Published 3 ก.ย. 2018

By Rabbit Today

GameOn-News-Beat-Rabbit-Today-MAIN_920x470

ในแวดวงของผู้สร้างแรงบันดาลใจให้ใครสักคนเปลี่ยนชีวิตสู่การมีสุขภาพที่ดีขึ้น รับรองว่าชื่อของ มิกกี้-นนท์ อัลภาชน์ ณ ป้อมเพชร, ฟ้าใส พึ่งอุดม และเทย่า โรเจอร์ ต้องอยู่ในลิสต์ ความน่าเชื่อถือของพวกเขา

GameOn,News Beat,Rabbit Today

ไม่ได้เพียงการมีบุคลิกดีและบอดี้ที่เฟิร์มฟิต แต่แนวความคิดในเรื่องการออกกำลังกาย ทำให้เราต้องมานั่งคิดทบทวนเรื่องไลฟ์สไตล์ที่พวกเขาเน้นย้ำว่า…เรื่องของหุ่นดีไม่ได้มีแค่การตั้งเป้าหมาย แต่ต้องมีสติในการใช้ชีวิตควบคู่ไปด้วย

 

GameOn,News Beat,Rabbit Today

มิกกี้-นนท์ อัลภาชน์ ณ ป้อมเพชร

Q: วิทยาศาสตร์การกีฬามีส่วนทำให้คุณเป็น ‘มิกกี้’ ในวันนี้ได้อย่างไร
A: การที่ผมเรียนจบมาด้านนี้ ทำให้ผมคิดว่าวิทยาศาสตร์ใช้หลักการของเหตุและผล เหมือนการดำเนินชีวิตที่ต้องมีเหตุผลเช่นกัน และสำหรับผม การออกกำลังกายแบบนี้แบบนั้นควรจะมีเหตุผล และเหตุผลนั้นไม่ขาว-ไม่ดำด้วย แต่เป็นสีเทาที่เปลี่ยนกลับไปกลับมาได้ตลอด ทั้งหมดนี้ขึ้นอยู่กับตัวเราเอง วันนี้เราชอบออกกำลังกายแบบนี้เพื่อให้หุ่นดี อีกวันเราอาจจะเปลี่ยนแบบ มันเป็นเรื่องที่ไม่ฟิกซ์และสามารถยืดหยุ่นได้

Q: คุณพ่อของคุณเป็นโค้ชรักบี้ทีมชาติไทย และเคยเล่นรักบี้ทีมชาติไทย ท่านมีส่วนเป็นแรงบันดาลใจให้คุณสนใจเรื่องการออกกำลังกายอย่างทุกวันนี้แค่ไหน
A: มีส่วนอย่างมากครับ เพราะไม่ใช่แค่คุณพ่อที่ชอบออกกำลังกาย แต่ทุกคนในครอบครัว ทั้งคุณตา คุณแม่ คุณอา คุณลุงของผมทำกันทั้งหมด ไม่ว่าจะเล่นเทนนิส ว่ายน้ำ แบดมินตัน เลยทำให้ผมถูกปลูกฝังมาว่าทุกอย่างต้องเป็นกีฬาครับ และสำหรับตัวผม ผมเคยเล่นฟุตบอลมาหลายตำแหน่ง ตั้งแต่ผู้รักษาประตู กองหลัง กองกลาง กองหน้า แต่ที่ถนัดคือกองกลางกับกองหน้าครับ ตอนอยู่สหรัฐอเมริกาก็เล่นสโมสรของมหาวิทยาลัยด้วย ส่วนรักบี้นี่เป็นกีฬาที่คุณพ่อชอบ ขณะผมเล่นเป็นรักบี้แตะมากกว่า เพราะผมไม่ได้เล่นปะทะ คือไม่ชอบบวก (หัวเราะ) เพราะเล่นกีฬาทีไรจะเจ็บตัวบ่อย สมัยอยู่สหรัฐฯ เตะบอลยังคิ้วแตกเลยครับ ครั้งนั้นเย็บไป 15 เข็ม เย็บนอกเย็บใน ก็เลยรู้สึกว่าถ้าเล่นรักบี้คงไม่เหลือแน่

