เรื่องเด่น

เคล็ดไม่ลับ…E-Commerce 2019

Published 29 เม.ย. 2019

By โชติ เวสสวานิชกูล

e-commerce-2019-scoop-Rabbit-Today-banner

โลกการค้าในทุกวันนี้ ถูกเชื่อมโยงถึงกันแบบไร้พรมแดนผ่าน ‘อินเทอร์เน็ต’ จนยกระดับให้ธุรกิจประเภทที่เรียกว่า ‘อีคอมเมิร์ซ’ เติบโตทั่วโลก รวมถึงประเทศไทยด้วย

สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอินเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.) หรือ ETDA เคยเผยถึงมูลค่าอีคอมเมิร์ซไทยปี 2561 โดยมีมูลค่าอยู่ที่ 3 ล้านล้านบาท และในปี 2562 นี้ จะเติบโตอีก 12% คิดเป็นมูลค่าราว 3.2 ล้านล้านบาท

เมื่ออีคอมเมิร์ซเป็นอีกตลาดสำคัญ ที่ผู้ประกอบการน้อยใหญ่ของไทยหลีกเลี่ยงไม่ได้ การปรับตัวและการเรียนรู้ เพื่ออยู่ธุรกิจในเวทีนี้ได้อย่างถูกต้อง และพร้อมเข้าไปช่วงชิงเม็ดเงินจำนวนมหาศาลที่ไหลเวียนอยู่ในน่านน้ำใหญ่แห่งนี้ให้ได้ จึงเป็นสิ่งจำเป็น

…แล้วอะไรคือสิ่งที่ผู้ประกอบการ หรือผู้ที่ข้องเกี่ยวในระบบนิเวศน์นี้จะต้องเข้าใจ เพื่อตีโจทย์ และแจ้งเกิดในตลาดอีคอมเมิร์ซไทยบ้าง

ยักษ์ใหญ่รุกหนัก

การเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในช่องทางของบรรดาเว็บไซต์อีคอมเมิรซ์ยักษ์ใหญ่ที่เข้ามาในไทย หรือ อีมาร์เก็ตเพลส อย่าง JD.com/ Shopee หรือแม้แต่ Lazada คงเป็นสิ่งที่ธุรกิจหรือพ่อค้าแม่ขายที่อยากใช้ช่องทางออนไลน์เป็นตัวกระจายสินค้ามองข้ามไม่ได้ 

เพราะเว็บเหล่านี้มีพลังในการแข่งขัน เพื่อกระชากฐานลูกค้าใหม่ๆ เข้ามาไหลเวียนในช่องทางของตนอย่างรุนแรง ตั้งแต่การทำโปรโมชั่นการตลาด และโฆษณา โดยสิ่งที่จะเห็นได้ชัดสุดตอนนี้ คือการทุ่มหาพรีเซ็นเตอร์ เพื่อรุกสงครามครั้งใหญ่ในปี 2019 ซึ่งแต่ละรายน่าจะพร้อมหาพรีเซ็นเตอร์ในระดับท็อปของไทยและภูมิภาค เช่น ล่าสุด Shopee ก็ใช้พรีเซ็นเตอร์ระดับแม่เหล็กของโลกอย่างสาวๆ BLACKPINK ไปแล้ว

ถัดมา ก็จะเริ่มเห็นความถี่ของแคมเปญกระตุ้นตลาด เพื่อดึงกำลังซื้อตลอดปี โดยมีโปรโมชั่นระดับทำลายล้างอย่าง 11.11 เป็นต้นแบบ หรืออาจจะเริ่มเห็นโปรโมชั่นไล่เรียงแบบรายเดือนก่อนหน้า 11.11 เช่น 5.5/ 8.8/ 10.10/ 12.12/ Black Friday ทำนองนี้มากขึ้น รวมถึงจะมีการจูงใจด้วยการแจก Point ให้ได้รับสิทธิพิเศษ เพื่อขังลูกค้าให้อยู่ในระบบ E Wallet หรือกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ของแต่ละรายด้วย

หมายเหตุ: ตลาดอีมาร์เก็ตเพลสในหลายประเทศมีความเหมือนกัน คือแข่งขันกันเผาเงิน ด้วยโปรโมชั่น แบบที่ใครเงินหมดก่อน คนนั้นแพ้ 

