เรื่องเด่น

DINK & SINK เจาะตลาดยุคเธอกับฉัน เสิร์ฟความโหยหา คนโสด-ไร้บุตร

Published 16 ธ.ค. 2018

By Rabbit Today

DINK-and-SINK-scoops-Rabbit-Today-banner

เราทราบกันดีว่าตอนนี้ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงวัย และหลายแบรนด์สินค้าต่างมุ่งเป้าไปเจาะคนกลุ่มนี้ หากแต่ในเวลาเดียวกัน ยังมีอีกกลุ่มเป้าหมายทางธุรกิจหนึ่งที่น่าสนใจและไม่ควรมองข้ามเป็นอย่างยิ่ง นั่นคือกลุ่มคนโสดและกลุ่มสามีภรรยา…ที่ไร้บุตร

ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น

สาเหตุมาจากคนวัยทำงานในปัจจุบัน มีอัตราการแต่งงานน้อยลง เน้นอยู่คนเดียวมากขึ้น จนเกิดเป็นปรากฏการณ์ของคำศัพท์ใหม่ๆ ที่ใช้เรียกคนกลุ่มที่เข้าข่ายลักษณะนี้ว่า ‘SINK’ หรือย่อมาจากประโยคภาษาอังกฤษที่ว่า Single Income No Kids

อย่างไรก็ตาม ยังมีอีกกลุ่มคนที่น่าสนใจและน่าโฟกัสอย่างจริงจังไม่แพ้กัน คือ กลุ่มคู่รักที่อยู่ด้วยกัน แต่ไม่มีลูก ที่เรียกว่า ‘DINK’ หรือ Double/ Dual Income No Kids หรือ ‘กลุ่มเธอกับฉัน’ 

ทั้งนี้ หากมอง ‘ความต่าง’ บน ‘ความเหมือน’ ของ 2 นิยามข้างต้นนี้ จะพบว่า กลุ่มคนทั้ง 2 กลุ่มนั้นให้ความอิสระในการใช้ชีวิตของตนเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับเรื่องการจับจ่ายใช้สอยแบบเต็มที่

วิเคราะห์ความกล้า PAY กลุ่ม DINK & SINK

จริงๆ แล้ว หากยังพอจำกันได้ จะมีอยู่ช่วงหนึ่งที่หลายธุรกิจพยายามสร้างสินค้า บริการ หรือโปรโมชั่นออกมาเอาใจคนมีคู่และครอบครัวหลากระดับกันพอสมควร แต่เมื่อภาพรวมในการใช้ชีวิตของคนเริ่มเปลี่ยน การวางแผนในการขายของจึงต้องคิดใหม่ บนพื้นฐานตัวเลขของคนที่มีสถานะทั้ง ‘โสด’ (SINK) และกึ่งโสด (DINK) ที่มีอยู่ร่วมๆ กว่า 15 ล้านคนในปัจจุบัน เพิ่มขึ้นถึงกว่า 4 แสนคน เมื่อเทียบกับปีก่อน

ถามว่าทำไมคนกลุ่มนี้จึงเพิ่มขึ้น ส่วนหนึ่งคงหนีไม่พ้นประเด็นเรื่องความต้องการทางสังคม เพราะด้วยความที่โลกสมัยนี้มีอะไรให้น่าทำน่าซื้อเยอะแยะไปหมด ไม่ว่าจะเป็นค่าดูแลภาพลักษณ์ ทั้งเรื่องการแต่งตัว เสื้อผ้าหน้าผม ยันไปถึงสุขภาพการกิน การออกกำลังกาย ไปถึงของใช้ต่างๆ ที่เป็นไอเท็มเพิ่มความมีระดับให้กับชีวิต 