Q: คุณเป็นแฟนสโมสรฟุตบอลทีมไหน
A: (ตอบทันที) แมนยูฯ ครับ เคยจะลองเปลี่ยนเป็นชอบทีมลิเวอร์พูล แต่ไม่รู้ทำไมถึงเปลี่ยนไม่ได้ ผมเชียร์แมนยูฯ มาตั้งแต่สมัยที่ลิเวอร์พูลยังมี Robbie Fowler และ Michael Oven และถ้าให้นึกถึงนักบอลทีมแมนยูฯ ที่ผมชอบเมื่อก่อน ก็ต้องเป็น Christiano Ronaldo แต่พอเขาย้ายไปผมก็ชอบ Paul Labile Pogba ผมชอบคนที่เล่นเกมฉลาด เล่นหนัก ซึ่งหนักในที่นี้คือมีความทุ่มเท ไม่ได้เล่นรุนแรง

Q: ฟุตบอลโลกครั้งนี้คุณเชียร์ทีมไหนเป็นพิเศษ
A: ปกติผมไม่เชียร์ทีมเต็ง 1-2 ครับ แต่มักจะเชียร์เต็ง 4-5 มากกว่า ซึ่งต่างจากการเชียร์แมนยูฯ นะครับ เพราะอันนั้นมันฟุตบอลสโมสร (หัวเราะ) ที่ผมเชียร์ทีมเต็งรองๆ ลงมาในฟุตบอลโลก เพราะผมรู้สึกว่าทีมชาติจะใช้ความสามัคคีมากกว่า ลองคิดดูสิครับว่า 4 ปีแข่งบอลโลกครั้งหนึ่ง คุณเล่นด้วยกันกี่หน ยกตัวอย่างเช่น ทุกคนในทีมเต็ง 1 อย่างเยอรมนี แทบจะอยู่ในทีม Bayern Munich กันทั้งนั้น แต่พอเจออย่างทีมอิตาลีหรือฮอลแลนด์ที่ถูกกระจายนักเตะแต่ละลีกกันหมด พอมารวมกัน ผมเลยมองว่าพวกเขาต้องใช้ความสามัคคีมาก 
ถ้าถามผมว่าฟุตบอลโลกปีนี้เชียร์ใคร ผมแอบเชียร์เบลเยี่ยมนะ เพราะรู้สึกว่านักเตะเขาเก่งแบบ Individual เยอะ คือมีความเก่งเฉพาะตัวกันในแต่ละคน ผมเลยอยากรู้ว่าเมื่อคนเก่งๆ มารวมตัวกันจะเป็นอย่างไร

Q: สิ่งที่คุณต้องทำอยู่ตลอดเวลานั่งเชียร์ฟุตบอลคืออะไร
A: ผมจะเปิดงานทำไปด้วยครับ (ยิ้ม) เป็นคนที่ไม่ทำอะไรอย่างเดียว เวลาเดียว แต่จะทำ 2 อย่างควบคู่กันไป ผมรู้สึกว่าการที่เรานั่งแล้วทำอะไรควบคู่ไปด้วยมันทำให้เกิดไอเดีย ไม่มีฟุตบอลผมก็เปิดหนังดูไปด้วย เพราะถ้าผมทำอย่างเดียวผมจะไม่มีสมาธิ มันนิ่งเกินไป และทำให้ใจวอกแวก อ่านหนังสือผมก็จะเปิดเพลงฟังไปด้วยนะ แต่ถ้าสองอย่างมันจะโอเค เพราะจะมีอีกอย่างคอยดักสมองเราไม่ให้วอกแวก และดึงสมาธิเรากลับมาได้ครับ