สินค้าจีนทะลัก

แม้ช่องทางใหญ่ๆ จะเป็นทางปล่อยสินค้าของผู้ประกอบการทุกระดับ แต่จงเตรียมใจในเรื่องคู่แข่งไว้ด้วย โดยเฉพาะกับสินค้าจากจีนหลากรูปแบบ ซึ่งข้อมูลของ Priceza เคยระบุไว้ว่า อีมาร์เก็ตเพลสที่ทำตลาดอยู่ในประเทศไทย มีสินค้าไทยบรรจุอยู่ในสำรับขายแค่ 20% เท่านั้น และอีก 80% เป็นสินค้าจากต่างประเทศ และในบรรดาสินค้าต่างประเทศนี้ สินค้าจีนนี่แหละแฝงตัวอยู่เพียบ

ปลายทางของแบรนด์

แบรนด์สินค้าทุกระดับ คงเริ่มเข้าใจแล้วว่า การขายหน้าร้านโดยตรงจะไม่ทำให้รายได้มาเป็นกอบเป็นกำอีกต่อไป ทุกรายจะพยายามขยายไลน์อัพสินค้าเข้าไปในช่องทางนี้ ไม่ว่าจะเป็นเว็บอีมาร์เก็ตเพลสใหญ่ๆ เว็บของตัวเอง หรือแม้แต่ในโซเชียลมีเดีย เช่น แบรนด์เสื้อผ้ากีฬาไทยอย่าง WARRIX ที่ทำรายได้จากออนไลน์เฉลี่ยกว่า 8 หลักต่อเดือน ต่างจากหน้าร้านค้าที่มีรายได้ประมาณ 7 หลักเท่านั้น

เคล็ดไม่ลับ…E-Commerce 2019,เรื่องเด่น,Rabbit Today

โลกคู่ขนานที่ต้องไปด้วยกัน 

อย่างไรก็ตาม แบรนด์สินค้าที่เล่นเกมนี้เป็น ก็ยังคงต้องผสานช่องทางออนไลน์และออฟไลน์ หรือที่เรียกว่า Omni Chanel เข้าไว้ด้วยกันต่อไป เพราะถึงแม้พฤติกรรมผู้บริโภคคนไทยที่เข้าถึงอินเทอร์เน็ตกว่า 80% ของประเทศ จะแสดงให้เห็นถึงความพร้อมที่จะซื้อผ่านออนไลน์เยอะขึ้น แต่อย่างไรเสียเขาก็ต้องการเห็นของจริง เพื่อช่วยในการตัดสินใจซื้อด้วย ถ้ามีการเซ็ตอัปพิกัดร้านค้าหรือจุดวางสินค้าที่ให้สัมผัสประสบการณ์จริง…รับรองชนะเลิศ

จิ๊กซอว์กระตุ้นอีคอมเมิร์ซ 

ความน่าสนใจของระบบนิเวศน์จากการเติบโตของอีคอมเมิร์ซที่เห็นได้ชัดตอนนี้ คือ ระบบอีเพย์เม้นต์/ โซเชียล เพย์เม้นต์ และการให้บริการด้านขนส่ง (โลจิสติกส์) ทั้งจากของไทยและต่างประเทศ ที่ขยายตัวเข้ามาให้บริการอย่างต่อเนื่อง ซึ่งธุรกิจเหล่านี้ก็จะเข้ามาเป็นตัวช่วยสนับสนุนผู้ทำธุรกิจอีคอมเมิร์ซได้ง่ายขึ้น ผู้ประกอบการที่ดีต้องเรียนรู้องค์ประกอบและผูกมิตรกับนิเวศน์เหล่านี้ไว้ให้มั่น

โซเชียล คอมเมิร์ชยังแรง

เพราะไทยคือประเทศที่เสพโซเชียลมีเดียสูงเป็นดับต้นๆ ของโลก แถมยังแตกหน่อเป็นคอมมูนิตี้ยิบๆ ย่อยๆ ฉะนั้นในแง่ของการค้าขายออนไลน์ จึงมีโอกาสไหลไปตามวัฒนธรรมการเสพโซเชี่ยลฯ ที่หนักข้อขึ้น สังเกตได้จาก โซเชียลมีเดียยักษ์ใหญ่ทั้ง Facebook/ Line ต่างพยายามพัฒนาเครื่องมือร้านค้าออนไลน์ เพื่อตอบโจทย์คนอยากค้าขายออนไลน์ได้อย่างสะดวกกว่าเดิม และแถมยังแยกย่อยลงไปให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้าที่เฉพาะมากขึ้น เช่น Facebook Page/ Facebook Group/ Line@ และแพลตฟอร์มอื่นๆ ที่ทยอยเปิดเครื่องมือแนวนี้ออกมาต่อเนื่อง

