เรื่องเด่น

คุ้มครองโลก จาก คุณ คุณ และคุณ!!!

Published 21 เม.ย. 2019

By ณัฐพล ช่วงประยูร

Earthday-scoop-Rabbit-Today-banner

เวลาป่วย หมอบอกว่า ต้นเหตุแห่งโรคคือพฤติกรรมของผู้ป่วย เช่นกันกับยามที่โลกกำลังป่วยไข้ใกล้วิบัติ สาเหตุนั้นเกิดมาจากพฤติกรรมของคนที่ทรงอิทธิพลสุดบนโลก อย่าง ‘คุณเอง’ นั่นแหละ!

เผื่อบางคนไม่รู้ว่า วันที่ 22 เมษายนของทุกปี เป็นวันคุ้มครองโลก (Earth day) ซึ่งประกาศโดยโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ (United Nations Environment Program ‘UNEP’) เมื่อวันที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2513

วันคุ้มครองโลก ไม่ได้หมายถึงมหันตภัยจากหลุมดำ ดาวหาง อุกกาบาต หรือภัยพิบัติจากภายนอกดวงดาว แต่หมายความถึงการปกป้องคุ้มครอง ต้นไม้ ใบหญ้า ป่าเขา พืชพันธุ์ สัตว์น้อยใหญ่ โดยสร้างจิตสำนึกรับผิดชอบต่อสังคม ชุมชน บุคคล มอบสมดุลแก่สิ่งแวดล้อมทุกประการ เพราะมนุษย์คือผู้อุปโภคบริโภค ครองโลกเพื่อสร้างสรรค์และทำลาย ในทุกกิจกรรม

ถ้าใครวัยแตะ 30 กว่า ต้องจำได้ว่าเมื่อก่อนเพลงหนึ่งอัลบั้มของศิลปินดังในค่ายใหญ่ มักจะมีเพลงเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อมหนึ่งซิงเกิลเสมอ เพื่อสื่อถึงความสำคัญให้คนฟังตระหนักรู้รักษ์และสำนึกต่อสิ่งแวดล้อมบนโลกของเรา แม้แต่วิชาในช่วงมัธยมเอง สังกัดหมวดสังคม ชื่อ โลกของเรา และบทย่อย ภูมิศาสตร์และสิ่งแวดล้อม ที่ครูอาจารย์อัดใส่หัวให้พอจะดึงสติให้ได้เห็นภาพที่เป็น ควรเป็น และกำลังจะเป็น ก่อนที่จะโยนทิ้งหลังสอบ

กลับมารีบู้ตแรมสมองของจอมกร่างทั้งหลาย ประยุกต์กลายเป็นวิธีการช่วยโลกอย่างง่ายๆ ช่วยลดโลกร้อน ให้ร้อนช้าขึ้นอีกนิด ไม่ซ้อมตกนรกกันแบบนี้  

ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ในวงกว้างเห็นร่วมกันว่ามนุษยชาติมีส่วนอย่างมากในการทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงนี้ 

มีวิธีใดบ้าง ที่ช่วยลดโลกร้อน ด้วยการปรับพฤติกรรม เพื่อแก้ที่ต้นตอ คือตัวคุณ...

  • ถอดปลั๊กไฟฟ้าทุกครั้งที่เลิกใช้งานเครื่องใช้ไฟฟ้าการใช้ไฟฟ้าในบ้านและที่ทำงาน
  • หันมาใช้พลังงานแสงอาทิตย์ในการตากผ้าแทนการอบผ้าในเครื่องซักผ้า และรีดผ้าครั้งละมากๆ แทนการรีดทีละตัว 
  • ปิดแอร์บ้าง แล้วหันมาใช้พัดลมหรือว่าเปิดหน้าต่างให้อากาศถ่ายเทมากขึ้น และอย่าเปิดประตูห้องแอร์ทิ้งไว้ 
  • ขึ้นลงน้อยชั้น ใช้บันไดแทนการใช้ลิฟต์ นอกจากเป็นการออกกำลังกายแล้วยังประหยัดได้เยอะขึ้น
  • ปิดไฟดวงที่ไม่จำเป็น โดยเปิดเฉพาะดวงที่เราจำเป็นต้องใช้จริงๆ เท่านั้น
  • ตู้เย็นเก่าแก่ขายทิ้งเป็นเศษเหล็กไปได้แล้ว เพราะกินไฟมากกว่าตู้เย็นใหม่ถึง 2 เท่า และยืดอายุตู้เย็นด้วยการไม่นำอาหารร้อนเข้าตู้เย็น หลีกเลี่ยงการนำถุงพลาสติกใส่ของแช่ไว้ เพราะจะทำให้ตู้เย็นจ่ายความเย็นได้ไม่ทั่วถึง
  • เปลี่ยนไปใช้ไฟแบบหลอด LED จะได้ไฟที่สว่างกว่าและประหยัดกว่าหลอดปกติ 40%
  • ละลายน้ำแข็งที่เกาะในตู้เย็นเป็นประจำ เพราะตู้เย็นจะกินไฟมากขึ้นเมื่อมีน้ำแข็งเกาะ
  • ใช้รถเมล์ รถไฟฟ้า และระบบขนส่งสาธารณะแทนการใช้รถส่วนตัวบ้าง เพื่อประหยัดพลังงาน
  • ถ้าไม่ได้ไปไหนไกลๆ ให้ใช้จักรยาน หรือเดินไปเพื่อประหยัดพลังงาน และจะได้ออกกำลังกายไปในตัวด้วย
  • ใช้กระดาษแต่ละแผ่นอย่างประหยัดกระดาษ เพราะกระดาษเหล่านั้นมาจากการตัดต้นไม้

