เรื่องเด่น

ว่าด้วยเรื่อง 'กิ๊ก' ของคน Gen Y

Published 3 ก.ย. 2018

By Rabbit Today

MAIN_920x470

คนไทยกินข้าว ส่วนฝรั่งกินขนมปังและเนย (Bread and Butter) เป็นชีวิตจิตใจ

คนไทยมีสุภาษิต สำนวนไทย ฝรั่งก็มี Idiom ไว้ใช้ หลอกให้คนที่ไม่ใช่เจ้าของภาษาแบบเราฟังแล้วงงเล่น

Bread and Butter’ อาหารหลักประจำชาติของฝรั่งไม่ได้มีแค่ความหมายตรงๆ แปลว่า ขนมปังและเนย แต่มีอีกความนัยอ้อมๆ แปลว่า แหล่งรายได้หลัก หัวใจหลัก หรือแปลว่าตัวทำเงินก็ยังได้

จะว่าไปแล้ว ถ้ามองแคบๆ แค่ในไทย วัฒนธรรมการกินของคนแต่ละรุ่น แต่ละยุคสมัยนั้นเปลี่ยนแปลงไปตามกระแสวัฒนธรรมต่างชาติที่พัดผ่าน ทั้งจากซีกโลกตะวันตก และซีกโลกตะวันออก จากเคยชอบอาหารไทย ก็เริ่มหันไปกินกิมจิ ซูชิ หรือพาสต้า พิซซ่า สปาเกตตี ว่ากันไป

เมื่ออาหารหลักเปลี่ยนไป แหล่งรายได้หลักของคนรุ่นใหม่จึงเปลี่ยนตาม

ว่าด้วยเรื่อง ‘กิ๊ก ของคน Gen Y,News Beat,Rabbit Today

ว่าด้วยเรื่อง ‘เจเนอเรชั่น’

  ใครคนหนึ่งบอก ‘เวลาเปลี่ยน คนเปลี่ยน’

งานประจำที่เคยเป็นรายได้หลัก อาจไม่สำคัญอีกต่อไปก็ได้…ใครจะรู้

ย้อนรอยกลับไปสมัยหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 Gen B หรือ เบบี้บูมเมอร์ ถือกำเนิดขึ้น การเติบโตในยุคสมัยนั้น ทำให้คน Gen B เห็นถึงความยากลำบากของพ่อแม่ ดังนั้น ไม่ต้องแปลกใจถ้าคน Gen B จะถูกนิยามให้ว่าถึก ทน และสู้งานเป็นที่หนึ่ง จะสู้กับงานจนกว่าจะชนะ

เพราะฉะนั้นเหตุการณ์เปลี่ยนงานเป็นว่าเล่นจึงไม่เกิดขึ้นกับคน Gen B แน่ โดยอาชีพที่คน Gen B ส่วนใหญ่ตั้งเป้าไว้คือ รับราชการ อาชีพที่ชาตินี้ไม่อดตาย ไม่โดนไล่ออกง่ายๆ ต่อให้เกษียณอายุก็มีเงินบำนาญรองรับ แก่ไปจึงสบายตัว

มาต่อที่คน Gen X คนกลุ่มนี้เกิดในยุคมั่งคั่ง โตขึ้นมาพร้อมกับพัฒนาการของวิดีโอเกม คอมพิวเตอร์ เผลอๆ ทันดูทีวีจอขาวดำด้วย คนกลุ่มนี้ให้ความสำคัญกับครอบครัว ดังนั้นงานกับครอบครัวจึงต้องสมดุลกัน พวกเขาชอบทำงานแบบไม่พึ่งพาใคร และมีความเป็นตัวของตัวเอง คน Gen X จึงไม่จมอยู่กับการทำงานที่เดียวนานๆ หากไม่ได้รับสิ่งตอบแทนที่เรียกว่า ‘ความก้าวหน้า’ รวมถึงยุคนั้น บริษัทเอกชนใหญ่ๆ เริ่มเติบโต การทำงานในบริษัทเอกชนเงินเดือนดีจึงเป็นเรื่องที่เจ๋งกว่า ไต่ระดับได้ไว โตไปเป็นเจ้าคนนายคนสิถึงจะดี

ตัดภาพกลับมาที่คน Gen Y เกิดมาในช่วงที่เทคโนโลยีกำลังได้รับการพัฒนาแบบสุดกู่ เศรษฐกิจเติบโต และเริ่มมีอินเทอร์เน็ตใช้ เป็นคนกล้าแสดงออกและชอบความท้าทาย ไม่ชอบการบังคับขู่เข็ญ รักอิสระ ดังนั้น เรื่องอาชีพ ถ้าเป็นงานราชการตัดไปได้เลย บริษัทเอกชนก็อาจจะยังต้องคิดดูอีกที เพราะเผลอๆ อาจมีช่องทางทำเงินกัน ตั้งแต่ยังเรียนไม่จบก็มี หรือไม่ต้องทำงานประจำ แต่หารายได้จากการเป็นฟรีแลนซ์ก็ถมไป

ว่าด้วยเรื่อง ‘กิ๊ก ของคน Gen Y,News Beat,Rabbit Today

ว่าด้วยเรื่อง ‘ฟรีแลนซ์’

  ย้อนกลับไปไม่นาน…คำว่า ‘ฟรีแลนซ์’ เริ่มเข้ามามีบทบาทในสังคมไทย คำคำนี้ถูกหยิบมาใช้บ่อยในเหล่าวัยรุ่นสร้างตัว กรณีตัวอย่าง ณ เชงเม้งงานรวมญาติ อากง อาม่า ลุง ป้า น้า อา เอ่ยถามกับ Gen Y ว่า “ตอนนี้หนูทำงานอะไรจ๊ะ” Gen Y ตอบกลับไปว่า “ตอนนี้เป็นฟรีแลนซ์ค่ะ/ ครับ”

ประโยคบอกเล่าธรรมดาๆ ที่ผู้ใหญ่รุ่นเดอะฟังแล้วไม่ค่อยเก็ตสักเท่าไร เผลอๆ อาจเป็นชนวนเหตุของคำถามยาวเป็นพืดสวนกลับมาก็ได้ แต่นั่นละค่ะ เขาจะไปเข้าใจได้อย่างไร ในเมื่อศัพท์คำนี้เพิ่งเข้ามามีบทบาทในไทย ไม่ได้เป็นอาชีพยอดฮิต และ/ หรือวิธีคิดที่เกิดจากเบบี้บูมเมอร์ หรือ Gen X

ปัจจุบันเจเนอเรชั่นล่าสุดที่กำลังอยู่ในขั้นตอนส่งตัวเข้าตลาดแรงงานใกล้จะหมดล็อตเต็มที คือ กลุ่มคน Gen Y เป็นกลุ่มคนที่มักถูกจำกัดความว่า ‘ไร้ความอดทน’ (มองบนแป๊บ) การเข้าสู่ตลาดแรงงานของคน Gen Y ไม่เพียงแต่ส่งผลให้คนเจเนอเรชั่นอื่นต้องรีบปรับตัวกันให้จ้าละหวั่น แต่ด้วยคาแรกเตอร์ที่ชอบพุ่งเข้าชนทุกความท้าทาย ความกล้าแสดงออก ชอบหาไอเดียใหม่ๆ และรักความก้าวหน้า ส่งผลให้เกิดพฤติกรรมการทำงานใหม่ๆ แบบที่ไม่เคยมีมาก่อน

คำว่า ‘ฟรีแลนซ์’ นี่แหละคือสิ่งที่แสดงถึงพฤติกรรมการทำงานสไตล์ Gen Y ได้เป็นอย่างดี ซึ่งคำคำนี้หมายถึง อาชีพอิสระที่ไม่ต้องขึ้นตรงกับหน่วยงานไหน เลือกงานได้ตามใจชอบ อยากทำงานเวลาไหนก็ได้ ที่ใดก็ได้ แค่จัดระเบียบความขี้เกียจของตัวเองให้ดีก็พอ

นอกจากนี้ฟรีแลนซ์ยังถูกจำแนกออกไปได้หลายแขนงได้แก่ Independent Contractors คนที่รับจ้างทำงานเป็นโปรเจกต์ Moonlighters เป็นคนที่มีงานประจำเป็นตัวเป็นตนอยู่แล้ว แต่ก็แอบมีอาชีพเสริมเล็กๆ น้อยๆ หรือที่เรียกกันว่า ‘ฝิ่น

Diversified Workers คือคนที่หารายได้จากหลายช่องทาง เช่น เช้าขายของที่ตลาด กลางวันกลับมาบ้านเขียนบทความส่ง ตกเย็นแปลงร่างเป็น Uber ออกไปขับรถรับ-ส่ง หรือบางคนเป็น Temporary Workers หรือฟรีแลนซ์ประจำที่รับงานจากลูกค้าเพียงเจ้าเดียว เป็นการผูกมัดกันในระยะเวลาสั้นๆ และสุดท้าย Freelance Business Owner คือกลุ่มคนที่ทำงานฟรีแลนซ์ แล้วจ้างฟรีแลนซ์คนอื่นมาร่วมด้วยช่วยกันทำงาน

ว่าด้วยเรื่อง ‘กิ๊ก ของคน Gen Y,News Beat,Rabbit Today

ว่าด้วยเรื่อง ‘กิ๊ก’

  แล้ว ‘ฟรีแลนซ์’ กับ ‘กิ๊ก’ เกี่ยวข้องกันอย่างไร… คำตอบคือ ฟรีแลนซ์เป็นซับเซ็ตของ ‘กิ๊ก’

‘กิ๊ก’ ที่ว่านี้คือ ‘Gig Economy’ ระบบเศรษฐกิจใหม่ที่สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ของ Gen Y ซึ่งบูมมากในเมืองนอกและกำลังค่อยๆ เติบโตในเมืองไทย

Gig เป็นคำนาม แปลเป็นไทยได้ว่า อาชีพที่เป็นอาชีพชั่วคราวหรือมีอนาคตที่ไม่แน่นอน ความหมายของ Gig Economy จึงแปลตรงตัวเลยว่า เป็นระบบเศรษฐกิจที่ผู้ทำงานสามารถเลือกรับงานได้ตามความต้องการ ทำเป็นครั้งคราว ไม่มีข้อผูกมัดใดๆ งานมาเงิน ไปเป็นอันจบ ดังนั้น ระบบเศรษฐกิจที่เรียกว่า Gig Economy นี้จึงมีงานประเภทฟรีแลนซ์ พาร์ตไทม์ ชั่วคราว รวมไปถึงการเป็นนายตัวเองเป็นซับเซ็ตรวมอยู่ด้วย

ความอิสรเสรีของงาน ไม่ต้องรีบตื่นมาเข้า Office Hours ให้ทัน อยากพักก็ได้พัก อยากหยุดก็ได้หยุด ไม่ต้องนั่งหลังขดหลังแข็งประจำอยู่ที่โต๊ะเก้าอี้ตัวเดิม อยากทำงานที่ไหนก็ได้ ขอแค่งานเสร็จทันส่งเป็นอันพอ และถึงแม้ว่ารัฐบาลจะประกาศให้เงินเดือนปริญญาตรีสตาร์ตที่ 15,000 บาท ก็ไม่ได้แปลว่าทุกบริษัทจะพร้อมสู้และเงินจะพอใช้ เผลอๆ ‘ฝิ่น’ ที่รับมาเงินดีกว่านั่งทำงานทั้งเดือนด้วยซ้ำ! ครั้นจะนั่งทนทำงานงกๆ รอวันเติบโตก็ไม่รู้ว่าเมื่อไร ถึงจะไต่ได้สูง ดังนั้น งานประจำจึงไม่ใช่งานหลักอีกต่อไป และไม่ใช่เรื่องแปลกถ้าจะเห็นคนรุ่นใหม่มีมากกว่า 1 งาน

ว่าด้วยเรื่อง ‘กิ๊ก ของคน Gen Y,News Beat,Rabbit Today

ว่าด้วยเรื่อง ‘ความเสี่ยง’

  ในเมื่อเหรียญมี 2 ด้าน…จะพูดถึงข้อดีอย่างเดียวคงไม่ได้ข้อเสียของระบบนี้ก็ไม่ธรรมดา ถ้าไม่เจ๋งก็เจ๊งไปเลย ด้วยความไม่มั่นคงของงาน ความเสี่ยงทั้งหลายจึงตามมา เดือนไหนงานมากเงินก็มาก บางเดือนก็ว่างงานจนกร่อย ถ้าใครเป็นฟรีแลนซ์เต็มตัว ไม่มีงานประจำรองรับ ก็ต้องยอมรับว่าสวัสดิการอะไรก็ไม่มี เรื่องโบนัสถ้าอยากได้ก็จ่ายตัวเอง

ส่วนเรื่องเงิน ถ้าได้ค่าจ้างไวก็ถือว่าโชคดี ถ้าเขาจ่ายช้าถือเป็นเรื่องธรรมดา แต่ถ้าโดนโกงขึ้นมาก็ตัวใครตัวมัน

อ่านๆ ดูแล้วอาจจะรู้สึกว่าข้อเสียเหล่านี้ก็เสี่ยงเอาเรื่อง… แต่สำรับชาว Gen Y แล้วเรื่องเสี่ยงๆ ไม่ใช่ปัญหา! และดูท่าว่า Gig Economy คงจะเติบโตขึ้นอย่างฉุดไม่อยู่เสียด้วย สังเกตได้จากเว็บไซต์หางานสำหรับชาวฟรีแลนซ์ที่เริ่มผุดขึ้นมาบนหน้าเฟซบุ๊กให้เราเห็นกันบ่อยๆ เช่น Fastwork หรือบนแอพพลิเคชั่นที่คุณเรียกใช้บริการประจำอย่าง Lineman, Grab หรือ Airbnb ก็ด้วย หรือถ้าบริษัทของคุณมักจะจ้าง Outsource มารับงานไปทำต่อก็ถือว่าเข้าข่าย ใช่เลย

ไม่ว่าคุณจะเกิดมาในยุคไหน เจเนอเรชั่นอะไร ก็สามารถเลือกเป็นในสิ่งที่อยากเป็นได้ทั้งนั้น

คน Gen X บางคนผลักดันตัวเองสุดฤทธิ์ ทำงานบริษัทเอกชนยักษ์ใหญ่ เงินเดือนดีมาทั้งชีวิต สุดท้ายอาจอยากปลูกผักปลูกหญ้าทำมาหากินตามวิถีชีวิตเกษตรกร

ในขณะที่คน Gen B บางคนรับราชการ ทั้งชีวิตไม่เคยตกงาน อาจกำลังนึกอิจฉาเด็ก Gen Y อยู่ในใจที่สามารถเลือกงานทำได้ตามใจชอบ แต่สุดท้ายก็อาจอยากปลูกผักปลูกหญ้า

ส่วนเด็กรุ่นใหม่ผู้รักอิสระอย่าง Gen Y ที่นั่งๆ นอนๆ ทำงานฟรีแลนซ์อยู่บ้าน อาจจะสะอึกทุกครั้งที่ไม่มีสลิปเงินเดือน หรือยื่น Bank Statement ไม่ผ่านเวลาขอกู้เงินธนาคาร...ใครจะรู้! สุดท้ายพวกเขาอาจจะอยากปลูกผักปลูกหญ้าด้วยเหมือนกัน