AI และ 5G จะมีบทบาทมากขึ้น

จากเรื่องไกลตัวของปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI (Artificial Intelligence) กำลังเข้ามาเป็นส่วนสำคัญของคนค้าขายในโลกออนไลน์อย่างแนบชิดขึ้น เพราะ AI สามารถนำมาใช้เพื่อการพัฒนาคุณภาพสินค้าและบริการ เช่น Chatbot เพื่อให้ข้อมูลกับลูกค้าได้รวดเร็ว หรือแม้แต่นำมาใช้ในการวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภค รวมทั้งใช้เพื่อการตัดสินใจในเชิงการบริหารจัดการธุรกิจในออนไลน์

ส่วน 5G แม้จะยังไม่เกิดอย่างเป็นทางการในไทยตอนนี้ แต่เมื่อมีการใช้งานอย่างเป็นทางการ ก็จะส่งผลให้เกิดนวัตกรรมใหม่ที่จะเพิ่มประสิทธิภาพแก่ผู้ค้าในวงการนี้ ไม่ว่าจะเป็น การใช้โดรนขนส่งและตรวจตราความปลอดภัย วิดีโอสตรีมมิ่งและถ่ายทอดสดแบบ 360 องศา และโลกเสมือนจริงแบบสามมิติเพื่อการเรียนรู้ ซึ่งจะช่วยให้อุตสาหกรรมอีคอมเมิร์ซมีลูกเล่นที่หลากหลายขึ้น

เคล็ดไม่ลับ…E-Commerce 2019,เรื่องเด่น,Rabbit Today

ทำได้เร็ว ทำได้เลย

ถึงกระนั้น ที่กล่าวมาข้างต้น อาจจะเป็น ‘เข็มทิศ’ ในตลาดอีคอมเมิร์ซไทย ที่จะเข้ามาส่งผลต่อคนที่ทำธุรกิจในตลาดนี้ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง

แต่สำหรับฟากฝั่งของพ่อค้าแม่ขายออนไลน์ ที่กำลังลุยตลาดที่กว้างใหญ่อย่างเมามัน ทั้งแนวเจาะลูกค้าไทย หรือปั้นตัวเองให้ไกลไปจับใจคนอินเตอร์ฯ อยากให้เน้นหนักถึง 2 เรื่องหลักๆ กันก่อน

1. ภาพสื่อความหมายได้ชัดที่สุด

‘ภาพ’ คือวิธีที่ดีที่สุดในการนำเสนอสินค้า เพราะคนที่คิดจะซื้อต้องสามารถมองลึกไปในทุกรายละเอียด เพื่อให้เขาได้ตัดสินใจซื้อได้ แต่ปัญหาคือลูกค้ามักจะไม่แน่ใจว่า ภาพกับของจริงที่จะได้จะเหมือนกันไหม โดยเฉพาะพวกสินค้าระดับหรู เนื่องจากพวกเขาไม่ได้สัมผัสสินค้านั้นจริง ฉะนั้นควรนำเสนอด้วยภาพที่มีคุณภาพสูงในมุมมองต่างๆ ให้มากที่สุด ถึงจะเอาชนะความลังเลได้

2. รู้ใจลูกค้าด้วยฐานข้อมูล

ข้อมูลเป็นสิ่งที่ธุรกิจต้องการมากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งอัตราของจำนวนคนเข้าเว็บไซต์ หรือแม้แต่โซเชี่ยลมีเดียของคุณ รวมถึงระดับการมีส่วนร่วม (Engagement) ของลูกค้า เพื่อนำทางให้นักการตลาดในทุกอุตสาหกรรมไปต่อยอด ซึ่งบางคนอาจจะไม่เคยคิดว่ามันจำเป็น

ตอนนี้บรรดาธุรกิจออนไลน์ต้องติดตามวิถีของผู้ที่มีโอกาสจะเป็นลูกค้าว่าเขามีการโต้ตอบกับสินค้าของคุณที่ฝังอยู่ในเว็บไซต์ร้านอย่างไร การใช้เครื่องมือวิเคราะห์ข้อมูลอย่าง Facebook Audience Insights/ Google Analytics/ SimilarWeb เพื่อนำมาวิเคราะห์ข้อมูล (ยังมีเครื่องมืออีกมาก) จะทำให้คุณติดตามสิ่งที่ลูกค้าสนใจ และตอบสนองได้อย่างโดนใจ จนเปลี่ยนคำว่า ‘จะซื้อเร็วๆ นี้’ ให้กลายเป็น ‘ซื้อเดี๋ยวนี้’ ได้เลยในทันที

