เรื่องเด่น

เมื่อเขาดินฯ ต้องย้ายบ้าน

Published 29 ส.ค. 2018

By Rabbit Today

Dusit-Zoo-news-beat-Rabbit-Today-banner

ความสุขความทรงจำของสวนสัตว์เขาดินฯ ที่ผูกพันกับคนไทย ได้ทำให้สถานที่แห่งนี้เป็นมากกว่าสวนสัตว์ ที่นี่คือโรงเรียนแห่งการเรียนรู้ของคนทุกเพศทุกวัยที่แท้จริง เป็นประสบการณ์ของการเดินทางท่องโลกกว้างฉบับย่อ ผ่านความหลากหลายของสัตว์นานาชนิด ที่มาจากต่างถิ่นแดนไกล

เมื่อเขาดินฯ ต้องย้ายบ้าน,ข่าววันนี้,Rabbit Today

เด็กได้พบเห็นสัตว์แปลกตา เคลื่อนไหว ส่งเสียง ส่งกลิ่น กินอาหารเมนูแปลกๆ บางตัวสามารถเข้าใกล้และสัมผัสได้ เป็นการสร้างแรงบันดาลใจให้พวกเขาได้เรียนรู้ชีวิตสัตว์แบบมีประสบการณ์ตรงที่น่าตื่นตาตื่นใจปนสนุก 

กลุ่มหนุ่มสาวได้ใช้ร่มเงาของต้นไม้นั่งหย่อนใจคลายความเครียด บ้างดูใจกันบนจักรยานนาวากันแบบสองต่อสอง เพื่อซื้อใจแฟนกลับบ้าน ส่วนผู้ใหญ่ก็สุขใจที่ได้มาพักผ่อนกับครอบครัวแบบพร้อมหน้าพร้อมตา ได้ยืดเส้นยืดสาย สูดอากาศบริสุทธิ์ ท่ามกลางความร่มรื่นของธรรมชาติของเขาดินฯ

เมื่อเขาดินฯ ต้องย้ายบ้าน,ข่าววันนี้,Rabbit Today

ทั้งหมดนี้คือโอเอซิสใจกลางกรุงเทพฯ และอยู่กลางหัวใจคนไทยมายาวนานกว่า 80 ปี 

แต่สิ้นเดือนกันยายนที่จะถึงนี้ จะเป็นวันสุดท้ายที่บ้านหลังนี้เปิดประตูต้อนรับ และส่งความสุข ก่อนโยกย้ายไปบ้านหลังใหม่ที่ใหญ่กว่าเดิม

Rabbit Today พาไปเตรียมตัว ก่อนซื้อตั๋วทัวร์เขาดินฯ เพื่อเก็บความทรงจำเหล่านี้ร่วมกัน

เมื่อเขาดินฯ ต้องย้ายบ้าน,ข่าววันนี้,Rabbit Today

ย้อนประวัติ ‘สวนสัตว์เขาดินฯ’

สวนสัตว์แห่งนี้ได้รับพระกรุณาโปรดเกล้าฯ จากพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) ให้สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2438 หลังจากพระองค์ท่านทอดพระเนตรกิจการสวนพฤษชาติในต่างประเทศ จึงทรงเห็นว่าเหมาะที่จะนำมาสร้างเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจในประเทศไทยบ้าง 

โครงการดังกล่าวจึงเริ่มต้นขึ้น โดยใช้พื้นที่ราบริมคลองเปรมประชากร มีการขุดสระน้ำขนาดใหญ่ และนำดินมาถมเป็นเนินสูง เรียกว่า ‘เขาดิน’ นอกจากนี้บริเวณโดยรอบยังปลูกต้นไม้นานาพันธุ์ จึงเติมคำว่า ‘วนา’ เพิ่มเข้าไป ทำให้เรียกกันในชื่อ ‘เขาดินวนา’ 

