เรื่องเด่น

E-Waste ระวัง! ขยะพิษอิเล็กทรอนิกส์

Published 2 ต.ค. 2018

By Rabbit Today

E-Waste-scoops-Rabbit-Today-banner

ลองนับดูเล่นๆ ซิว่า คุณเคยเปลี่ยนโทรศัพท์มือถือมาแล้วกี่ครั้ง แต่ละเครื่องมีอายุการใช้งานเฉลี่ยอยู่ที่กี่ปี และหากซื้อโทรศัพท์มือถือเครื่องใหม่มาใช้ คุณจัดการกับเครื่องเก่าอย่างไร…เก็บไว้ ขายต่อ หรือทิ้งไปเลย

หากเปลี่ยนมาถามถึงอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้าที่คุณไม่ใช้แล้วบ้างล่ะ คุณทิ้งไว้ที่ไหน เชื่อว่าหลายคนเลือกที่จะทิ้งไปกับซากกองขยะ หรือไม่ก็ขายให้คนรับซื้อของเก่าหรือซาเล้ง 

คุณอาจคิดว่านี่คือตอนจบของอุปกรณ์เหล่านั้นแล้วใช่ไหม แต่ความจริงแล้วนี่คือจุดเริ่มต้นของสิ่งที่เรียกว่า ‘ขยะอิเล็กทรอนิกส์’ ซึ่งกำลังกลายเป็นปัญหาใหญ่ระดับโลกที่หลายประเทศหนักใจ

เอาเฉพาะแค่ในประเทศไทยละกัน…รู้หรือไม่ว่าเรามีขยะอิเล็กทรอนิกส์มากกว่า 4 แสนตันต่อปี!

E-Waste ระวัง! ขยะพิษอิเล็กทรอนิกส์,สกู๊ป,Rabbit Today

ขยะอิเล็กทรอนิกส์คืออะไร

ขยะอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Waste) หรือ E-Waste คือเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ชำรุด หรือเสื่อมสภาพจนไม่สามารถใช้งานได้แล้ว ไม่ใช่เพียงแค่คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ โทรทัศน์ เครื่องเสียง ตู้จำหน่ายอัตโนมัติ แต่ยังรวมถึงอุปกรณ์ที่มีแผงวงจรเล็กๆ และใช้ไฟฟ้านำกระแสที่เราใช้กันในชีวิตประจำวัน อาทิ เครื่องหนีบผมไฟฟ้า มีดโกนไฟฟ้า เกมบอย หลอดไฟ ฯลฯ

โดยมักเกิดจาก 2 ปัจจัยหลักคือ โรงงานอุตสาหกรรมทิ้งซากอิเล็กทรอนิกส์ที่ไม่ได้มาตรฐานในกระบวนการผลิต และครัวเรือนทิ้งอุปกรณ์ชำรุดที่ไม่ใช้การแล้ว

อุปกรณ์ที่ไม่จำเป็นแล้วเหล่านี้ ได้กลายสภาพเป็นขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่ย่อยสลายไม่ได้…

E-Waste ระวัง! ขยะพิษอิเล็กทรอนิกส์,สกู๊ป,Rabbit Today

มูลค่าที่มาพร้อมสารพิษ

ซากอุปกรณ์ไฮเทคที่ถูกทิ้งขว้างไม่ใช่ว่าจะเป็นสิ่งไร้ค่าเสียทีเดียว เพราะเมื่อส่งขยะอิเล็กทรอนิกส์ไปโรงงานคัดแยกขยะ อุปกรณ์บางชิ้นสามารถนำไปถอดแยกส่วนประกอบเพื่อสกัดโลหะมีค่า เช่น ทองคำ เงิน เหล็ก และทองแดง ไปสร้างมูลค่าต่อได้

แต่ขณะเดียวกัน อุปกรณ์อีกจำนวนมากมีส่วนประกอบของตะกั่ว แคดเมียม นิกเกิล ลิเทียม ฯลฯ เมื่อเสื่อมสภาพก็จะทิ้งสารเคมีตกค้างที่ปะปนอยู่ในกองขยะมูลฝอย และส่งผลกระทบต่อสภาพดินและแหล่งน้ำในชุมชน ทำให้ผู้ได้รับสารพิษมีปัญหาสุขภาพในระดับที่แตกต่างกัน เช่น ปวดศีรษะ อ่อนเพลีย ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ไปจนถึงโรคผิวหนัง โรคมะเร็ง และอาจส่งผลต่อพัฒนาการเด็กๆ ด้วย