อย่างไรเสีย หัวใจของการค้าขาย ไม่ว่าจะเป็นโลกออฟไลน์ หรือโลกออนไลน์ ที่จะกระชากพลังซื้อจากใครก็ตามที่ซุกซ่อนอยู่ในโลกใบนี้ ก็ยังคงอยู่บนแกนของ ‘คุณภาพสินค้าที่ดีเยี่ยม’ ซึ่งหลายครั้งพ่อค้าแม่ขายออนไลน์ ที่กำลังคิดจะผันตัวเองจากมนุษย์เงินเดือน มาเป็นเถ้าแก่มือใหม่ อาจจะลอยตามกระแสลม และไปจมกับการนำสินค้านอกแดนไทย หรือสินค้าจีนเข้ามาขาย ถ้าทำได้ดี ก็ดีระยะสั้น เพราะโลกไม่ได้จดจำว่าคุณคือใคร จะจำได้แค่ว่าคุณนำมาจากใคร 

แต่ถ้าลองปรับมุมมองคิด พลิกจริตของลูกค้าที่ตั้งไว้ มาแปลงเป็นสินค้าสุดสร้างสรรค์ และเต็มเปี่ยมไปด้วยคุณภาพ รวมถึงเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนใคร จะมีใครใจดำคลิกข้ามสินค้าของคุณได้ลง…เชื่อสิ

4 ประเทศที่ชื่นชอบของไทย

  • เวียดนาม ชอบสินค้าอุปโภคบริโภคของไทย เครื่องสำอาง และสินค้าเกี่ยวกับเด็ก
  • อินโดนีเซีย ชอบอาหารทานเล่นของไทยมาก
  • อินเดีย ชอบสินค้าเครื่องปรุงรสอาหารไทย เครื่องสำอาง
  • จีน ชอบเครื่องสำอาง สมุนไพร เสื้อผ้าและกระเป๋า

ช่องทางจ่ายเงินของ E-Commerce

เคล็ดไม่ลับ…E-Commerce 2019,เรื่องเด่น,Rabbit Today

อันดับ 1 เครดิตและเดบิตการ์ด = 42.69%

เคล็ดไม่ลับ…E-Commerce 2019,เรื่องเด่น,Rabbit Today

อันดับ 2 อินเตอร์เน็ตแบงก์กิ้ง และ แอพลิเคชั่น = 27.23%

เคล็ดไม่ลับ…E-Commerce 2019,เรื่องเด่น,Rabbit Today

อันดับ 3 ผ่าน QR Code / เช็ค / สั่งออเดอร์ = 10.75%

เคล็ดไม่ลับ…E-Commerce 2019,เรื่องเด่น,Rabbit Today

อันดับ 4 เคาท์เตอร์ธนาคาร = 10.46%

เคล็ดไม่ลับ…E-Commerce 2019,เรื่องเด่น,Rabbit Today

อันดับ 5 จ่ายผ่านเดลิเวอรี่ = 7%

อีก 1.87% เป็นช่องทางอื่นๆ

มูลค่า E-Commerce ไทยปี 2558 - 2561

(จำแนกตามผู้ประกอบการ / หน่วยล้านบาท)

  • B2B (Business to Business ผู้ประกอบการกับผุ้ประกอบการ)
  • B2C (Business to Consumer ผู้ประกอบการกับผู้บริโภค)
  • B2G (Business to Government ผู้ประกอบการกับภาครัฐ)
มูลค่า 2558 มูลค่า 2559 มูลค่า 2560 มูลค่า 2561
B2B 1,334,809.46 1,542,167.50 1,508,096.73 1,712,484.33
B2C 509,998.39 703,331.91 758,936.80 865,456.99
B2G 400,339.17 314,603.95 495,469.69 572,291.63

ขายให้เกิด…อีคอมเมิร์ซ 2019,เรื่องเด่น,Rabbit Today

  • ผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตในไทย = 45.2 ล้านราย
  • ยอดผู้ใช้งานมือถือในไทย = 124.8 ล้านเลขหมาย
  • จำนวนผู้ใช้งาน Facebook ในไทย = 52 ล้านบัญชี
  • จำนวนผู้ใช้งาน Line ในไทย = 44 ล้านบัญชี

อ้างอิง: งานสัมมนา ‘ก้าวทันก่อนใคร E-Commerce Trends 2019’ และ ETDA