เมื่อเขาดินฯ ต้องย้ายบ้าน,ข่าววันนี้,Rabbit Today

ต่อมา พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 7) ทรงมีพระราชดำริที่จะเปิดให้ประชาชนเข้าชมด้วยจนกระทั่งในสมัยรัฐบาลของ จอมพล ป. พิบูลสงคราม ได้กราบบังคมทูลเพื่อขอพระราชทานจัดทำเป็นสวนสาธารณะ มีการย้ายสัตว์ชนิดต่างๆ มารวมไว้ และทางสำนักพระราชวังก็ได้ส่งช้างหลวงมาให้ประชาชนทั่วไปได้ชมกันในทุกวันอาทิตย์

หลังจากนั้น มีการปรับปรุงอาคารและสถานที่ และเปิดอย่างเป็นทางการในวันที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2481 เรียกกันว่า ‘สวนสัตว์ดุสิต’ เป็นสวนสัตว์แห่งแรกของไทย แต่ประชาชนส่วนใหญ่มักเรียกว่า ‘สวนสัตว์เขาดินวนา’ เป็นการเริ่มต้นของพื้นที่แห่งความสุขที่คนไทยทุกคนได้ใช้มาจนถึงทุกวันนี้ 

ที่มา: www.dusit.zoothailand.org

ของดีที่ซุกซ่อน

เขาดินฯ ไม่ได้มีเพียงสัตว์ที่น่าสนใจนานาชนิด แต่ยังมีเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ของชาติไทยแฝงเร้นอยู่ ให้ได้ศึกษาและภาคภูมิใจกับของดีที่ซุกซ่อนไว้ในสถานที่แห่งนี้ 

เมื่อเขาดินฯ ต้องย้ายบ้าน,ข่าววันนี้,Rabbit Today

หลุมหลบภัยสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2

เขาดินฯ เป็นสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ของกรุงเทพมหานคร เคยใช้เป็นหลุมหลบภัยสาธารณะสำหรับผู้มาเที่ยวในสวนสัตว์ เพื่อหลบระเบิดของฝ่ายสัมพันธมิตร ที่นำมาทิ้งในจุดยุทธศาสตร์ต่างๆ ของฝ่ายอักษะในกรุงเทพมหานคร สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2484 และในพื้นที่ด้านหลังมีนิทรรศการแสดงเรื่องราวของสงครามมหาเอเชียบูรพาที่น่าสนใจยิ่ง 

ศาลาไทยกลางน้ำ 

ตั้งอยู่บนเกาะกลางสระน้ำขนาดใหญ่ของเขาดินฯ เกาะแห่งนี้สร้างขึ้นจากดินที่ได้จากการขุดสระน้ำแห่งนี้ขึ้นมา ศาลาแห่งนี้เคยใช้เป็นที่ประทับพักผ่อนพระราชอิริยาบถของรัชกาลที่ 5 แม้ปัจจุบันเป็นเขตที่ไม่เปิดให้เข้าชม แต่เราสามารถปั่นจักรยานนาวาเพื่อชมความงดงามของศาลาไทยหลังนี้ได้จากกลางสระน้ำ

เมื่อเขาดินฯ ต้องย้ายบ้าน,ข่าววันนี้,Rabbit Today

อาคารเรือนกระจก สวนสัตว์ดุสิต

เคยได้รับรางวัลอาคารอนุรักษ์ดีเด่น ประจำปี พ.ศ.2545 จากสมาคมสถาปนิกสยามในพระบรมราชูปถัมภ์ ปัจจุบันเป็นที่จัดนิทรรศการภาพถ่ายในอดีตที่หาดูได้ยากในสวนสัตว์ดุสิต อาคารหลังนี้สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 7 เป็นอาคารไม้ชั้นเดียวแบบศิลปะกึ่งยุโรป และประดับด้วยกระจกหลากสีดูสวยงาม เปิดให้เข้าชมตั้งแต่ 09.00-16.00 น. 