ไม่ว่าจะเป็นบ้าน รถยนต์ ทริปท่องเที่ยวใหม่ๆ ที่ดูแล้วใช้เงินคนเดียวไม่ต้องแบ่งใคร ดูน่าจะสบายใจกว่าคนมีครอบครัวตั้งเยอะ ไม่ต้องไปกังวลกับค่าสินสอด ค่าจัดงานแต่งงาน ค่านมลูก ค่าเทอม ค่าเรียนพิเศษ และอีกสารพัดค่าใช้จ่ายที่แพงแสนแพงในสมัยนี้ หลายคนจึงเลือกที่ครองตัวเป็นโสด ไม่มีใคร หรือถึงมี ก็แค่คบกันไปเรื่อยๆ แบบไม่มีบุตรผูกมัดน่าจะดีกว่า

อย่างไรก็ตาม ถ้าหากมองตัวเลข 15 ล้านคนว่าเยอะแล้ว อยากให้ทุกคนลองรวมกับสถานภาพหม้ายอีก 4.51 ล้านคน หย่าร้างอีก 1.15 ล้านคน และแยกกันอยู่อีก 1.36 ล้านคน เสร็จสรรพแล้ว จะมีตัวเลขร่วมๆ 22 ล้านคน

DINK & SINK เจาะตลาดยุคเธอกับฉัน เสิร์ฟความโหยหา คนโสด-ไร้บุตร,สกู๊ป,Rabbit Today

อันที่จริงแล้ว อัตราการขยายตัวของกลุ่ม DINK ไม่ได้เกิดแค่ในประเทศไทย แต่เป็นเทรนด์ที่เกิดขึ้นในหลายๆ ประเทศทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นประเทศสหรัฐอเมริกาที่มีอยู่ประมาณ 85 ล้านคน, ประเทศออสเตรเลียประมาณ 10 ล้านคน และประเทศญี่ปุ่นประมาณ 28.8 ล้านคน

เมื่อ 22 ล้านคน!! คือ ตัวเลขประชากร DINK & SINK โดยประมาณ

นี่จึงเป็นโอกาสครั้งใหม่ของภาคธุรกิจในการกระโจนเข้าหา แต่อาจจะต้องเข้าใจพฤติกรรมของคนกลุ่มนี้ให้ถ่องแท้เสียก่อน

เพราะเมื่อคนกลุ่มนี้ไม่มีพันธะด้านคู่ครอง รวมถึงไม่มีพันธะด้านบุตร ก็จะมีความกล้าในการจับจ่ายใช้สอยมากกว่ากลุ่มที่แต่งงานและมีลูกอย่างเห็นได้ชัด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการท่องเที่ยว เรื่องของการรับประทานอาหารนอกบ้าน และเรื่องของการใช้จ่ายไปกับผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับความงาม

ยิ่งไปกว่านั้น คนกลุ่มนี้ไม่ได้มองว่าสิ่งที่จะจ่ายไปเป็นเรื่องที่ต้องเสียดาย แต่เป็นสิ่งที่ตนพร้อมและยอมจ่ายเพื่อเป็นกำไรชีวิตให้กับตัวเอง เพราะอย่างที่บอกไปว่าผู้บริโภคกลุ่มนี้ไม่มีภาระ เช่น กลุ่ม DINK ไม่ได้มีค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการเลี้ยงดูลูก ที่เป็นค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่

อย่างไรก็ตาม พฤติกรรมของคนกลุ่มนี้ โดยเฉพาะผู้หญิงจะมีความกล้าใช้จ่ายมากกว่าผู้ชาย และให้ความสำคัญกับเงินที่ได้มามากกว่าการออมเงิน ทั้งการฝากเงินในธนาคารและการทำประกันชีวิตอีกด้วย ยกเว้นแต่อายุย่างเข้าหลักเลข 4 ถึงจะเริ่มเตรียมเรื่องเงินออมไว้เป็นค่ารักษาพยาบาลตัวเองในยามแก่ ขณะที่หากมองเป็นสามี-ภรรยาแบบ DINK นั้น ส่วนใหญ่จะแยกกระเป๋าสตางค์กันในการใช้จ่าย ยกเว้นในกรณีที่ต้องการซื้อสินค้าที่มีมูลค่าสูง จะมีการแบ่งเงินจากแต่ละกระเป๋ามารวมกันเพื่อซื้อสินค้านั้น