Q: ถ้าให้เนรมิตสถานที่เชียร์บอลที่ชิลล์และโดนใจที่สุด สถานที่นั้นคือ
A: คงจะเป็นริมหาดโบราโบร่า หรือนั่งริมทะเลมัลดีฟส์ดูบอลไปแบบชิลล์ๆ เพราะผมเป็นคนชอบทะเลอยู่แล้ว จริงๆ โมเมนต์ของการเชียร์หรือดูบอล ผมชอบทำคนเดียวมากกว่าครับ เพราะคนเรามีสไตล์การเชียร์ไม่เหมือนกัน บางคนเชียร์รุนแรงจนโต๊ะข้างๆ เขม่น ซึ่งนั่นอาจมีสิทธิ์โดนยิงได้เหมือนกันครับ (หัวเราะ) 

Q: เมื่อถึงจังหวะเบื่อหรือขี้เกียจเข้ายิม คุณใช้แรงบันดาลใจอะไรในการดึงใจกลับมาฟิตหุ่นได้ต่อ
A: สำหรับผม ผมจะบอกทุกคนเหมือนกันว่ากำลังใจเดียวที่ควรมีคือ Purpose หรือจุดประสงค์ครับ เราต้องมีจุดประสงค์และเหตุผลที่แข็งแรง มันจะทำให้เราทำในสิ่งนั้นๆ ได้ ทำไมคนเป็นหนี้ถึงขยันทำงานหาเงิน เพราะจุดประสงค์ที่เขาหาเงินคือการชำระหนี้ให้หมดไป และสำหรับตัวผม ทำไมผมต้องออกกำลังกายทุกวันให้หุ่นและรูปลักษณ์ดูดีตลอดเวลา นั่นก็เพราะผมไม่ใช่ดาราหรือนายแบบ แต่ผมทำงานในเรื่องสุขภาพที่คนเห็นเราแล้วจะให้ความเคารพ ผมเชื่อเสมอว่า ถ้าคุณจะสอน คุณต้องทำให้ได้ก่อน คุณจะสอนเรื่องการเปลี่ยนแปลงหุ่น คุณก็ต้องมีหุ่นดี คุณจะสอนขยับตัวแบบนี้ คุณก็ต้องทำให้ได้ อันนี้ผมพูดในเรื่องของสมรรถภาพนะครับ ไม่ได้พูดในเรื่องของเทคนิค

Q: ผู้หญิงในดวงใจต้องแมตช์กับคุณตรงไหนบ้าง
A: ต้องแมตช์ในความเข้าใจและการช่วยเหลือกันในเรื่องงานและเข้ากับครอบครัวผมได้ เพราะสำหรับผม ครอบครัวจะมาเป็นที่หนึ่ง เรื่องงานมาที่สอง ผมทำงานเป็นฟรีแลนซ์หลายอย่าง เพราะฉะนั้นผู้หญิงที่เข้ามาต้องเข้าใจว่าผมทำงานแบบไหน ผมอยู่ยิมทั้งวันนะ เราต้องช่วยกันคิด ให้เกียรติ และเคารพความคิดของกันและกัน แต่บางคนบอกว่าไลฟ์สไตล์ตรงกัน 100% อาจไม่ดีนะ แต่ผมเชื่อว่าถึงแม้จะตรงกัน 50% หรือไม่ตรงกันเลย สุดท้ายมันอยู่ที่การเคารพและให้เกียรติกันอยู่ดีครับ