E-Waste ระวัง! ขยะพิษอิเล็กทรอนิกส์,สกู๊ป,Rabbit Today

อนุสัญญาบาเซิล และ พ.ร.บ. WEEE

ขยะอิเล็กทรอนิกส์สามารถสร้างมูลค่าได้หากมีในปริมาณที่เหมาะสม เพราะหลายประเทศต่างส่งออกและนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์ แต่เมื่อไรมีมากจนเกินไป ก็ย่อมสร้างปัญหาและส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้เช่นเดียวกัน

ปัจจุบันนี้มี 'อนุสัญญาบาเซิล' ที่มีผลบังคับใช้มานานกว่า 20 ปีแล้ว ซึ่งเป็นสนธิสัญญานานาชาติที่ช่วยจำกัดและควบคุมการเคลื่อนย้ายของเสียอันตรายระหว่างประเทศ เพราะมักเกิดปัญหาประเทศที่พัฒนาแล้วส่งขยะอิเล็กทรอนิกส์ไปยังประเทศด้อยพัฒนา โดยจุดหมายปลายทางส่วนใหญ่จะอยู่ในทวีปแอฟริกาและเอเชีย

นอกจากนี้หลายประเทศในยุโรปมีการใช้ พ.ร.บ.WEEE (Waste of Electrical and Electronic Equipment) เพื่อใช้จัดการและควบคุมขยะอิเล็กทรอนิกส์ โดยระบุข้อตกลงให้บริษัทผู้ผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้ารับผิดชอบผลิตภัณฑ์ของตนเอง เช่น ห้ามวางจำหน่ายสินค้าล็อตใหม่หากยังไม่กำจัดขยะอิเล็กทรอนิกส์ล็อตเดิม รวมไปถึงสร้างระบบรีไซเคิลขยะไฮเทคขึ้นมาให้ทั้งผู้ผลิตและผู้บริโภคได้มีส่วนร่วมในการรักษาสิ่งแวดล้อม

E-Waste ระวัง! ขยะพิษอิเล็กทรอนิกส์,สกู๊ป,Rabbit Today

ขยะอิเล็กทรอนิกส์ในประเทศไทย

การบุกจับโรงงานรีไซเคิลขยะใน จ.ฉะเชิงเทรา ที่นำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์โดยผิดกฎหมายเมื่อช่วงเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา นับเป็นการรื้อปัญหาใต้พรมให้สังคมตระหนักถึงวิกฤตขยะอิเล็กทรอนิกส์ในประเทศไทยที่มีมาอย่างยาวนาน แต่ไม่เคยได้รับการแก้ปัญหาอย่างจริงจัง

การรื้อพรมในครั้งนั้นนำไปสู่การรับรู้ปัญหาอื่นๆ ในวงกว้าง เช่น พื้นที่ชุมชน ต.โคกสะอาด จ.กาฬสินธุ์ คือหมู่บ้านที่รับซื้อขยะอิเล็กทรอนิกส์แหล่งใหญ่ของประเทศ ในแต่ละเดือนมีขยะมากกว่า 1,200 ตันถูกส่งเข้ามา ทั้งการลักลอบขนย้ายอย่างผิดกฎหมาย และการทำลายขยะอย่างผิดวิธี ล้วนส่งผลต่อสุขภาพของประชาชนในพื้นที่ และยังเกิดมลพิษที่มีผลกระทบต่อคุณภาพดินและแหล่งน้ำอย่างมาก

ข้อมูลจากกรมควบคุมมลพิษระบุว่า ปัจจุบันนี้ประเทศไทยมีปริมาณขยะในแหล่งชุมชนต่างๆ ทั่วประเทศรวมกันประมาณ 33 ล้านตัน และมีปริมาณขยะอิเล็กทรอนิกส์อีกกว่า 4 แสนตันต่อปี

