เรื่องเด่น

FEEL GOOD WITH GOODTIME ช่วงเวลาดีๆ กับ 3 ดีเจหนุ่มหน้าใสจาก 98.5 Goodtime Radio

Published 21 มี.ค. 2019

By ณัฐพล ช่วงประยูร

DJ-98point5-Goodtime-Radio-scoop-Rabbit-Today-banner

ย้อนกลับไปหลายสิบปีที่แล้ว เสียงที่ผู้คนได้ยินกันจนชินหูคือเสียงเพลงจากวิทยุทรานซิสเตอร์ ซึ่งกำลังเป็นที่นิยมในสมัยนั้น ต่อเนื่องมาจนถึงยุคหนึ่งที่การฟังวิทยุเป็นที่นิยมอย่างมาก ทั้งการพูดคุยหน้าไมค์และหลังไมค์กับดีเจ การโทรเข้าไปในรายการเพื่อร่วมกิจกรรมต่างๆ กระทั่งปัจจุบัน ดูเหมือนดิจิทัลจะเข้ามาแทนที่ ‘ของเก่าๆ เดิมๆ’

น้อยคนนักที่จะฟังเพลงผ่านเครื่องรับวิทยุ แต่กลายเป็นฟังผ่านอินเทอร์เน็ต หรือแอปพลิเคชั่นแทน หลายคลื่นวิทยุจึงต้องปรับตัวเพื่อรับการเปลี่ยนแปลง แต่ยังมี ‘คลื่นลูกใหม่’ เข้ามาแทนที่ อย่าง ‘98.5 Goodtime Radio’ ที่บริหารงานโดยบริษัทมีเดีย สตูดิโอ ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก ช่อง 7 เรียกได้ว่าเป็นคลื่นที่ ‘เพลงดี ข่าวเด่น บันเทิงโดน’ เพราะมีการนำเสนอข่าวสารบันเทิงทั่วโลก รวมถึงยังเปิดเพลงไพเราะ ฟังสบายๆ ที่มาพร้อมเหล่าดีเจหลากสไตล์อีกด้วย 

และนี่คือ โอปอ-ประพุทธ์ พิมพามา, แบงค์-ภูมน ตันตยานนท์กุล และบิ๊ก-พล วุทราพงษ์วัฒนา 3 หนุ่มดีเจจาก 98.5 Goodtime Radio ที่จะมาทำความรู้จักกับทุกคน

FEEL GOOD WITH GOODTIME ช่วงเวลาดีๆ กับ 3 ดีเจหนุ่มหน้าใสจาก 98.5 Goodtime Radio,สัมภาษณ์,Rabbit Today

Q: ก่อนอื่นลองแนะนำตัวเองสัก 3-4 ประโยค ให้เหมือนการพูดเข้ารายการหน่อย

โอปอ: สวัสดีครับ ผมดีเจโอปอ วันนี้มารอคุณผู้ฟังแล้วนะครับ รอที่จะเปิดเพลงเด้งๆ ให้คุณผู้ฟังได้ฟังกันครับ

บิ๊ก: สวัสดีครับ ดีเจบิ๊กพลนะครับ จันทร์ถึงศุกร์ 3 ทุ่มถึงเที่ยงคืน วันนี้มีแต่เพลงที่ตัวเองชอบๆ ทั้งนั้นเลย อยากจะแนะนำให้ฟังนะครับ ติดตามได้ที่นี่ที่เดียวครับ

แบงค์: สวัสดีครับ ผมดีเจแบงค์นะครับ อยู่ด้วยกันทุกวันหยุดครับ เพราะว่าผมจะจัดช่วงวันหยุดเนอะ มาอยู่เป็นเพื่อนคุณผู้ฟังช่วงยามบ่ายวันหยุด ที่ Good Time 98.5 FM ครับ

Q: 3 เพลงที่ถูกขอให้เปิดมากที่สุดช่วงนี้คือเพลงอะไร

แบงค์: ช่วงนี้เพลงที่เปิดบ่อยที่สุดผมรู้สึกว่าเป็นเพลงซ่อนกลิ่น ของปาล์มมี่ แล้วก็เพลง Nobody Like You ของเป๊ก ผลิตโชค แล้วก็เพลงลาลาลอย 3 เพลงนี้จะเปิดอยู่บ่อยๆ แล้วก็เป็นเทรนด์อยู่ด้วย ณ ตอนนี้ครับ

