย คือเราทำแบบนี้ตั้งแต่สมัยเรียนแล้วครับ โจทย์แรกคือจะทำอย่างไรให้คนจำหน้าคนร้องได้ จำคาแรกเตอร์สมาชิกในวงได้ ไม่ใช่ได้ยินแค่เพลงแต่ไม่รู้จักหน้าคนร้อง โชคดีที่เราใช้คำว่า ‘เดอฟลามิงโก’ เป็นชื่อวง สีที่ชัดเจนคือสีชมพู เฮ้ย! วงร็อกไม่จำเป็นต้องสีดำเสมอไปก็ได้ เราแค่อยากจะเป็นหนึ่งทางเลือกในบรรดาวงดนตรีจำนวนมาก

 

สีที่ชัดเจนของนกฟลามิงโกคือสีชมพู วงร็อกไม่จำเป็นต้องสีดำเสมอไปก็ได้
เราแค่อยากจะเป็นหนึ่งทางเลือกในบรรดาวงดนตรีจำนวนมาก

 

Q: นิยามเฉดสีดนตรีของวงคุณให้ฟังหน่อย

โบนัส: วงเราคือชมพูครับ เพราะคำว่า ‘ฟลามิงโก’ คนส่วนใหญ่ฟังแล้วจะนึกถึงสีชมพูเป็นสีแรก เราพยายามทำให้คนนึกถึงตลอด โดยเฉพาะภาพลักษณ์ที่นำเสนอ ผมอยากให้คนรู้สึกว่าเพลงของเดอ ฟลามิงโก ฟังไม่ยากและไม่ง่ายเกินไป ฟังแล้วติดหู ไม่ว่าจะพาร์ตดนตรี เนื้อหา หรือเมโลดี้ ที่ผ่านมาเรานำเสนอทางภาพอย่างเต็มที่แล้ว ผมอยากให้คนฟังได้เห็นในแง่มุมใหม่ๆ ที่ยังไม่เคยเห็นบ้าง พอคนติดภาพแล้วเขาก็จะเริ่มหันมาโฟกัสกับเพลงจริงๆ 

Q: เพลงไหนคือเพลงแจ้งเกิดให้เดอ ฟลามิงโก

บีม: เพลง ‘รั้น’ ครับ ตอนนั้นเราทำประมาณ 3 เพลง แต่เพลงนี้ถูกเลือกว่าเป็นเพลงแนะนำตัวที่จัดจ้านที่สุดในบรรดาเพลงที่ทำ เราปล่อยไปแล้ว ทำให้คนรู้จักเรามากขึ้น มีพี่ๆ ศิลปินแชร์เยอะมากรวมทั้งพี่บอล วงสครับ จาจึงทักไปขอบคุณพี่บอล นับเป็นจุดเริ่มต้นที่ได้คุยกัน และได้เข้ามาอยู่ในค่ายเพลง What The Duck (ยิ้ม) 

Q: ยังจำคอนเสิร์ตแรกได้ไหม

ปอม: เล่นที่ PLAY YARD ครับ เป็นคอนเสิร์ตเปิดอัลบั้มของรุ่นพี่เราที่ชื่อวง The Whitest Crow เขาเชิญเราไปเล่นเป็นวงเปิดถือเป็นงานแรกที่ได้ไปเล่นในนามเดอ ฟลามิงโก หลังจากปล่อยเพลงออกไปแล้ว การที่มีเสียงคนดูร้องเพลงเราเสียงดังทะลุขึ้นมาบนเวที เป็นอะไรที่เราไม่ได้คาดหวัง แต่เกินคาดมากๆ ทั้งตกใจและดีใจครับ 
โบนัส: ตื่นเต้นมากครับ แต่เสียดายที่ตอนนั้นเราอยู่กันไม่ครบ เพราะจาอยู่สหรัฐฯ เราอยากให้เพื่อนอยู่ครบในการเล่นครั้งแรก

Q: คุณเคยไปเล่นเป็นวงเปิดให้ศิลปินต่างประเทศด้วยใช่ไหม

บีม: ใช่ครับ ปีที่แล้วเล่นให้วง Lany ที่มูนสตาร์สตูดิโอ

โบนัส: เราได้คุยกับเจค กอส (มือกลองวง Lany) ด้วย ตอนที่เราซาวนด์เช็คเรียบร้อยแล้ว เขาเดินออกมาบอกว่า “บีมตีกลองดีมาก”

บีม: เขาบอกซาวนด์ดี (ยิ้ม) 

จา: ตอนนั้นบีมตอบไปว่า “ธรรมด๊า! ใครๆ ก็ว่าอย่างนั้น”

บีม: เฮ้ย! ต้องตอบว่าขอบคุณสิวะ (หัวเราะ)