คุ้มครองโลก จาก คุณ คุณ และคุณ!!!,วงเล่า,Rabbit Today

  • เสื้อผ้าที่ไม่ใช้แล้ว เอาไปบริจาคบ้างก็ได้ เพราะในบางบริษัทรับบริจาคเสื้อที่ใช้แล้ว นำไปหลอมมาทำเป็นเส้นใยใหม่อีกครั้ง ซึ่งจะช่วยลดก๊าซเรือนกระจกได้ถึง 71%
  • ลดใช้พลาสติก ใช้กระเป๋าที่มีอยู่แล้ว กระบอกน้ำ กระติกน้ำ ปิ่นโต ฯลฯ
  • พยายามกินอาหารให้หมด เพราะเศษอาหารที่เน่าเสียก่อให้เกิดก๊าซมีเทน ซึ่งทำให้โลกร้อนมากขึ้น
  • ไปซื้อสินค้าตลาดสดและตลาดนัดแทนซูเปอร์มาร์เก็ตบ้างเพื่อลดการใช้แอร์ และหาซื้อผัก ผลไม้ หมู ไก่ ปลา ฯลฯ ที่ห่อด้วยใบตองหรือวัสดุธรรมชาติ เพราะสินค้าที่ห่อด้วยพลาสติกและโฟมนั้นทำให้เกิดขยะจำนวนมาก
  • ใช้น้ำประปาอย่างประหยัด เพราะระบบการผลิตน้ำประปาของเทศบาลต่างๆ ต้องใช้พลังงานจำนวนมากในการทำให้น้ำสะอาด
  • ทาสีหลังคาบ้านด้วยสีอ่อน เพื่อช่วยลดการดูดซับความร้อน
  • ปลูกต้นไม้เพิ่มขึ้น เพื่อเพิ่มออกซิเจนให้อากาศปลูกไผ่แทนรั้ว ต้นไผ่เติบโตเร็วเป็นรั้วธรรมชาติที่สวยงาม และยังดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ได้ดี อาจจะลำบากไปหน่อยแต่ก็เก๋ไม่น้อย
  • เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ซื้อเติมใหม่ (Refill) ได้ เพื่อเป็นการลดขยะจากห่อของบรรจุภัณฑ์
  • ลดปริมาณขยะโดยใช้หลัก 3R คือ Reuse, Recycle,Reduce
  • มีส่วนร่วมกิจกรรมรณรงค์สิ่งแวดล้อมเพื่อช่วยเผยแพร่และการลดปัญหาโลกร้อน
  • อยู่อย่างพอเพียง ไม่ฟุ้งเฟ้อฟุ่มเฟือย ตามพระราชดำรัสของในหลวง ร.9
  • ประหยัดพลังงานเท่าที่จะทำได้ทั้งน้ำ ไฟ น้ำมัน ไม่ใช่เพื่อให้ลูกหลานของเรามีสิ่งเหล่านี้ใช้กันต่อไปในอนาคต แต่เพื่อให้มีโลกที่น่าอยู่ อยู่ได้ ไม่ใช่นรกแตกแบบนี้
  • หมั่นศึกษาหาความรู้เพิ่มเติม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี สิ่งแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็นการอ่าน การดูการฟัง ฯลฯ
  • ส่งต่อความคิด และแนวทางการปฏิบัติไปยังคนรอบข้าง คนในครอบครัว คนในองค์กร ให้เกิดเป็นพลังร่วมกัน

โลกไม่ใช่แค่ของแมวหมาที่บ้าน ไม่ใช่ของต้นไม้ ใบหญ้า ภูเขา ไม่ใช่ของผู้นำ หรือของคนในประเทศใหญ่ๆ และไม่ใช่ของใครคนใดคนหนึ่ง คุณจำเป็นต้องใส่ใจกว่านี้ ไม่ติดกับความสะดวกสบาย ที่ยุคอุตสาหกรรม และระบอบทุนนิยมหัดนิสัยให้

ถ้าไม่ช่วยกันคุ้มครอง ปกป้องโลก ขอร้องละ อย่าทำลายเพิ่มเติมก็แล้วกัน