บิ๊ก: สำหรับผม 3 เพลงนี้คือแนวเพลงไม่ซ้ำกันเลยครับ แนวที่เป็นร็อกๆ แมสๆ หน่อยก็คือเพลงนอกจากชื่อฉัน ของ ActArt ถ้าเป็นเด็กแนวหน่อยก็จะเป็นเพลงดูดี ของ Polycat ส่วนถ้าแนวแร็ปเปอร์ก็จะเป็นเพลงหลอก ของ NICECNX

โอปอ: เพลงที่ผมรู้สึกว่าถูกขอบ่อยๆ ก็จะมีเพลงไม่ไหวบอกไหว ของบอย Peacemaker แล้วก็มีเพลงนอกจากชื่อฉัน ของ ActArt แล้วถ้าเป็นแร็ปเปอร์ก็จะเป็นเพลงของไมยราพ 

Q: แล้วถ้าต้องถูกขอให้เปิดเพลงแค่เพลงเดียวทั้งวัน จะเลือกเพลงอะไร

โอปอ: ถ้าให้เปิดเพลงเดียวนี่อาจจะต้องไปหยิบเพลงที่เป็น Smooth Jazz ที่เป็นเพลงบรรเลงยาวๆ มาเปิดเลยครับ เพราะรู้สึกว่าถ้าเราเปิดเพลงที่มีเนื้อร้อง มันเหมือนเป็นการใส่แอตติจูดหรือความคิดอย่างเดียวเข้าไปทั้งวัน แต่ถ้าเกิดเราเลือกเป็นเพลงบรรเลง คนฟังจะสามารถจินตนาการ หรือใส่เรื่องราวของตัวเองลงไปในเมโลดี้ ในทำนองเพลงได้

บิ๊ก: บิ๊กเคยอ่านงานวิจัยชิ้นหนึ่งเขาบอกว่าการฟังเพลงเดียวซ้ำๆ มันจะทำให้เราเครียด บางที FBI เขาเอาหลักการนี้ไปสืบสวนคดีด้วยนะ คือให้ฟังเพลงเดียวทั้งวัน คนก็จะเครียดครับ เพราะต้องฟังอะไรซ้ำๆ สำหรับเพลงที่บิ๊กอยากจะเปิดคือ The Rise and Fall Bossanova เป็นเพลงที่ยาวที่สุดในโลก ซึ่งถูกบันทึกโดย Guinness World Record ไว้ว่ามีความยาวถึง 13 ชั่วโมงครับ เท่ากับว่าวันหนึ่งจะเปิดเพลงนี้ได้ไม่เกิน 2 รอบ

แบงค์: ถ้าให้เลือกเปิดเพลงเดียวทั้งวัน คงเลือกเปิดเพลงที่เป็นแจ๊สผสมกับแร็ป ซึ่งทำนองอาจจะเป็นแจ๊ส คือฟังสบาย แต่มันอาจจะมีแร็ปใส่เข้าไป คือไม่ง่วงจนเกินไป อาจจะมีความตื่นตัวของแร็ปอยู่

FEEL GOOD WITH GOODTIME ช่วงเวลาดีๆ กับ 3 ดีเจหนุ่มหน้าใสจาก 98.5 Goodtime Radio,สัมภาษณ์,Rabbit Today

Q: คำฮิตติดปากเวลาจัดรายการคืออะไร

แบงค์: “นะฮะ” เวลาผมจัดรายการ ไม่รู้เป็นอะไร ไม่ค่อยพูดคำว่าครับ แต่จะพูดว่านะฮะ มันกลายเป็นสำเนียงตัวเองไปแล้ว ดูมีความกวนๆ

บิ๊ก: สำหรับบิ๊กเหรอครับ “เพลงนี้เป็นเพลงที่บิ๊กชอบมากๆ อยากจะแนะนำให้ฟัง”

โอปอ: สำหรับผมที่ติดปากเลยจะเป็นตอนที่ฟังเพลงจบแล้วเข้าเพลง ผมจะบอกว่า “เฮ้ย เพลงนี้ฟังแล้วมันเด้งดีจังเลย มันกรูฟ มันโยกตาม ฟังแล้วสะเดิดเหลือเกิน” (หัวเราะ)

