เรื่องเด่น

8 สารเคมีอันตรายในอาหารจานเก๋

Published 30 ส.ค. 2018

By Rabbit Today

Food-Banned-8-Hazardous-news-beat-Rabbit-Today-banner

บอแรกซ์ หรือน้ำประสานทอง

8 สารเคมีอันตรายในอาหารจานเก๋,ข่าววันนี้,Rabbit Today

พบใน: ลูกชิ้น ทับทิมกรอบ

  • คุณสมบัติในอาหารกรุบกรอบ
  • พิษบอกแรกซ์ส่งผลให้คลื่นไส้อาเจียน ท้องร่วง อ่อนเพลีย
  • อีกทั้งยังส่งผลเรื้อรังให้เบื่ออาหาร หน้าตาบวม ตับกับไตอักเสบ กระทั่งถึงขั้นเป็นมะเร็งตับ

กรดซาลิซิลิก หรือสารกันบูด สารกันรา

8 สารเคมีอันตรายในอาหารจานเก๋,ข่าววันนี้,Rabbit Today

พบใน: ของดองต่างๆ

  • สารห้ามใช้ อันตรายสูง
  • ปะปนอยู่ในพริกแกง ผักดอง เพราะเป็นสารราคาถูก และกันเชื้อรา
  • บ้างเลือกใช้โซเดียมเบนโซเอต และซัลเฟอร์ไดออกไซด์ แทน มักผสมอยู่ในผลไม้แห้ง น้ำอัดลม ไวน์ เบียร์ ไม่ถึงกับห้ามใช้ แต่สำหรับบางคนมีอาการแพ้อาหาร
  • ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ ส่งผลทำลายวิตามินบี 1 ในอาหาร
  • พิษของสารกันบูด หรือรา ส่งผลทำลายเซลล์ในร่างกาย เกิดแผลในกระเพาะอาหาร ความดันเลือดต่ำและช็อกได้
  • การกิน แนะนำว่า ให้ดู อย. เป็นหลัก เพื่อความสะอาดและปลอดภัย

โซเดียมไฮโดรเจนซัลไฟต์ หรือสารฟอกขาว

8 สารเคมีอันตรายในอาหารจานเก๋,ข่าววันนี้,Rabbit Today

พบใน: ถั่วงอก ขนมจีน น้ำตาลทราย หน่อไม้ดอง ยอดมะพร้าว

  • ในทางอุตสาหกรรมสารตัวนี้ใช้ฟอกล้างทำความสะอาดแห อวน
  • ผู้ค้านำมาฟอกผักให้ขาวสวย ดูน่ากิน
  • พิษสารฟอกขาว เกิดการอักเสบที่ลำคอ กระเพาะอาหาร ปวดหลัง ปวดหัว แน่นหน้าอก
  • หลีกเลี่ยงด้วยการเลือกอาหารที่ใช้สีธรรมชาติ หรือการันตีกระบวนการทำ

สารฟอร์มาลีน หรือน้ำยาอาบศพ

8 สารเคมีอันตรายในอาหารจานเก๋,ข่าววันนี้,Rabbit Today

พบใน: อาหารทะเลสด

  • คุณสมบัติ ทำให้ดูสด ไม่เน่าบูด ไม่เสียง่าย
  • มักใช้ทำให้อาหารทะเลดูสดใหม่เสมอ
  • กินเข้าไปแล้วอาจปวดท้องอย่างรุนแรง อาเจียน ท้องเสีย

ยาฆ่าแมลง

8 สารเคมีอันตรายในอาหารจานเก๋,ข่าววันนี้,Rabbit Today

พบใน: ผัก ผลไม้ ที่ใช้สารเคมีเพาะปลูก และอาหารตากแห้ง

  • พิษเฉียบพลัน กระสับกระส่าย หมดสติ คลื่นไส้อาเจียน อาหารเป็นพิษ หากสะสมนาน
  • หลีกเลี่ยงยาฆ่าแมลง เลือกซื้อผักเกษตรอินทรีย์ ไม่ใช้เคมี
  • อีกวิธี ล้างผักและผลไม้โดยการผ่านน้ำเยอะๆ หรือแช่ด่างทับทิม 

ซาลบูทามอล หรือสารเร่งเนื้อแดง

8 สารเคมีอันตรายในอาหารจานเก๋,ข่าววันนี้,Rabbit Today

พบใน: เนื้อสัตว์สด

  • ทำให้เนื้อสัตว์ที่ขายมีสีแดงสด ไขมันลดลง 
  • ในทางการแพทย์ ใช้สารตัวนี้สำหรับผู้ป่วยหอบหืด ขยายหลอดลม
  • ผลข้างเคียง มือสั่น ปวดหัว หัวใจเต้นเร็วผิดปกติ อันตรายมากสำหรับคนเป็นโรคหัวใจ ผู้ป่วยเบาหวาน ความดันเลือดสูง และคนท้อง
  • การเลือกซื้อ ไม่ควรเลือกเนื้อสัตว์ที่มีสีแดงสดจนเกินไป และเลือกที่มีมันติด ปกติหมูไม่ค่อยเคลื่อนไหว ต้องเลือกที่มีไขมัน