ความสุขของคนหลากหลายเจเนอเรชั่น

ไม่ว่าเหตุผลของการมาเที่ยวเขาดินฯ จะเป็นอย่างไร แต่เชื่อแน่ว่าทุกคนที่มา ล้วนมีความผูกพันต่อสัตว์ ธรรมชาติ บรรยากาศของสวนสัตว์เขาดินฯ และมีประวัติศาสตร์ร่วมกัน ณ ที่แห่งนี้

เมื่อเขาดินฯ ต้องย้ายบ้าน,ข่าววันนี้,Rabbit Today

บิว-ศุภณัฐ เบญจดำรงกิจ แชมป์แฟนพันธุ์แท้สัตว์เลื้อยคลาน ปี พ.ศ.2549

สวนสัตว์ดุสิตเป็นสถานที่ที่ดึงความฝันในวัยเด็กของผมออกมาตั้งแต่เริ่มต้น ให้ผมมีความรักสัตว์ อยากศึกษาสัตว์ ซึ่งสัตว์ตัวแรกที่พ่อแม่จูงมือเข้าไปในสวนสัตว์ดุสิต และได้เห็นตอนเข้ามาครั้งแรกคือ ยีราฟ เพราะยีราฟจะอยู่ตรงประตูของถนนเส้นที่จะไปรัฐสภาพอดี

จนปี 2553 ผมได้ทำงานเป็นหัวหน้ากลุ่มอาสาสมัครสวนสัตว์รุ่นที่ 2 สัตว์บางตัวมีชื่อทางการที่เขาตั้งไว้แล้ว

ช่วงที่ทำงานส่วนใหญ่จะคอยให้ความรู้กับประชาชน และทำความสะอาดส่วนแสดงสัตว์และโรงเรือนเพื่อฝึกประสบการณ์ เช่น ล้างบ่อจระเข้ เตรียมอาหารให้ยีราฟและม้าลาย เป็นต้น สวนสัตว์ดุสิตจึงเหมือนเป็นบ้านหลังที่ 2 ของผมตั้งแต่ช่วงทำงานเป็นต้นมา

สมัยที่ผมเคยทำงานเป็นอาสาสมัครอยู่จะมีโชว์เพื่อให้ความรู้ในเรื่องสัตว์ป่าด้วยนะครับ เช่น ให้เด็กถืออาหารกำอยู่ในมือ แล้วให้ ‘หมีขอ’ ใช้ประสาทในการดมกลิ่นเสี่ยงทายว่าอาหารอยู่ที่มือไหน ส่วนในปัจจุบันที่สวนสัตว์ดุสิตจะเน้นโชว์เพื่อความบันเทิงเข้ามา เช่น Acrobatic Kenya Show และโชว์แมวน้ำ อ้อ! เมื่อก่อนมีการจัดโต๊ะจีนให้อีกาด้วยนะครับ (หัวเราะ)

ในความคิดส่วนตัวของผม การย้ายสัตว์ไปยังสถานที่แห่งใหม่ถือเป็นเรื่องที่ดีครับ เพราะสวนสัตว์ปัจจุบันอาจจะมีเนื้อที่จำกัด ไม่เพียงพอต่อชนิดของสัตว์ที่มีมาใหม่เรื่อยๆ การย้ายไปยังที่ใหม่จะทำให้สัตว์มีพื้นที่กว้างขึ้น มีชนิดของสัตว์ในการจัดแสดงมากขึ้นด้วย แม้ว่าปัจจุบันสัตว์จะมีความสุขดี แต่การย้ายไปที่ใหม่จะทำให้สัตว์มีความสุขมากขึ้นกว่าเดิมครับ การมีสัตว์จัดแสดงมากในขณะที่มีพื้นที่ในการรองรับน้อย อาจทำให้เกิดปัญหาเรื่องการจัดการกับสิ่งปฏิกูล และกลิ่นไม่พึงประสงค์ด้วย