Q: ถ้าขอพรได้ 1 ข้อจาก ‘จินนี่’ ในตะเกียงวิเศษ พรข้อนั้นคืออะไร
A: ผมอยากจะขอให้ตัวเองมีสติตลอดเวลา ไม่เคยขอให้ร่ำรวย ให้มีสุขภาพดี หรือขอให้มีงานเยอะ เพราะผมรู้สึกว่าการมีสติคือการต่อยอดให้เราทำอย่างอื่นได้มากกว่าการมีสิ่งที่ผมพูดมาทั้งหมด มันทำให้เรารู้ตัวเองอยู่ตลอดเวลาว่าเรากำลังทำอะไรอยู่ แล้วเราจะไม่เสียดายกับสิ่งที่ทำลงไปครับ คุณตาผมสอนไว้อย่างนี้เสมอ ว่าทำอะไรก็ตาม ‘ขอให้มีสติ’ ไม่ต้องไปขอหรอกว่าให้มีสตางค์ เพราะถ้าไม่ทำงานก็ไม่มีสตางค์อยู่แล้ว เราต้องมีสติในการทำงาน แล้วจะทำให้มีสตางค์ได้มากกว่า (ยิ้ม)

 

GameOn,News Beat,Rabbit Today

ฟ้าใส พึ่งอุดม

Q: อะไรคือแรงบันดาลใจสำคัญที่ทำให้หันมาสนใจเรื่องการเทรนและการออกกำลังกาย
A: ตอนที่เริ่มออกกำลังกายไม่เคยคิดว่าอยากจะมีหุ่นดี ผมแค่อยากแข็งแรง เพราะสมัยวัยรุ่นผมเคยโดนเพื่อนกลั่นแกล้งมาก่อน เลยเริ่มเล่นยูโด ต่อยมวย กังฟู แต่ยังสู้เขาไม่ได้ เพราะเรามีแค่สกิลแต่ไม่มีพละกำลัง เลยหันมาเล่น 'เวทเทรนนิ่ง' (Weight Training) ปีนี้ก็ย่างเข้าสู่ปีที่ 17 แล้วที่หันมาสนใจเรื่องการเทรนร่างกาย

Q: เป้าหมายต่อไปของคุณคืออะไร

A: ทุกคนเริ่มรู้จักผมจากอินสตาแกรม (@fassai) หลังจากนั้นก็มีเฟซบุ๊กเพจ Fit Junctions และแชนแนลใน Youtube ผมนำความรู้มาเล่าให้ฟังในรูปแบบที่เป็นวิทยาศาสตร์และเข้าใจง่าย ตอนนี้มียอดผู้ติดตามประมาณ 1,200,000 คนแล้ว ผมตั้งใจให้ Fit Junctions เป็นศูนย์รวมความรู้เรื่องการฟิตหุ่นและรักษาสุขภาพ สำหรับเป้าหมายต่อไปคือ อยากให้คนเจนเอ็กซ์และเบบี้บูมเมอร์หันมาดูแลสุขภาพกันมากขึ้น ผมทำรายการชื่อ Serious Workout มีสโลแกน ‘ไม่จริงจังอย่าดู’ เพราะอยากให้ผู้ใหญ่ดูแล้วได้ประโยชน์กลับไปจริงๆ ไม่เสียเวลาไปกับการเล่นมุกตลกไร้สาระ สำหรับปีหน้าจะเปิดคลินิกกายภาพบำบัด ซึ่งตอนนี้กำลังอยู่ในขั้นตอนการจดทะเบียนครับ 

Q: ส่วนใหญ่มีคนมาขอคำปรึกษาเรื่องอะไรมากที่สุด
A: ถ้าเป็นผู้หญิงจะอยากเร่งลดน้ำหนักให้ตัวเองผอมเร็วๆ จนเกิด ‘โยโย่ เอฟเฟกต์’ ส่วนผู้ชายถ้าเป็นวัยรุ่นหน่อยก็อยากจะมีกล้าม ผมก็ต้องบอกว่า น้องใจเย็นๆ นะ เรื่องแบบนี้มันต้องใช้เวลา