ข้อมูลจากกรมโรงงานอุตสาหกรรมระบุว่า จากตัวเลขที่อยู่ในระบบของปี 2561 ประเทศไทยมีขยะอุตสาหกรรมอันตรายและซากขยะอิเล็กทรอนิกส์ รวมทั้งสิ้น 2 ล้านตัน

ขณะเดียวกัน ประเทศไทยได้นำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์อย่างถูกกฎหมาย ภายใต้อนุสัญญาบาเซิลที่ได้รับคำยินยอมจากประเทศต้นทาง ประมาณปีละ 60,000 ตัน ซึ่งสามารถนำมารีไซเคิลและสกัดแยกโลหะเพื่อสร้างมูลค่าได้

แต่ทั้งนี้ประเทศไทยยังมีปัญหาขยะอิเล็กทรอนิกส์ในประเทศ รวมไปถึงการลักลอบนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์จากต่างประเทศอย่างผิดกฎหมาย ซึ่งหากไม่ควบคุมอย่างจริงจังอาจทำให้ ‘ไทยแลนด์’ กลายเป็นฮับของขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่ทั่วโลกนำของเสียอันตรายมาเททิ้งไว้

ไทยยังไม่ได้มี พ.ร.บ.WEEE บังคับใช้อย่างเป็นทางการเหมือนในกลุ่มประเทศยุโรป แต่เคยมีการยกร่าง พ.ร.บ.ซากผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์และซากผลิตภัณฑ์อื่น และผ่านความเห็นชอบ ครม. มาตั้งแต่ปี 2558 ส่วนในปัจจุบันมีการแต่งตั้งคณะกรรมการชุดพิเศษเพื่อปรับปรุงแก้ไขร่างกฎหมาย โดยเพิ่มส่วนของ Extended Producer Responsibility หรือความรับผิดชอบที่เพิ่มขึ้นของผู้ผลิต เพื่อแก้ปัญหาขยะไฮเทคล้นเมือง

E-Waste ระวัง! ขยะพิษอิเล็กทรอนิกส์,สกู๊ป,Rabbit Today

ขอบคุณภาพจาก www.tcijthai.com

ทัศนะของ ‘กรีนพีซ’

ธารา บัวคำศรี ผู้อำนวยการประจำประเทศไทย กรีนพีซเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้ให้สัมภาษณ์ Rabbit Today เกี่ยวกับมุมมองต่อการแก้ปัญหาขยะอิเล็กทรอนิกส์ในประเทศไทยว่า

“อนุสัญญาบาเซิลระบุว่า ห้ามประเทศอุตสาหกรรมหรือกลุ่มประเทศ OECD เคลื่อนย้ายขยะอิเล็กทรอนิกส์และของเสียอันตรายมายังประเทศกำลังพัฒนา ประเทศไทยเองเป็นปลายทางในการรับขยะอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งเข้ามาในรูปของการเอามารีไซเคิล แต่บางครั้งเมื่อไปถึงปลายทางจริงๆ มันไม่ใช่แบบนั้นครับ

“สิ่งหนึ่งที่จะช่วยควบคุมปัญหานี้ได้คือ ประเทศไทยต้องมีความมุ่งมั่นที่จะยกระดับตัวกฎหมายให้เข้มงวด เพื่อให้เรามีกลไกที่จะช่วยป้องกันไม่ให้ขยะอิเล็กทรอนิกส์ไหลเข้ามา ขยะอิเล็กทรอนิกส์มีคุณค่าและประโยชน์ทางเศรษฐกิจก็จริงครับ แต่ในส่วน ‘ของไม่ดี’ นั้นต้องกำจัดที่ประเทศต้นทาง จะได้ไม่เป็นภาระที่ประเทศปลายทาง

“ในอนาคตหาก พ.ร.บ.ที่กำลังผลักดันอยู่ สามารถนำมาบังคับใช้ได้จริงในทางกฎหมาย ผมมองว่าประเทศไทยจะสร้างระบบจัดการของเสียอันตรายได้อย่างปลอดภัยมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังขยายความรับผิดชอบให้หลายภาคส่วนตระหนักร่วมกัน ซึ่งถือเป็น ‘หัวใจหลัก’ ที่สำคัญในการแก้ปัญหานี้เลยครับ