ผมอยากจะบอกว่า คิดถึงเสมอนะ ‘สวนสัตว์ดุสิต’ จะอยู่ในใจตลอดไป

เมื่อเขาดินฯ ต้องย้ายบ้าน,ข่าววันนี้,Rabbit Today

ก๊วนคุณป้าวัยเกษียณ

เรามาสวนสัตว์ดุสิตแบบ 3 สเต็ปค่ะ คือมาตอนเป็นเด็ก ตอนเป็นแม่ และตอนนี้มาในฐานะยาย (หัวเราะ) พูดตามตรงก็รู้สึกเสียดายมากนะคะที่จะย้ายแล้ว เสียดายในแง่ที่ว่า คนทุกชนชั้นวรรณะสามารถมาเที่ยวที่นี่ง่าย ขึ้นรถเมล์ก็มาถึง สะดวก ที่นี่มีสัตว์ที่เด็กๆ ตื่นเต้น ต้นไม้ที่นี่ก็สวยมาก สมัยก่อนเด็กๆ จะวิ่งเล่นได้ตามถนนในสวนสัตว์เลยค่ะ ไม่มีรถวิ่งไป-มาพลุกพล่าน

แต่ถ้ามองในแง่ดี การย้ายไปที่ใหม่ก็จะมีพื้นที่ที่กว้างขวางมากขึ้น สัตว์เยอะขึ้น เราอยากให้สวนสัตว์แห่งใหม่มีการเดินทางที่สะดวก มีสัตว์เยอะๆ มีการดูแลที่ดี และมีการโปรโมทให้คนรักสัตว์กันมากขึ้น

วันนี้เรานัดมาอำลาที่นี่กันค่ะ...คิดถึง (ยิ้ม)

เมื่อเขาดินฯ ต้องย้ายบ้าน,ข่าววันนี้,Rabbit Today

คุณครูสุดธิดา นาคสุทธิ์ ครูประจำชั้น ป.1 โรงเรียนทวีวัฒนา

วันนี้คณะครูพาเด็กนักเรียนมาทั้งโรงเรียนประมาณร้อยกว่าคนค่ะ ตั้งแต่ชั้นอนุบาลจนถึง ม.3 แต่แบ่งกันดูแลเด็กๆ เป็นกลุ่มย่อย เพราะท่านผู้อำนวยการเห็นว่าทางสวนสัตว์เขาดินฯ เปิดมาแล้ว 80 ปี และจะปิดสิ้นเดือนกันยายนนี้ เลยคิดว่าน่าจะเป็นโอกาสดีที่เด็กๆ จะได้มาเที่ยวที่นี่ก่อนจะปิดถาวรค่ะ

การมาเที่ยวชมที่สวนสัตว์ถือเป็นการทัศนศึกษา ให้ความรู้ และให้เด็กๆ เก็บเป็นความทรงจำที่ดี เขาจะได้ไปเล่าต่อได้ว่ากรุงเทพฯ ก็เคยมีสวนสัตว์ในเมืองนะ รวมทั้งตัวคุณครูเองก็จะเก็บเรื่องราววันนี้เป็นความทรงจำที่ดีเช่นกันค่ะ

เมื่อเขาดินฯ ต้องย้ายบ้าน,ข่าววันนี้,Rabbit Today

น้องสุพัตรา อาบสุวรรณ์ นักศึกษาชั้นปีที่ 1 สาขาวิชาการสื่อสารการตลาด คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร

  นี่เป็นครั้งที่ 2 ที่มาค่ะ ครั้งแรกมาเมื่อเดือนที่แล้ว วันนี้มาทำรายงานส่งอาจารย์และถือโอกาสมาเที่ยวกับเพื่อนๆ ด้วย รายงานที่ต้องทำเป็นการแนะนำสถานที่เป็นภาษาอังกฤษในวิชานันทนาการค่ะ หนูเป็นคนต่างจังหวัด เลยไม่ได้มีโอกาสมาเที่ยวที่นี่ก่อนหน้านี้