Q: แสดงว่าคนส่วนใหญ่ก็ยังมีความเข้าใจผิดเกี่ยวกับการดูแลรูปร่าง
A: ใช่ครับ ทั้งผู้ชายและผู้หญิงไปยึดติดกับสิ่งที่เรียกว่า Fat Diet หรือ สูตรลดน้ำหนักและวิธีอดอาหารแบบผิดๆ ที่ไปอ่านเจอในกระทู้ต่างๆ ซึ่งจริงๆ แล้วร่างกายของแต่ละคนไม่เหมือนกัน คนไทยส่วนใหญ่จะเป็น Skinny Fat คือ ผอมแต่ลงพุง วิธีเช็คง่ายๆ คือ ให้ถามตัวเองว่าถ้าพรุ่งนี้ต้องใส่บิกินี่ คุณพร้อมไหม

Q: ถามจริงๆ เทรนเนอร์เคยแอบไปกินหมูกระทะหรืออาหารบุฟเฟ่ต์ไหม
A: คนที่อยู่ในวงการฟิตเนสกินทุกอย่างครับ อะไรที่ชอบกิน เราหยุดกินไม่ได้หรอก แต่อย่าลืมว่าการให้รางวัลตัวเองด้วยของกินนั้นผิด เช่น คนงดไอศกรีมมาเป็นเดือน แล้วให้รางวัลตัวเองด้วยการกินไอศกรีมชดเชยทุกวัน วันละหลายลูกนั้น มันไม่ช่วยนะครับ

Q: เข้ากระแสฟุตบอลโลกสักหน่อย เชียร์ทีมไหนเป็นพิเศษหรือเปล่า
A: ผมไม่ดูบอล ไม่รู้เรื่องพวกนี้เลยครับ (ยิ้ม) 

Q: ในฐานะโค้ชเทรนเนอร์ มีอะไรอยากแนะนำคนที่เชียร์บอลดึกๆ บ้าง

A: เรื่องเชียร์บอลดึกคงห้ามไม่ได้ เพราะฟุตบอลถ่ายทอดสดตอนดึกเนอะ แต่ผมอยากฝากถึงคนที่ชอบกินขนมระหว่างดูฟุตบอล บางทีเราไม่อยากกินหรอก แต่เราอยากเคี้ยวอะไรสักอย่างเพื่อแก้เบื่อเท่านั้นแหละ หลายคนอ้างว่าการกินทำให้มีความสุข ผมขอเถียงว่าไม่จริง เพราะดูบอลอย่างเดียวก็สนุกอยู่แล้ว ขึ้นอยู่กับว่าเราจะโฟกัสที่อะไร สิ่งที่สำคัญที่สุดคือเราควรมีสติกับการกิน เพราะมันจะช่วยคุณประหยัดเวลาในการออกกำลังกายไปได้เยอะเลย

Q: ฝากเคล็ดลับสำคัญสำหรับคนที่อยากมีหุ่นสวยโดยไม่ต้องพึ่งโค้ช
A: ความจริงผมไม่ห้าม อยากกินอะไรก็กินเลย โค้ชอย่างผมไม่มีหน้าที่ไปบังคับใคร คุณอยากทำอะไรก็ทำได้เลย เพราะร่างกายเป็นของคุณ จะไม่ออกกำลังกายก็ได้ แต่สุดท้ายแล้วครูที่ดีที่สุดคือความผิดพลาด ในอนาคตอีก 10 ปีข้างหน้า เชื่อเถอะว่าจะมีเหตุให้คุณต้องหันกลับมาดูแลร่างกายตัวเอง แล้วจะนึกเสียดายว่า…ถ้ารู้แบบนี้ฉันน่าจะเริ่มตั้งแต่วันนั้นเลยดีกว่า
สุดท้ายแล้วโค้ชเทรนเนอร์ก็ไม่ใช่เจ้าของชีวิตคุณ เพราะเขาทำได้แค่ให้คำแนะนำ อย่าลืมว่า ‘อยากกินอะไรก็กินได้ เพราะชีวิตเป็นของคุณ’ แต่ต้องดึงสติให้ทันปาก ก่อนที่เราจะทุกข์ใจเรื่องรูปร่างหรือมีปัญหาสุขภาพในภายหลัง อย่าลืมนะ…เคล็ดลับสำคัญขั้นเบสิกที่ใครๆ ก็สามารถทำได้หากอยากมีหุ่นสวยโดยไม่ต้องพึ่งโค้ช สะกดแค่ 2 พยางค์เท่านั้น ‘สติ’  