DINK & SINK เจาะตลาดยุคเธอกับฉัน เสิร์ฟความโหยหา คนโสด-ไร้บุตร,สกู๊ป,Rabbit Today 

3S สยบ DINK & SINK ให้อยู่หมัด

แม้กลุ่ม DINK และ SINK จะเป็นตลาดที่เกิดขึ้นเร็วและเริ่มขยายตัวมากขึ้น แต่นักวางแผนการตลาดควรต้องเข้าใจพฤติกรรมแบบ ‘ฉัน’ และ ‘เธอกับฉัน’ เพื่อหาแนวทางพิชิตใจให้อยู่หมัด ซึ่งในที่นี้มีแนวทาง 3S ที่มีโอกาสจับใจได้ค่อนข้างชัด

Strong คนกลุ่มนี้ต้องการแสดงให้เห็นถึงความเข้มแข็ง แข็งแกร่ง และการยืนหยัดได้ด้วยตนเอง ดังนั้น การจัดอีเว้นต์ หรือกิจกรรมใดๆ ที่ทำให้ได้แสดงออกถึงศักยภาพของตัวเอง จะได้รับความสนใจจากพวกเขาแน่นอน

Smart คนกลุ่มนี้เป็นคนฉลาดเลือก มีการศึกษาหาข้อมูลก่อนตัดสินใจซื้อ ดังนั้น หากจะมัดใจลูกค้ากลุ่มนี้ได้ ต้องทำให้เขารู้สึกว่านี่คือสินค้าที่ดีและพิเศษจริงๆ

Social แม้จะวางสถานะที่ไร้ข้อผูกมัดกับตนเอง แต่ไม่ได้แปลว่าอยากอยู่คนเดียว ดังนั้น กิจกรรมหรือการมีส่วนร่วมใดสามารถสร้างเรื่องราว การมีตัวตน การมีคุณค่า หรือการได้รับการยอมรับให้กับเขาได้ ลูกค้ากลุ่มนี้จะอยู่ไม่ไกลคุณแน่นอน

สินค้าและบริการยอดฮิตของกลุ่ม DINK

ข้อมูลจาก Economic Intelligence Center: SCB เปิดเผยว่า ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยของกลุ่ม DINK ในไทยอยู่ที่ประมาณ 20,000 บาทต่อคนต่อเดือน ขณะเดียวกันถ้าคิดเป็นมูลค่าทางการตลาดของคนกลุ่ม DINK ในประเทศไทยจะมีมูลค่าสูงถึงประมาณ 140,000 ล้านบาททีเดียว 

กลุ่ม DINK ใช้จ่ายไปกับอะไรบ้าง

 DINK & SINK เจาะตลาดยุคเธอกับฉัน เสิร์ฟความโหยหา คนโสด-ไร้บุตร,สกู๊ป,Rabbit Today

การรับประทานอาหารนอกบ้าน กลุ่ม DINK ใช้จ่ายไปกับการรับประทานอาหารนอกบ้านเฉลี่ย 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์ และมีค่าใช้จ่ายอยู่ที่ 1,000-2,000 บาทต่อครั้ง โดยร้านอาหารที่โดนใจคนกลุ่ม DINK มากที่สุด คือ ร้านอาหาร ในห้างสรรพสินค้า เนื่องจากมีร้านอาหารให้เลือกหลากหลาย และหารับประทานง่ายในช่วงเวลาที่เร่งรีบ ส่วนที่รองลงมา คือ ร้านอาหารทั่วไป แต่จะเป็นร้านชื่อดังที่มีอยู่หลายสาขา หรือแฝงตัวอยู่ในย่านดังที่ต้องตามรอยนักชิม รวมถึงร้านอาหารที่มีบรรยากาศดีๆ

DINK & SINK เจาะตลาดยุคเธอกับฉัน เสิร์ฟความโหยหา คนโสด-ไร้บุตร,สกู๊ป,Rabbit Today