Q: ในฐานะดีเจอาชีพ เสียงมีความสำคัญกับอาชีพของพวกคุณอย่างไรบ้าง

โอปอ: ผมคิดว่าเสียงเป็นอัตลักษณ์อย่างหนึ่งของตัวเรา คล้ายๆ กับลายนิ้วมือนั่นแหละครับ พอเราพูดหรือร้องเพลง มันค่อนข้างบ่งบอกตัวเราได้ชัดเจนมากๆ ทั้งเรื่องของโทนเสียงที่มีความแตกต่างจากทุกคน แล้วก็เรื่องของอารมณ์ด้วยครับ คำเดียวกัน หรือประโยคเดียวกัน แต่ถ้าเราพูดด้วยน้ำเสียงที่แตกต่างกันก็สื่อความหมายไม่เหมือนกัน

บิ๊ก: สำหรับดีเจแล้วเสียงเป็นเหมือน First Impression สิ่งที่คนฟังได้ฟังทางวิทยุหรือทางแอปฯ ก็จะต้องได้ยินเสียงก่อนอยู่แล้ว ดังนั้น จึงเป็นเหมือนสิ่งที่เราได้รู้จักกันเป็นอย่างแรก เพราะฉะนั้นมันจึงเป็นสิ่งที่ค่อนข้างสำคัญมาก

แบงค์: เสียงเป็นส่วนประกอบสำคัญของการจัดรายการครับ แต่อารมณ์สำคัญที่สุด ซึ่งในแต่ละวันอารมณ์เราไม่เหมือนกัน อยู่ที่จะควบคุมมันอย่างไรมากกว่า

Q: แล้วหน้าตามีส่วนสำคัญต่อการเป็นดีเจไหม

แบงค์: หน้าตาก็มีส่วนนะ แต่มีส่วนเกี่ยวกับเรื่องของ First Impression ถ้าเกิดว่าการจัดรายการมันมี Live ก็จะทำให้คุยกันง่ายขึ้น แต่เรื่องอารมณ์ก็ยังสำคัญที่สุดสำหรับการเป็นดีเจครับ

บิ๊ก: บิ๊กว่าเรื่องของการใช้หน้าตามันเริ่มหมดยุคแล้วนะครับ ลองสังเกตดูว่าศิลปินสมัยนี้ก็พิสูจน์กันที่เรื่องความสามารถมากกว่า แต่ถ้าหน้าตาดีก็เป็นส่วนประกอบที่ทำให้ภาพรวมดูดีไปด้วย แต่ถ้าจะอยู่ในวงการได้นานๆ มันต้องเป็นเรื่องของความสามารถ

โอปอ: ผมคิดว่าแววตาสำคัญมากกว่านะ มันบอกอะไรได้พอๆ กับเสียงเหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็นความคิดข้างใน สิ่งที่ซ่อนอยู่ในเจตนารมณ์เวลาที่เราพูดออกมา หรือวัตถุประสงค์ที่แท้จริง มันจะออกมาทางแววตาแล้วก็น้ำเสียงมากกว่า

FEEL GOOD WITH GOODTIME ช่วงเวลาดีๆ กับ 3 ดีเจหนุ่มหน้าใสจาก 98.5 Goodtime Radio,สัมภาษณ์,Rabbit Today

Q: คุณสมบัติของดีเจที่ดีมีอะไรบ้าง

แบงค์: ผมว่าข้อแรกเลยคือความสม่ำเสมอนะครับ มันขึ้นอยู่กับอารมณ์เราไม่ได้หรอก เราจะต้องควบคุมอารมณ์ตัวเองให้อยู่ อันนี้สำคัญที่สุด

บิ๊ก: การทำตัวเองให้ไม่น่าเบื่อครับ ผมจัดรายการวันจันทร์ถึงศุกร์ บางทีเสาร์อาทิตย์ด้วย 7 วัน จะทำอย่างไรให้คนฟังอยากจะฟังครั้งต่อๆ ไป ไม่ใช่ว่าเปิดมาแล้วเจอเรื่องเดิม ต้องมีเอเนอร์จี้หรือมีอะไรให้ตัวเองสดใหม่ น่าติดตามตลอดเวลา ผมว่าน่าจะเป็นเสน่ห์ของดีเจครับ

โอปอ: ผมคิดว่าเป็นเรื่องแก่นของการสื่อสารครับ ถ้าเป็นดีเจเราจะใช้การพูดใช่ไหมครับ อันดับแรกคือการพูดให้ได้จุดประสงค์ที่เราต้องการจะสื่อสาร ต่อมาคือสิ่งที่สื่อสารจะต้องเป็นประโยชน์ เป็นความจริง ไม่เต้าข่าวครับ   