 

GameOn,News Beat,Rabbit Today

เทย่า โรเจอร์

Q: ก่อนจะมาเจอกับเทย่า โรเจอร์ Rabbit Today แอบตามไปส่องใน Instagram ของคุณมา เห็นว่าไปเที่ยวบ่อยมาก…กกก
A: (หัวเราะ) จริงๆ ตอนนี้เทย่ามีแพลนจะทำรายการท่องเที่ยว ซึ่งจะเริ่มถ่ายช่วงเดือนมิถุนายนนี้แหละค่ะ ต่อจากนี้ไปน่าจะได้เดินทางบ่อยกว่าเดิมอีก อาจจะมี 1-2 ทริปต่อเดือนเลย 

Q: แล้ว Passion ของคุณกับการท่องเที่ยว มีที่มาที่ไปอย่างไร
A: ต้องบอกว่าเทย่าเดินทางตั้งแต่ยังเบบี๋เลยค่ะ เริ่มจากตอนเด็กๆ ย้ายจากแคลิฟอร์เนียไปเพนซิลเวเนีย จากนั้นก็ย้ายมาอยู่ไทยตอน 8 ขวบ แล้วเชื่อไหม ช่วงที่อยู่เมืองไทย คุณแม่ของเทย่าต้องไปทำงานต่างประเทศบ่อยมาก เทย่ากับคุณพ่อก็เลยได้ติดสอยห้อยตามเดินทางไปกับคุณแม่ด้วย เทย่าเลยรู้สึกว่า เราเติบโตมากับการเดินทาง การได้เห็นวัฒนธรรมและวิถีชีวิตของคนชาติอื่น ทำให้เทย่าได้ประสบการณ์จากการเดินทาง จากคนที่มุมมองความคิดไม่เหมือนเรา ดังนั้นเทย่ามองว่าการท่องเที่ยวมันเป็นอะไรที่สำคัญมากๆ ค่ะ อยากให้ทุกคนหาเวลาเดินทาง ไม่ต้องไปต่างประเทศก็ได้ แค่ในประเทศไทยเอง แค่อยู่กันคนละจังหวัด วิถีชีวิตก็ต่างกันแล้ว

Q: ในการเดินทางไปเที่ยวที่ต่างๆ คุณชอบอะไรมากที่สุด
A: เทย่าชอบที่เราไม่สามารถบอกได้ว่าเราจะพบเจอกับอะไรบ้าง เราอาจจะเจอร้านอาหารที่อร่อยที่สุดที่ไม่เคยรู้จักมาก่อนก็ได้ อาจจะเจอคนที่น่าสนใจมากๆ เจอศิลปะ เจอสถานที่สวยๆ เรียนรู้วัฒนธรรมใหม่ๆ ทั้งหมดคือประสบการณ์ที่เราไม่สามารถเดาได้ว่าจะเจอกับอะไรบ้าง มันคือเสน่ห์ของการท่องเที่ยวค่ะ (ยิ้ม)