เราจะช่วยลดขยะอิเล็กทรอนิกส์ได้อย่างไร

1. เลือกซื้อสินค้าที่มีคุณภาพ ได้รับการรับรองมาตรฐาน เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

2. ลดการซื้ออุปกรณ์ที่ไม่จำเป็น และควรใช้งานอย่างรู้คุณค่าเพื่อยืดอายุการใช้งาน

3. ของเก่าที่ยังสามารถซ่อมแซมได้ ควรนำไปบริจาคเพื่อส่งต่อให้ผู้ที่ต้องการ

4. คัดแยกขยะก่อนทิ้งเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทุกชนิด

E-Waste ระวัง! ขยะพิษอิเล็กทรอนิกส์,สกู๊ป,Rabbi Today

ประชากรโลกมีจำนวน 6,854,000,000 คน

จำนวนโทรศัพท์มือถือ 4,180,000,000 เครื่อง

แต่ละปีมีมือถือกว่า 140 ล้านเครื่องถูกทิ้งโดยการฝัง

น้ำหนักรวมกันราว 65,000 ตัน = หอไอเฟล 6.5 หอรวมกัน

ขอบคุณข้อมูล: โครงการมือถือเก่าไป ชีวิตใหม่มา www.recycleandreduce.club

เสียแล้วไปไหน

E-Waste ระวัง! ขยะพิษอิเล็กทรอนิกส์,สกู๊ป,Rabbit Today

E-Waste ระวัง! ขยะพิษอิเล็กทรอนิกส์,สกู๊ป,Rabbi Today

ประเทศญี่ปุ่นจะนำขยะอิเล็กทรอนิกส์ในประเทศมาสกัดโลหะเพื่อนำมาผลิตเป็นเหรียญรางวัลสำหรับมอบให้นักกีฬาในงานมหกรรมโอลิมปิกฤดูร้อน หรือ Tokyo 2020 คาดว่าเหรียญทองจะสกัดจากขยะอิเล็กทรอนิกส์จำนวน 8 ตัน ส่วนเหรียญเงินและเหรียญทองแดง จะสกัดจากโทรศัพท์มือถือที่ไม่ใช้แล้วจำนวนนับล้านเครื่อง เพื่อให้เพียงพอต่อเหรียญรางวัลจำนวนกว่า 5,000 เหรียญ

E-Waste ระวัง! ขยะพิษอิเล็กทรอนิกส์,สกู๊ป,Rabbit Today

ญี่ปุ่นเป็น 1 ในประเทศที่มีขยะอิเล็กทรอนิกส์สูงเป็นอันดับ 1 ในเอเชีย มีปริมาณมากถึง 6.5 แสนตันต่อปี แต่ในจำนวนนี้มีเพียง 1 แสนตันเท่านั้นที่ถูกนำมารีไซเคิล 

E-Waste ระวัง! ขยะพิษอิเล็กทรอนิกส์,สกู๊ป,Rabbi Today

การทิ้งคอนแทคเลนส์ ซึ่งถือเป็นนวัตกรรม ‘Micro Plastic’ ลงชักโครกหรือซิงก์น้ำในห้องน้ำ กำลังนำไปสู่ปัญหาสิ่งแวดล้อม เพราะคอนแทคเลนส์เหล่านี้จะไหลไปปนเปื้อนอยู่ในแหล่งน้ำ…ปลากินเข้าไป…คนก็กินปลาต่อ… 

E-Waste ระวัง! ขยะพิษอิเล็กทรอนิกส์,สกู๊ป,Rabbit Today

มหาวิทยาลัย Arizona State ของสหรัฐฯ เผยผลวิจัยว่า ในแต่ละปีมีคอนแทคเลนส์มากกว่า 15,000 ล้านคู่ ที่ถูกใช้แล้วทิ้ง และจากการสำรวจกลุ่มประชากรชาวอเมริกันจำนวน 400 คน พบว่า 1 ใน 5 คน เคยทิ้งคอนแทคเลนส์ลงชักโครก…แล้วคุณล่ะ ทิ้งคอนเทนเลนส์ด้วยวิธีการนี้หรือไม่