ตอนแรกก็ไม่คิดว่าจะมา แต่พอมาแล้วการได้สนุกกับเพื่อนๆ ค่อยๆ เดินไป ดูสัตว์ไป นอกจากสนุกแล้วยังได้ความรู้ อาจพูดได้เหมือนกันนะคะว่าถ้าไม่ต้องทำรายงานส่งอาจารย์ก็คงไม่ได้มาเขาดินฯ ค่ะ (ยิ้ม) วันนี้คิดว่าจะมาทำรายงานแนะนำสัตว์และสถานที่ อยากให้ทุกคนช่วยกันมาเที่ยวชมก่อนจะย้ายไปที่ใหม่ และช่วยกันสร้างจิตสำนึกในการอนุรักษ์สัตว์ให้มากขึ้น รีบมากันนะคะ มาสัมผัสธรรมชาติกันที่นี่ ถึงจะเป็นวันสุดท้ายก็ตาม

เมื่อเขาดินฯ ต้องย้ายบ้าน,ข่าววันนี้,Rabbit Today

พี่ลินจง ตุ่นปรุ เจ้าหน้าที่ประจำจุดเช่าจักรยานนาวา

พี่เป็นพนักงานของบริษัทข้างนอกที่มาดูแลโซนเช่าจักรยานนาวาค่ะ สวนสัตว์ปิดก็ยังไม่รู้เลยว่าจะไปทำอะไรต่อ พี่ทำที่นี่มารวม 5 ปีแล้วค่ะ 2 ปีแรกจะดูแลเรื่องการขายบัตรรถพ่วงชมสวนสัตว์ ส่วน 3 ปีหลังมาทำจักรยานนาวาค่ะ

จักรยานนาวามีความปลอดภัยสูง ไม่ต้องกลัวนะคะ สำหรับคันโยกนี่ เลี้ยวซ้ายดันไปข้างหน้า เลี้ยวขวาดึงมาข้างหลัง ตั้งแต่ทำมาไม่เคยมีอะไรน่าตกใจค่ะ เกิดอะไรขึ้นก็ให้เงยหน้าขึ้นไปบนหลังคา จะมีเบอร์โทร. แปะอยู่ โทร. แจ้งมาเราก็เอาสปีดโบ้ตวิ่งไปรับ

เรื่องปั่นเกินเวลาไม่ค่อยมีค่ะ จริงๆ ปั่นออกไป 15-20 นาทีก็เหนื่อยเต็มที่แล้วละ (หัวเราะ) คนโสดนั่งปั่นคนเดียวได้นะคะ

การที่เราอยู่ที่นี่มานาน จากนี้ไปก็ต้องเริ่มการทำงานใหม่อีกครั้ง ก็รู้สึกเสียใจค่ะ และคิดถึงด้วย อยากให้อยู่คู่กันไปจนเราหมดแรงทำงาน หรือเราเกษียณงานจะภูมิใจกว่า แต่อย่างไรที่นี่ก็จะอยู่ในความทรงจำตลอดไปค่ะ

เมื่อเขาดินฯ ต้องย้ายบ้าน,ข่าววันนี้,Rabbit Today

คุณพ่อสุทธิชัย อุฬารศิลป์ และน้องโสพลวิทย์ อุฬารศิลป์ ในวันพิเศษ

ผมไม่ค่อยได้พาลูกมาเที่ยวบ่อยๆ เนื่องในโอกาสที่สวนสัตว์จะปิด เราก็เลยมาปิดตำนานกัน

วันนี้เราจัดคณะมาจากศูนย์พัฒนาศักยภาพบุคคลออทิสติก อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ประมาณ 130 กว่าคน 2 รถบัส ทั้งเด็ก ผู้ปกครอง และคุณครู เราจัดแบบนี้อย่างน้อยไตรมาสละครั้ง เป็น One Day Trip เพื่อพาน้องๆ ออกมาพบเจอคนเยอะๆ เพราะน้องเป็นเด็กพิเศษ เป็นการฝึกให้เขาเข้าสังคมได้ อยู่ร่วมกับคนอื่นได้ ไม่ใช่อยู่เฉพาะกลุ่มสังคมตัวเอง