Q: เดินทางก็บ่อย ไปเที่ยวก็บ่อย คุณดูแลตัวเองอย่างไรบ้าง 
A: เทย่าเป็นคนชอบออกกำลังกายค่ะ ที่ชอบออกกำลังกายก็เพราะว่าชอบกิน (หัวเราะสนุก) เทย่าเป็นนักกีฬามาตั้งแต่เด็ก เมื่อก่อนคุณพ่อเป็นนักวิ่ง ท่านจะพาเทย่าวิ่ง พอเข้าเรียนเทย่าก็ทั้งวิ่ง เล่นบาสฯ ว่ายน้ำ แล้วก็เล่นกีฬามาเรื่อยๆ ก่อนหน้านี้ก็บ้าต่อยมวยมาก ไปต่อยมวยอาทิตย์ละ 4 วัน บางช่วงก็โยคะ บางช่วงก็พิลาทิส ส่วนช่วงนี้ก็จะเล่นโยคะกับ HIIT Training ใน 1 อาทิตย์เทย่าก็จะแบ่งเป็นคาร์ดิโอ 4 วัน ส่วนอีก 3 วันจะยกเวทค่ะ

Q: โอ้โห…ตารางแน่นขนาดนี้ แสดงว่าคุณให้ความสำคัญกับการออกกำลังกายมาก 
A: ที่สุดเลยค่ะ เพราะว่าร่างกายเราได้มาแค่นี้ ก็ต้องดูแลเนอะ เพราะตรงไหนเสียเราคงไปขอชิ้นใหม่ไม่ได้ ถ้าเราดูแลร่างกาย หุ่นเราก็จะดี ผิวพรรณก็จะดีขึ้น ทุกอย่างมันเชื่อมโยงกันไปหมด

Q: มีแฟนเป็นนักฟุตบอล (มิก้า ชูนวลศรี)ที่ต้องฟิตร่างกายอยู่ตลอดเวลา ไปออกกำลังกายด้วยกันบ่อยไหม
A: มีบ้างค่ะ แต่จะออกกำลังกายด้วยกันตลอดก็ไม่ได้ เขาจะมีไปเทรนนิ่งเป็นประจำทุกวันอยู่แล้ว จะมีแค่เช้าบางวันที่เราไปออกกำลังกายด้วยกัน หลังจากนั้นเขาจะไปซ้อมต่อตอนเย็น การออกกำลังกายของเรานั้นทำด้วยกันได้แค่บางท่า อย่างบางครั้งมิก้าจะแนะนำให้เทย่าออกกำลังกายท่าเดียวกับเขา แต่ว่าเขาเป็นนักฟุตบอล ต้องเน้นกล้ามเนื้อขา แต่ถ้าเทย่าทำก็จะกลายเป็นผู้หญิงขาใหญ่ทันที (หัวเราะ) ดังนั้นเทย่าขอบายท่านี้ค่ะ ท่าที่เราออกกำลังกายด้วยกันได้ง่ายที่สุดคือเล่นท้องค่ะ

Q: แล้วถ้าอายุเริ่มแตะเลข 4 เลข 5 คิดว่าตอนนั้นจะดูแลตัวเองอย่างไร
A: เทย่าว่าถึงตอนนั้นตัวเองคงออกกำลังกายไปเรื่อยๆ แหละค่ะ แต่ก็ขึ้นอยู่กับอายุของเราด้วย ตอนนั้นเราอาจจะข้อเข่า ข้อศอก ข้อเท้าเสื่อม อาจจะหาวิธีออกกำลังที่มัน Low Impact ไม่กระทบกับร่างกายของเรามาก ส่วนตัวเทย่าคิดว่าพิลาทิสน่าจะเป็นกีฬาที่สามารถเล่นได้เรื่อยๆ เพราะสามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบการเล่นได้ตามความต้องการของร่างกาย

Q: เข้าเรื่องฟุตบอลบ้าง ปกติแล้วตามไปเชียร์ มิก้า เตะบอลบ่อยไหม
A: ก็… บ่อยเหมือนกันนะคะ เทย่าจะพยายามไปดูเขาที่สนามถ้าไปได้ แต่ถ้าไม่ได้ไปก็จะดูที่บ้านแทน ตั้งแต่คบกันมา ไม่ได้ดูเขาแข่งแค่ 3-4 นัดเท่านั้นเองนะ แล้วที่เทย่าดูไม่ได้เพราะเทย่าอยู่บนเครื่องบิน หรือไม่ก็ถ่ายละครอยู่ คือเราดูไม่ได้จริงๆ นอกนั้นก็จะดูตลอด ถ้าไปที่สนามไม่ได้ก็จะดูผ่านมือถือ ผ่านโทรทัศน์แทน