Q: ใครคือแรงบันดาลใจหรือไอดอลในวงการ

โอปอ: สำหรับผม ถ้าในด้านดนตรีจะเป็นพี่จั๊ก ชวิน พี่เขาเป็นมือกีตาร์ที่แต่งเพลง ทำเพลง และร้องเพลงด้วย ส่วนด้านดีเจผมจะชอบดีเจคลื่นกีฬาที่ผมฟังบ่อยๆ เขามีความเป็นกันเอง ด้วยความที่ผมชอบฟุตบอล ก็จะชอบฟังคลื่นที่เขาทอล์กเกี่ยวกับกีฬาครับ

บิ๊ก: บิ๊กชอบแนวคิดของพี่เบิร์ด ธงไชย นะครับ เขาดูมีความสุขกับการทำงาน แล้วเบื้องหลังก็เคยมีโอกาสได้สัมภาษณ์ ความเฟรนด์ลี่ของพี่เขาทำให้ผมไม่แปลกใจเลยว่าทำไมถึงมีคนซัพพอร์ตเยอะขนาดนี้ แล้วพี่เขาก็เป็นคนที่มีทัศนคติบวก เวลาผมมาจัดรายการ จะชอบคิดถึงสิ่งดีๆ แง่ดีๆ ที่เขามีแล้วก็มอบให้กับทุกคน

แบงค์: ถ้าเป็นเรื่องไลฟ์สไตล์ ผมชอบเรย์ แมคโดนัลด์ เขาดูเอ็นจอยกับชีวิต แล้วก็มีความสบายๆ ไม่เยอะไป ไม่น้อยไป ด้วยลุคและการใช้ชีวิต ผมว่าเขาเท่ดีครับ ส่วนถ้าเป็นแบบอย่างในเรื่องการจัดรายการหรืองานพิธีกร ถ้าเป็นยุคผมนะ ก็น่าจะเป็นพีเค (ปิยะวัฒน์ เข็มเพชร) ผมว่าเขาเป็นคนที่เก่ง แล้วก็มีเทคนิค ลูกล่อลูกชนเยอะมาก แล้วก็พูดได้หลายภาษาด้วย

Q: ถ้าทุกวันนี้ไม่ได้ทำงานเป็นดีเจ คิดว่าจะทำอะไรอยู่ที่ไหน

โอปอ: ด้วยความที่ผมเป็นนักดนตรี ทำเพลง แต่งเพลง ก็คงจะอยู่ในสตูฯ ของตัวเอง ทำงานที่บ้าน ไม่งั้นก็อาจจะเป็นที่ตึกแกรมมี่ ซึ่งถ้าไม่เป็นดีเจ ไม่ว่าอย่างไรก็คงจะอยู่กับเพลง กับดนตรีนี่แหละครับ

บิ๊ก: จริงๆ ตอนนี้บิ๊กก็ทำงานประจำไปด้วยครับ แล้วกลางคืนถึงมาจัดรายการ ถ้าไม่ได้เป็นดีเจก็อาจจะต้องไปหางานประจำที่เกี่ยวกับเพลง บิ๊กอยู่กับเพลงมาตั้งแต่เด็ก รู้สึกชอบ ตอนนี้ก็เหมือนแบ่งว่าตอนกลางวันเราไปทำงานประจำ พอเครียดแล้วก็มาปลดปล่อยอารมณ์ตอนจัดรายการ รู้สึกว่านี่เป็นการบาลานซ์ชีวิตที่ดี ถ้าไม่ได้เป็นดีเจก็คงไปหางานที่เกี่ยวกับเพลงทำมากขึ้น

แบงค์: คล้ายๆ บิ๊กครับ แบงค์ทำงานประจำอยู่แล้ว เสาร์-อาทิตย์ เป็นเหมือนการมาพักผ่อนด้วยแหละ อยากจะได้คุยได้พูดกับคนฟัง ได้มาฟังเพลงด้วย แต่ถ้าเกิดตอนนี้ไม่ได้ทำงานดีเจ ก็อาจจะทำงานประจำหรือธุรกิจอะไรของตัวเองที่รัก และอยู่กับมันไปได้ตลอดชีวิต

FEEL GOOD WITH GOODTIME ช่วงเวลาดีๆ กับ 3 ดีเจหนุ่มหน้าใสจาก 98.5 Goodtime Radio,สัมภาษณ์,Rabbit Today