บางคนเขากลัวว่าเอาลูกออกมาแล้วลูกเราอาจจะแสดงพฤติกรรมที่คนอื่นอาจจะรับไม่ได้ เลยพยายามพาน้องไปทะเล ไปสวนสัตว์ ไปน้ำตก ไปที่ต่างๆ เพื่อเปลี่ยนบรรยากาศ ซึ่งทุกครั้งที่ทำก็ประสบความสำเร็จครับ

ถ้าสวนสัตว์ย้ายไปที่ใหม่ก็คงต้องดูโอกาสก่อนนะครับว่าจะไปได้ไหม แต่จะว่าไป สวนสัตว์เขาเขียวเรายังไปกันมาแล้วนะ (หัวเราะ)

เมื่อเขาดินฯ ต้องย้ายบ้าน,ข่าววันนี้,Rabbit Today

คุณลุงสำเริง คล้ายทอง อดีตพนักงานการเงินระดับ 4 กับ 42 ปีในบ้านหลังนี้

ผมเข้ากรุงเทพฯ มาตอนอายุประมาณ 13-14 ปี มาอยู่บ้านของคนรู้จักที่เขาทำงานในสวนสัตว์ดุสิต พอถึงอายุที่ทำบัตรประชาชนได้ แกเลยบอกว่า “เปี๊ยก เอ็งมาทำงานเขาดินฯ เถอะ อนาคตข้างหน้ามันมั่นคงกว่านะ” แกก็แนะนำให้ผมมาสอบ ก็สอบได้

วันแรกที่ผมบรรจุงานคือวันที่ 18 มกราคม 2514 ทำงานเรื่อยมาจนเกษียณเมื่อปี 2556

แรกๆ ผมดูแลเรื่องโยธา สถานที่ แต่ตอนหลังผมไปยกของหนักเข้า หลังเลยเสีย เขาก็เลยให้ไปขายบัตร ก็ทำหน้าที่ขายบัตรจนเกษียณครับ จำได้ว่าสมัยก่อนมีราคา 3 บาทด้วยนะ แต่เด็ก 3 บาท หรือผู้ใหญ่ 5 บาท อันนี้ผมจำไม่ได้แล้ว

ลักษณะการทำงานที่นี่จะไม่เหมือนคนอื่นเขาครับ คือวันที่คนอื่นเขาหยุด เราจะรับภาระหนัก วันหยุดของเขา แต่เป็นวันทำงานของเรา ไปไหนไม่ได้ ลาได้แต่ต้องลาวันธรรมดาเอา ยิ่งช่วงโรงเรียนปิดเทอมนี่คนจะเยอะมากครับ พอถึงเวลา 8 โมงปุ๊บ คนจะเข้าแถวรอเลย

ผมทำงานที่นี่จนตัวเองเกษียณ (หยุดพูดเพราะน้ำตาเริ่มไหล) ผมเสียดายนะ เสียดายมาก มันหดหู่นะ ที่นี่ให้ทุกสิ่งทุกอย่างกับผม ให้ชีวิตครอบครัวที่ดี ผมมีลูก 4 คน เป็นฝั่งเป็นฝา ทำงานทำการ เรามีรถ มีบ้าน มีชีวิตสุขสบายตามอัตภาพ ไม่เดือดร้อน

วันที่ได้ยินประกาศ ตัวผมรู้สึกเย็นวูบไปทั้งตัว ถ้าปิดไปแล้ว ผมก็คงมาเดินเลาะๆ เดินรอบๆ วิ่งบ้าง เดินบ้าง อาจจะไปเดินเล่นแถววัดเบญฯ แล้วค่อยกลับบ้าน