Q: นอกจากเชียร์แมตช์ที่มิก้าแข่งปกติเทย่าเชียร์บอลไหม
A: ต้องบอกตรงๆ ว่า ก่อนหน้าจะคบมิก้า เทย่าไม่ได้ดูบอลเลย เมื่อก่อนเทย่ามีความเป็นอเมริกันสูงมาก ดูแต่อเมริกันฟุตบอล บาสเกตบอล ดูบอลแค่ผ่านๆ เท่านั้น ดังนั้นถ้าถามว่าถ้ามิก้าไม่ได้แข่ง แล้วเทย่าจะตื่นเช้าเพื่อมาดูบอลไหม คำตอบคือ ไม่ค่ะ (หัวเราะ) ก่อนคบมิก้าดูบอลไหม ก็ไม่อีกนั่นแหละค่ะ แต่พอคบกับมิก้าก็ขยันตื่นมาทุกนัดที่เขาแข่งเลย (หัวเราะ) ที่ต้องตื่นเช้าเพราะบางทีเทย่าอยู่สหรัฐอเมริกา แต่มิก้าแข่งที่ไทยค่ะ

Q: แล้วมีโมเมนต์เชียร์บอลด้วยกันบ่อยหรือเปล่า
A: ก็มีบ้างนะ มิก้าเขาเป็นแฟนบอลลิเวอร์พูล เทย่าเลยกลายเป็นแฟนลิเวอร์พูลไปโดยปริยาย (หัวเราะ)

Q: อารมณ์การเชียร์บอลกับนักฟุตบอลเป็นอย่างไร Passion มีมากขนาดไหน
A: โอ้โห…(หัวเราะสนุกมาก) เทย่าว่าจริงๆ จะเชียร์บอลกับแฟนบอลหรือนักฟุตบอลน่าจะมี Passion พอๆ กันค่ะ แต่นักฟุตบอลจะรู้ลึกรู้จริงกว่า คือเขาจะรู้เบื้องหลังการซ้อม ทีม โค้ช รู้เทคนิคมากกว่า มองลึกกว่าแฟนบอลทั่วไป ซึ่งเทย่าก็จะเออๆ ออๆ ตามน้ำไป

Q: เชียร์บอลด้วยกัน เคยมีโมเมนต์เชียร์คนละทีมไหม
A: ถ้าเป็นไทยลีก แล้วไม่ใช่ทีมที่มิก้าเล่นก็จะมีเชียร์คนละทีมบ้างค่ะ แต่ถ้าเป็นตอนนี้เลยคือเราสองคนดู NBA Final กันอยู่ แล้วมิก้าเชียร์ Cavaliers ส่วนเทย่าเชียร์ Warriors กำลังเป็นประเด็นถกเถียงกันทุกเช้าเลยค่ะ (หัวเราะ)

Q: แล้วฟุตบอลโลกครั้งนี้ เทย่าเชียร์ทีมไหน
A: ความจริงแล้วอยากเชียร์เวลส์ค่ะ แต่ว่าตกรอบไปก่อนแล้ว เลยเชียร์ญี่ปุ่นแล้วกัน เพราะโอกาสมันน้อยมากที่ทีมจากเอเชียจะเข้าไปเล่นในเวิลด์คัพ และเทย่าก็ชอบวินัยในการทำงานของเขา นักเตะไทยเองก็ได้ไปเล่นในเจลีกด้วย ไหนๆ ไทยก็ไม่ได้ไปแล้ว ขอส่งใจให้ทีมชาติญี่ปุ่นแล้วกันค่ะ (ยิ้ม)