Q: ลองพูดถึงกันและกันหน่อย

โอปอ: ทั้ง 2 คนมีคาแร็กเตอร์ต่างกันค่อนข้างชัดเจน อย่างบิ๊กจะมีความเนิร์ดค่อนข้างสูง คือมีข้อมูลเพลงค่อนข้างแน่น มีการเล่นเกม แต่ว่าอาจจะไม่มีเรื่องเกี่ยวกับทางด้านกีฬา แต่ว่าพี่แบงค์อาจจะมีทางด้านฟุตบอล แล้วก็ความยียวนจะค่อนข้างชัดเจนกว่า บิ๊กจะเรียบร้อยกว่า 

แบงค์: บิ๊กนี่เจอกันมานาน รู้จักกันตั้งแต่เด็กๆ น้องบิ๊กเป็นคนที่ทำอะไรทำจริง เป็นคนมีความตั้งใจในทุกเรื่องที่ทำ ส่วนโอปอ ด้วยความที่อาจจะยังไม่ได้เจอกันมานานมาก แล้วก็จากที่เห็น First Impression น้องเขาเป็นคนมีคาแร็กเตอร์ มีความเป็นศิลปิน ได้เจอกันตอนจัดรายการ เขามีความรู้เรื่องเพลงเยอะ มีมุมของศิลปินที่ปกติเราอาจจะไม่ได้มีอย่างเขา

บิ๊ก: พี่แบงค์กับพี่โอปอเป็นคนละสไตล์เลยครับ พี่แบงค์นี่นอกเหนือจากการทำงาน ยังสอนผมให้รู้จักแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ถ้าอันนี้ไม่ได้ เฮ้ย ลองแบบนี้ คือให้ชิลล์ๆ กับเรื่องรอบตัวบ้าง ไม่ได้ฟิกซ์หมดทุกอย่าง อันนี้คือข้อดีที่พี่แบงค์เก่งมาก สุดยอดมากๆ ส่วนพี่โอปอก็เพิ่งจัดรายการด้วยกัน ผมไม่เคยจัดรายการกับคนที่มีความรู้เรื่องเพลง คือเล่นดนตรี เป็นนักดนตรีมาก่อน บางทีผมฟังเพลงนี้ แต่พี่เขาจะมีอีกมุมหนึ่งว่า เฮ้ย ท่อนสุดท้ายมันเป็นแบบนี้ มันมีดนตรีของอันนี้สอดแทรกมา มันมีเสียงนี้ด้วย อารมณ์เพลงนี้มันคล้ายกับเพลงนี้ นั่นช่วยเปิดโลกใหม่สำหรับเรา 

แบงค์: เขาเป็นศิลปินเนอะ ก็จะรู้เรื่องที่ลึกกว่าเรา ในอีกมุมหนึ่งที่เรามองในมุมคนฟัง แต่ว่าเขาจะมองในมุมของนักดนตรีมากกว่า

Q: ถ้าให้แนะนำ Rabbit Today ลงสปอตวิทยุที่มีเวลา 10 วินาที จะแนะนำว่าอย่างไร

A: สำหรับผมก็คือเพื่อนซี้ยามเช้าที่คุณจะสามารถอัปเดตไลฟ์สไตล์ได้ครับ

B: ผมมีเวลา 10 วินาทีครับ Rabbit Today, Rabbit Today, Rabbit Today ครับ มีทุกสิ่งที่คุณต้องการ ไลฟ์สไตล์ เข้าเลยครับ Rabbit Today ครับ

C: เลือกหยิบสบายเฮ BTS Rabbit Today ครับ

Q: ถ้าได้เจอคุณที่รถไฟฟ้า จะเป็นสถานีไหน แล้วเคยมีเหตุการณ์ประทับใจอะไรเกี่ยวกับการใช้รถไฟฟ้าบ้าง

แบงค์: คือปกติก็เป็นคนใช้ BTS แต่ว่าไม่ได้ใช้เยอะมากขนาดนั้น แต่สิ่งที่ผมรู้สึกว่าเห็นชัดเลยก็คือเรื่องของน้ำใจ เวลาที่เห็นผู้ใหญ่หรือเด็กเดินเข้ามา ก็จะมีการลุกให้นั่ง มันก็เป็นสิ่งที่เราได้เห็นกันบ่อยๆ ส่วนสถานีที่เจอผมบ่อยก็คงจะทองหล่อมั้งครับ เพราะว่าบ้านอยู่แถวนั้น