ผมไม่รู้จะพูดอย่างไร ผมห่วงแค่แม่มะลิ เพราะอายุมากแล้ว ถ้าเขาเป็นอะไรไปคงแย่ เหมือนคนแก่ ถ้าไปกระทบกระเทือนก็อาจจะน่าเป็นห่วง

ที่นี่เป็นที่รวมความสุขของหลายๆ ครอบครัว ยิ่งสมัยที่ไม่มีโทรศัพท์มือถือ ไม่มีห้างสรรพสินค้าเยอะเหมือนวันนี้ คนต่างจังหวัดเข้ากรุงเทพฯ มารับปริญญากันที่สวนอัมพร ก็จะพาลูกพาหลานแวะมาเที่ยวที่นี่ด้วย

สังเกตไหมครับว่าคนที่มาเที่ยวตอนนี้ส่วนใหญ่จะเป็นคนสูงอายุ 60-80 ปี เมื่อวานผมก็เพิ่งคุยกับคุณป้าอายุ 86 ปี แกเล่าว่าลูกสาวของแกไม่ให้ไป แกตอบลูกว่า “ไม่ได้หรอกลูก แม่ไม่ไปไม่ได้” ลูกแกคงห่วงเพราะอายุมากแล้ว แต่แกแข็งแรงนะ ยังเดินคล่อง แกเดินเที่ยวคนเดียวเลย เราคุยกันไปหลายเรื่อง คุยกันไป-มาก็น้ำตาไหล

วันนี้เด็กออทิสติกมาเที่ยวกัน ถึงแม้ว่าเขาจะเป็นเด็กพิเศษ แต่เราเห็นว่าเขามีความสุขนะ (หยุดพูด)...เราเห็นความสุข...ในแววตาของพวกเขา...(ร้องไห้)

เมื่อเขาดินฯ ต้องย้ายบ้าน,ข่าววันนี้,Rabbit Today

แม่มะลิ

ยายเป็นคนต่างชาติที่อยู่เมืองไทยมานาน 51 ปี จนตอนนี้พูดภาษาไทยได้แล้วละ สำหรับฮิปโปอย่างยาย อายุอานามขนาดนี้คงต้องเรียกว่าแก่คราวยายทวด มีลูกมาแล้ว 14 ตัว บ่อที่ยายอาศัยอยู่มีความสงบดี ง่วงก็นอน หิวก็ลุกมากิน ดีใจนะที่ใครๆ ก็รักยาย

วันแรกในปี 2510 จนถึงวันนี้ในปี 2561 หลานลองนึกดูสิว่าที่ผ่านมา ข้างนอกเขาดินฯ มีอะไรเปลี่ยนแปลงบ้าง สังคมเปลี่ยนไหม ผู้คนเป็นอย่างไร อันนี้ยายไม่รู้หรอก ยายรู้แต่ว่ายายเห็นรอยยิ้ม ได้ยินเสียงหัวเราะเสมอ เมื่อทุกคนชะโงกหน้ามองดูยายในอาณาเขตบ่อที่ยายเรียกว่าบ้านจ้ะ  


เขาดินกับตัวเลข

เมื่อเขาดินฯ ต้องย้ายบ้าน,ข่าววันนี้,Rabbit Today

TIP: ถ้าไม่ไปรถส่วนตัว สามารถขึ้นรถไฟฟ้า BTS มาลงที่สถานีอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ แล้วเดินมาขึ้นรถเมล์สาย 18, 28, 108, 125, ปอ 539, ปอ 515, ปอ 542 ฝั่งโรงพยาบาลราชวิถี ขากลับก็ขึ้นรถเมล์ป้ายฝั่งตรงข้ามกับตอนลง นั่งรถเมล์สาย 18, 28 และ 515 เพื่อกลับมาสู่ฝั่งโรงพยาบาลราชวิถี ใครกังวลใจว่าไปไม่ถูกก็บอกกระเป๋ารถเมล์ไปว่า “ถึงแล้วบอกด้วยนะจ๊ะ”