โคลิฟอร์ม

8 สารเคมีอันตรายในอาหารจานเก๋,ข่าววันนี้,Rabbit Today

พบใน: ผักหรือผลไม้ปนเปื้อน และน้ำแข็ง

  • ไม่ใช่สารเคมีโดยตรง แต่เป็นแบคทีเรีย อยู่ในลำไส้มนุษย์และในดิน
  • ถ้ามีปริมาณมาก ส่งผลต่อภาวะท้องเสีย ติดเชื้อในลำไส้

ตะกั่ว

8 สารเคมีอันตรายในอาหารจานเก๋,ข่าววันนี้,Rabbit Today

พบใน: สีผสมอาหาร ของใช้ในครัว และของเล่น

  • อาจหลุดร่อนจากภาชนะ ถาด หม้อ กระทะ ฯลฯ จากร้านอาหารข้างถนน ซึ่งใช้หม้อสารตะกั่ว
  • พิษตะกั่วทำให้น้ำหนักตัวลด เบื่ออาหาร ท้องผูก หากรุนแรง ทำให้ระบบประสาทและสมองเป็นอัมพาต

นอกจากสารอันตรายรุนแรงที่ห้ามใช้ข้างต้น ยังมีองค์ประกอบความเสี่ยงอันตรายในอาหารและเครื่องดื่ม ซึ่งอาจอยู่ในส่วนผสมหรือเป็นส่วนหนึ่งของการผลิต ปัจจุบันหน่วยงานภาครัฐมีการควบคุมเข้มข้นมากขึ้น 

ไขมันทรานส์

ประกาศจากกระทรวงสาธารณสุขเรื่อง ‘ไขมันทรานส์’ ที่เผยแพร่ออกมานั้น ถือเป็นจุดสำคัญที่ทำให้ผู้บริโภคมีการปรับตัวและวางแผนในเรื่องการรับประทาน และการดูแลสุขภาพมากขึ้น 

ขณะที่ในสหรัฐอเมริกามีการตื่นตัวและควบคุมเรื่องนี้มานานแล้ว เพราะเล็งเห็นโทษระยะยาวที่นำไปสู่โรคร้าย 

เราอาจแบ่งไขมันทรานส์ออกได้เป็น 2 แบบ

  • ไขมันทรานส์ธรรมชาติ พบในปริมาณที่น้อยมากในสัตว์เคี้ยวเอื้อง เช่น วัว ควาย แพะ แกะ
  • ไขมันทรานส์สังเคราะห์ พบปริมาณมากในกระบวนการผลิตอุตสาหกรรมอาหาร เช่น เนยเทียม (Margarine) หรือเนยขาว (Shortening)

กระบวนการผลิตที่ทำให้เกิดไขมันทรานส์ ในอุตสาหกรรมอาหารเมื่อผู้ผลิตต้องการน้ำมันที่ไม่เหม็นหืน เก็บได้นาน มีรสชาติดี ช่วยลดต้นทุน จึงนำน้ำมันพืชมาแปรรูปโดยผ่านกระบวนการเติมไฮโดรเจน (Hydrogenation) โดยกระบวนการเติมไฮโดรเจนทำได้ 2 วิธี คือ

  • กระบวนการเติมไฮโดรเจนแบบสมบูรณ์ (Full Hydrogenation) เป็นการผลิตขั้นสูง ไม่ทำให้เกิดไขมันทรานส์
  • กระบวนการเติมไฮโดรเจนบางส่วน (Partial Hydrogenation) คือกระบวนการเติมไฮโดรเจนอย่างไม่สมบูรณ์ ทำให้เกิดไขมันทรานส์

เลือกกินอย่างไรให้ปลอดภัย

องค์การเกษตรและอาหารแห่งสหประชาชาติ (Food and Agriculture Organization) แนะนำปริมาณการบริโภคไขมันอิ่มตัวไว้ที่ 10% ของค่าพลังงานต่อวัน (หรือ 20 กรัมต่อวัน) ปริมาณสูงสุดสำหรับไขมันทรานส์ไม่เกิน 1% ของค่าพลังงานต่อวัน (หรือประมาณ 2 กรัมต่อวัน หรือประมาณ 0.5 กรัมต่อหน่วยบริโภค)

สังเกตบนฉลากก่อนซื้อ

  • 0% Trans Fat ไม่ได้หมายความว่าไม่มีไขมันทรานส์เลย อาจหมายความว่ามีไขมันทรานส์ต่ำกว่า 0.5 กรัม ซึ่งสามารถรับประทานได้ แต่ในปริมาณที่จำกัด
  • Partially Hydrogenated Oil หมายถึง ไขมันทรานส์นั่นเอง
  • Fully หรือ Completely Hydrogenated Fat ไม่ใช่ไขมันทรานส์ แต่จะเปลี่ยนเป็นไขมันชนิดอิ่มตัวแทน

น้ำตาล

คนไทยชอบรับประทานของหวาน แต่ผู้ที่ใส่ใจสุขภาพเริ่มให้ความสำคัญ ภาครัฐเองก็ปรับขึ้นราคาน้ำตาล ควบคุมการใช้ในผู้ผลิตในเชิงโภชนาการ ถือว่าสร้างสังคมการบริโภคคุณภาพตั้งแต่ต้นทาง นอกจากลดต้นทุนทางอุตสาหกรรม  ในทางโภชนาการแล้วนั้น การควบคุมน้ำตาล คือจำกัดไม่เกิน  6 ช้อนชา/ วัน ต่อไปนี้สั่งอะไรกิน ให้ติดปากอยู่เสมอ “หวานน้อย หรือ ไม่หวาน”