สัมภาษณ์วง De Flamingo,Rabbit Today

Q: คุยถึงซิงเกิลล่าสุดหน่อย ‘น้ำตาเทียม’ เพลงนี้เขียนขึ้นมาจากโจทย์ไหน

โบนัส: เป็นซิงเกิ้ลที่ 4 ของอัลบั้มเต็มชุดแรกที่น่าจะปล่อยช่วงปลายปีครับ โจทย์เพลงนี้ต่างจากเพลงอื่นๆ ของอัลบั้ม พี่อู๋ วง The Yers มาเป็นโปรดิวเซอร์ให้เรา หลังเคยทำงานด้วยกันตั้งแต่เพลง ‘แค่อีกครั้งเดียว’ พี่อู๋ช่วยดูภาพรวมทั้งอัลบั้มครับ วันหนึ่งเรานั่งฟังเพลงเกือบทั้งหมด จู่ๆ พี่อู๋บอกว่ายังขาดอีกหนึ่งรสชาติว่ะ เลยให้โจทย์เราว่าลองแต่งเพลงที่ไม่ต้องใช้ความคิดดูสิ แต่ให้ใช้ความรู้สึกนำเป็นหลักบ้าง จึงเป็นที่มาของเพลงน้ำตาเทียม แต่งเสร็จเร็วที่สุดในอัลบั้มเลย (ยิ้ม) เพราะบางทีเราเผลอคิดเยอะไป อัลบั้มแรกทั้งทีเราก็อยากให้ออกมาดีเนอะ

Q: หากปล่อยอัลบั้มเต็มไปแล้ว กระแสตอบรับดีมากจนนำไปสู่การมีคอนเสิร์ตเดี่ยวเต็มรูปแบบครั้งแรก อยากรู้ว่าคอนเสิร์ตในฝันของคุณเป็นอย่างไร

จา: ขอเวทีเล็กๆ ครับเดี๋ยวไม่อบอุ่น ยืนห่างกับเพื่อนแล้วรู้สึกเหงามากเลย อยากมีคอนเสิร์ตที่ยกวงกันไปเล่นต่างประเทศ ขอแค่ญี่ปุ่นพอ แต่เราจ่ายตังค์ค่าตั๋วให้แฟนคลับที่จะไปด้วยนะ โอ้โหวงนี้ซื้อบัตรแถมตั๋ว แต่ไปเช้า-เย็นกลับนะ (หัวเราะ)

โบนัส: คอนเสิร์ตที่ทำให้เรารับรู้ได้ถึงพลังที่แฟนๆ พร้อมมาสนับสนุนเราจริงๆ ก่อนหน้านี้เรานำเสนอตัวตนผ่านเสียงเพลงไปแล้ว อยากจะนำเสนอผ่านภาพ เสียง สี และเสียงในโชว์ของพวกเราบ้าง คงสนุกน่าดู 

ปอม: มีเวทีคอนเสิร์ตที่เราจะดีไซน์ได้เอง ก่อนเรียนจบมีธีสิสให้ทำคอนเสิร์ตของตัวเองด้วย เราได้ลองลงมือทำเองทุกอย่าง เหนื่อยหน่อย แต่แฮปปี้ คิดว่าถ้ามีคอนเสิร์ตของวงจริงๆ เราอยากกลับไปทำสิ่งที่คราฟต์และละเอียดแบบนั้นอีกสักรอบครับ ได้ทำอะไรเป็นกลุ่มแล้วสนุกดี เล่นดนตรีก็เหมือนกัน ผมเป็นคนเบื่อง่าย ถ้าไม่มีวงแต่ต้องเล่นดนตรีคนเดียวคงไม่สนุกเท่าไร

บีม: อยากเล่นริมทะเล เพราะว่ามาสคอตวงเราคือฟลามิงโก ให้ความรู้สึกแบบช่วงหน้าร้อน ถ้ามีคอนเสิร์ตริมทะเลน่าจะเข้ากับวงดี 

สัมภาษณ์วง De Flamingo,Rabbit Today

Q: คุณคิดว่าทุกวันนี้วงการเพลงไทยมอบโอกาสให้ศิลปินหน้าใหม่มากพอหรือยัง 

ปอม: ผมไม่แน่ใจว่าสมัยก่อนเป็นอย่างไรนะ แต่เท่าที่สัมผัสได้…วงการเพลงไทยตอนนี้ให้โอกาสวงดนตรีหน้าใหม่มากขึ้น สังเกตจากค่ายเพลงต่างที่มีเพิ่มขึ้น เช่น What The Duck ก็มีวงผม ชนุดม หรือน้องๆ วง mints ส่วนค่ายเพลงใหญ่เปิดโปรเจ็กต์รับศิลปินใหม่ๆ เข้ามาเช่นกัน ตามงานประกาศผลรางวัล เราจะเห็นได้ว่ามีศิลปินหน้าใหม่มีรายชื่อเข้ารับรางวัลในสาขาที่ไม่ได้อยู่ในหมวดหน้าใหม่ออกมาให้เห็นเรื่อยๆ ทุกปี ผมว่าผู้ใหญ่เขาให้โอกาส อยากให้กำลังใจเพื่อให้ศิลปินเหล่านี้ตั้งใจทำงานดีๆ ต่อไป ส่วนหนึ่งอาจจะเพราะโซเชียลมีเดียด้วยมั้งที่ทำให้มีคนรู้จักพวกเราง่ายขึ้น

Q: สุดท้ายนี้อะไรคือสิ่งที่จะการันตีความสำเร็จของวงเดอ ฟลามิงโก

ปอม: แฟนคลับครับ ถ้าเรายังมีพวกเขาสนับสนุนให้เรายังทำงานเพลงต่อไปเรื่อยๆ

บีม: บางทีคนอาจมองว่าถ้าวงดนตรีมีรายได้ไม่ถึงแสนคือไม่ประสบความสำเร็จ แต่ผมคิดว่าถ้าเราได้ทำสิ่งที่รักและอยู่ต่อไปได้ยาวๆ นี่คือประสบความสำเร็จนะ เหมือนเราเปิดร้านอาหารสักร้าน แล้วมันอยู่ได้เรื่อยๆ ไม่เจ๊งนั่นแหละ