บิ๊ก: ถ้าจะเจอบิ๊กตาม BTS ก็คงจะเป็นสถานีหมอชิตมั้งครับ เพราะว่าใกล้สตูฯ เรา แล้วก็สถานีอารีย์ครับ เพราะว่าใกล้ออฟฟิศ แวะไปทานข้าวบ่อยๆ ตรงนั้นครับ สำหรับเหตุการณ์ที่ประทับใจ เคยขึ้นครั้งหนึ่งแล้วเหมือนรถจะหยุดกะทันหัน ไฟดับ ผมไม่แน่ใจว่าไฟดับไปนานแค่ไหน แต่รถหยุดไป 2-3 นาที ทุกคนที่อยู่ในนั้นก็ให้กำลังใจกัน ทุกคนก็เลยดูใจร่มๆ แล้วก็ช่วยๆ กัน เหมือนเอาความกลัวมาแบ่งปันกัน น่ารักดีครับ 

โอปอ: เรื่องของผมเกิดขึ้นที่สถานีหมอชิตนี่เองครับ ผมขับรถไปส่งญาติ แต่ว่าลืมกุญแจบ้านไว้ที่ญาติ ซึ่งเขากำลังจะนั่งจากสถานีหมอชิตไปสถานีอื่น แล้วเขาผ่านจุดที่สแกนบัตรเข้าไปแล้ว ก็เลยพยายามที่จะโยนกุญแจบ้านจากชั้น 2 ลงมาให้ผม แต่พอดีพี่ รปภ.เขาเห็น ก็เลยช่วยพาลงมา

Q: ถ้ามีส่วนกำหนดนโยบายการเมือง อยากผลักดันเรื่องอะไร

โอปอ: ของผมนี่แอบคิดไว้นานแล้วครับ ตอนที่ยังเล่นดนตรีอยู่ ยังไม่ได้เข้าวงการ ผมรู้สึกว่าอาชีพนักดนตรีเป็นอาชีพที่ไม่ได้ถูกเก็บภาษี มันก็ดีอย่างหนึ่งแหละ แต่ถ้าเกิดเก็บภาษีแล้วมีมาตรการหรือมีการกำหนดค่าแรงที่มีมาตรฐาน ก็อาจจะทำให้ดนตรีหรือศิลปะที่เป็นด้านเสียงมันเกิดการเติบโต มีรูปแบบและยั่งยืนกว่า

บิ๊ก: ออกอากาศได้ใช่มั้ยครับ (หัวเราะ) ล้อเล่นๆ เอาง่ายๆ เลยครับ 1 ตำบล 1 วงดนตรี ด้วยความที่ผมอยากให้ดนตรีเข้าไปอยู่ในชีวิตของทุกคน เพราะแต่ละที่มันก็จะมีเอกลักษณ์ มีเครื่องดนตรี มีวัฒนธรรมที่แตกต่างกัน ก็เลยอยากให้มาแลกกัน หรือมีการแข่งขันอะไรก็ได้ น่าจะเจ๋งดีครับ

แบงค์: ถึงหน้าตาผมจะดูไม่ซีเรียส แต่ผมซีเรียสนะ ก็อาจจะเป็นเรื่องเศรษฐกิจ คือผมก็เริ่มอายุเยอะแล้ว ก็เลยมองเรื่องการทำธุรกิจ ผมว่าการพัฒนาเศรษฐกิจ เรื่องของสตาร์ตอัปต่างๆ หรือการทำสิ่งใหม่ๆ มันก็ต้องตามโลกไปอีกขั้นหนึ่ง เพราะประเทศอื่นเขาก็ไปไกลพอสมควรแล้ว อยากจะให้พัฒนาพวกสตาร์ตอัป แล้วก็เรื่องของการศึกษาด้วย มันจะทำให้ทุกๆ คนที่โตมาด้วยกันจะพัฒนาไปได้สวยกว่านี้ครับ

หากต้องการรู้จักพวกเขาให้มากขึ้น ลองหมุนหน้าปัดวิทยุ หรือดาวน์โหลดแอปฯ Goodtime 98.5 FM มาฟังเพลงกันเพลินๆ แถมท้ายด้วยข่าวสารและคอนเท้นต์คุณภาพ ที่ส่งตรงจาก Rabbit Today ไปให้คุณผู้ฟัง (Download App: iOS และ Android)

แล้วคุณจะรู้ว่า ‘ช่วงเวลาดีๆ นั้นมีอยู่จริง’