การท่องเที่ยว กลุ่ม DINK พร้อมจะหมดเงินไปกับค่าใช้จ่ายเพื่อการท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเป็นการท่องเที่ยวทั้งภายในประเทศ และการท่องเที่ยวต่างประเทศ โดยการท่องเที่ยวในประเทศนั้น คนกลุ่มนี้นิยมไปเที่ยวทะเลเป็นหลัก ตามมาด้วยภูเขา และการท่องเที่ยวแนวผจญภัย แต่จะเน้นการท่องเที่ยวที่ให้ความเป็นส่วนตัวและดูชิลล์ๆ

สำหรับการท่องเที่ยวต่างประเทศ กลุ่ม DINK นิยมไปเที่ยวประเทศญี่ปุ่นเป็นหลัก เพราะชอบความสวยงามของธรรมชาติ อากาศ วัฒนธรรม อาหารการกิน และเป็นประเทศที่อยู่ไม่ห่างจากไทยมากนัก ขณะเดียวกัน ทวีปยุโรปก็เป็นอีกแห่งที่กลุ่ม DINK พร้อมจ่ายเงินไปชมความโรแมนติกของบรรยากาศบ้านเมืองในประเทศแถบดังกล่าว รวมถึงการช้อปปิ้งสินค้าแบรนด์เนมต่างๆ ที่ดูเหมือนมีราคาถูกกว่าท้องตลาด แถมยังเป็นลิมิเต็ดอิดิชั่นอีกด้วย ถัดมา คือ มัลดีฟส์ ที่ถือเป็นเกาะสวรรค์ของ DINK หลายๆ คู่ที่ชื่นชอบความเงียบสงบ ความสวยงามของธรรมชาติ และมีความเป็นส่วนตัวสำหรับคน 2 คนอย่างมาก

DINK & SINK เจาะตลาดยุคเธอกับฉัน เสิร์ฟความโหยหา คนโสด-ไร้บุตร,สกู๊ป,Rabbit Today 

สุขภาพและความงาม กลุ่ม DINK ให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพ โดยให้เหตุผลว่าไม่ต้องการเป็นภาระให้กับคู่ชีวิต นอกจากนี้ยังให้ความสนใจและหมดเงินไปกับการซื้ออาหารเสริมประเภทต่างๆ อีกด้วย

DINK & SINK เจาะตลาดยุคเธอกับฉัน เสิร์ฟความโหยหา คนโสด-ไร้บุตร,สกู๊ป,Rabbit Today 

ความบันเทิง กิจกรรมเกี่ยวกับความบันเทิงที่ DINK หมดเงินไปเยอะที่สุด คือ การดูหนังในโรงภาพยนตร์ โดย DINK ให้เหตุผลของการเลือกที่จะไปดูในโรงภาพยนตร์ เพราะได้บรรยากาศของการดูหนัง รองลงมา ค่าใช้จ่ายสำหรับกิจกรรมให้ความบันเทิงกับ DINK คือ การไปเที่ยวสถานบันเทิงต่างๆ กับเพื่อนฝูง โดยหากคู่ DINK มีเวลาตรงกันก็จะไปเที่ยวสถานบันเทิงด้วยกัน

คอนโดฯ นอกจากทั้ง 4 กลุ่มนี้แล้ว ในส่วนของสินค้าที่มีความจำเป็นแต่มีมูลค่าสูงอย่างอสังหาริมทรัพย์ กลุ่ม DINK จะเลือกซื้อคอนโดฯ หรือทาวน์โฮม โดยเฉพาะที่มีทำเลละแวกใกล้เคียงกับรถไฟฟ้า BTS และ MRT มากกว่าบ้านเดี่ยวหลังใหญ่ เพราะต้องการอาศัยอยู่ใกล้ชิดกับสังคมเมือง ซึ่งตรงนี้จะมีผลต่อการใช้ชีวิต กิน-ดื่ม-เที่ยว ในเชิงของการจับจ่ายไปกับกลุ่มสินค้าที่กล่าวมาข้างต้นได้อย่างง่ายดายอีกด้วย 

อ้างอิงข้อมูล: สำนักงานสถิติแห่งชาติ/ สำนักงานเศรษฐกิจแห่งชาติ/ สาขาการตลาด วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล/ ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี