เรื่องเด่น

ฉันจะนอนกอดเธอ เสาวนิตย์ นวพันธ์

Published 5 พ.ย. 2018

By Rabbit Today

GOB-SAOVANIT-interview-scoops-Rabbit-Today-banner

ทิ้งระยะห่างนาน 2 ปี ในที่สุดเราก็ได้ฟังผลงานเพลงล่าสุดของนักร้องหญิงคุณภาพอีกคนหนึ่งของเมืองไทย

นี่เป็นการเริ่มต้นในแบบ ‘กบ-เสาวนิตย์ นวพันธ์’ เธอเลือกเดินบนเส้นทาง ‘ศิลปิน’ โดยแท้ เริ่มต้นด้วยหัวใจอิสระ ไร้สังกัด เริ่มต้นด้วยบทเพลงใหม่ ไร้ขีดจำกัด เริ่มต้นด้วยทุกท่วงทํานอง ทุกการร้อง และดนตรีที่กลั่นกรองออกมาจากอารมณ์ความรู้สึกล้วนๆ

‘ฉันจะนอนกอดเธอ’ คือเพลงบอกรัก แนว Modern Rock ที่อยู่บนพื้นฐาน Pop มีกลิ่นอายไทยๆ ผสานกับดนตรีแบบคลาสสิก ที่มีเครื่องสาย Woodwind Harp Piano และคอร์ดในแบบ Jazz เบาๆ อัดด้วยเครื่องดนตรีสดทุกชิ้น 

แน่นอน, เมื่อบวกกับสไตล์การร้องที่นุ่มนวล ยิ่งทำให้เพลงเพลงนี้ผสมผสานออกมาได้อย่างอบอุ่น นุ่มนวล จน Rabbit Today อดใจไม่ไหว…ต้องชวนเธอมาคุย

Q: อยากให้ช่วยขยายความนิดหนึ่ง ที่คุณเคยบอกว่าหน้าที่ของคนทำอาชีพนักร้อง คือการผลิตผลงานเพลงออกมาเรื่อยๆ จนทุกวันนี้คุณยึดมั่นคำคำนั้น และทำตามมาโดยตลอดใช่หรือไม่

A: ก็เลือกที่จะมีอาชีพนักร้องแล้วนี่คะ ที่ผ่านมาจึงโฟกัสที่คอนเสิร์ตและเพลงที่แต่งขึ้นเอง แต่ไม่ได้เน้นออกเพลงมามากๆ และ 2 ปีที่ว่างเว้นไป ก็เพราะมีงานสอนร้องเพลงค่ะ ประกอบกับเป็นช่วงที่วงการเพลงบ้านเราเงียบๆ หลังจากงานพระราชพิธีฯ ด้วย ที่ผ่านมาจึงไปเรียนวิชาอื่นๆ เช่น วาดรูป ตีกลอง ให้เวลากับการออกกำลังกายมากขึ้น เสร็จแล้วพอได้พัก ก็มาเจอกับน้องนน (นนกุล-ชานน สันตินธรกุล นักแสดงวัยรุ่น พระเอกภาพยนตร์ ‘ฉลาดเกมส์โกง’) เขามาสมัครเรียน ก่อนหน้านั้นก็คิดเหมือนกันนะว่าอยากจะกลับมาทำงานเพลง แต่ยังไม่อยากมาก 

Q: ทราบมาว่าปกติคุณไม่ค่อยรับสอนดารา-นักแสดงนี่นา

A: ใช่ค่ะ ไม่ชอบสอนดารา ใครมาสมัครก็ไม่รับ เพราะกลัวเขายกเลิก บางทีนัดวันกันเสร็จสรรพ ถึงเวลาเรียนโทรมายกเลิก กบมีกฎของตัวเองนะ และไม่อยากเสียเวลากับนักเรียนที่ไม่มีเวลา แต่สำหรับนนที่ต้องเท้าความเล่าถึง เพราะตอนสมัครเขาโทรมาด้วยตัวเอง ไม่ผ่านผู้จัดการ และไม่ได้บอกว่าตัวเองเป็นดารา เหมือนเด็กคนหนึ่งที่มาสมัครเรียนน่ะ แต่แอบสะกิดใจนิดหนึ่งเพราะเขาเร่งมาก บอกไปเรียนวันนี้เลยได้ไหม ยังคิดนะว่าไอ้เด็กคนนี้มันแปลกๆ แอบเอะใจ 

บอกให้มาเขียนใบสมัคร เขาเข้ามาหาและเขียนว่าเป็นนักแสดง ซึ่งกบไม่ทราบเลย เพราะไม่ได้ดูหนังที่เขาเล่น ไม่รู้ว่าดังมาก เขาบอกแค่ผมอยากเรียนร้องเพลง กบบอกเลยว่าถ้าเรียนแบบมาติวนี่ไม่รับสอนนะ เพราะดาราส่วนมากชอบมาติวเพื่อจะไปร้องเพลงออกงาน ซึ่งพอได้เจอตัว ได้สอนแล้วไม่ค่อยอยากจะสอนอีก เขาแค่อยากติวเพื่อทำงาน ไม่ได้อยากเรียน ขณะที่นนบอกตามสบายเลยครู ผมอยากรีบเรียน แต่ไม่ได้รีบเอาไปใช้งานอะไรหรอก 

พอได้สอนก็รู้ว่าเด็กคนนี้ตั้งใจจริง เขาจะถามโน่นนี่นั่นตลอด พูดไม่หยุด ต่างจากนักเรียนของกบคนอื่นที่จะชิลล์ๆ เรียนไปเรื่อยๆ จากการซักถาม การแลกเปลี่ยนในเรื่องการทำงาน ทำให้เรารู้สึกว่ามีไฟ และอยากกลับมาทำงานเพลงต่ออีก 

Q: อย่างนี้ถ้าบอกว่าลูกศิษย์จุดไฟให้คุณครูจะได้ไหม

A: งานสอนนั้นช่วยจุดไฟให้อยู่แล้วละค่ะ กบเริ่มนึกถึงสมัยตอนเพิ่งหัดร้องเพลง จนวันนี้ที่มีของอยู่ในมือพร้อมแล้วทุกอย่าง จึงสะกิดใจว่าแล้วทำไมไม่ทำ กลับมาตอบคำถามแรกนะคะว่า อาชีพนักร้องคือการผลิตผลงานเพลงออกมาเรื่อยๆ ขออนุญาตขยายความต่ออีกนิดหนึ่งคือ ผลิตเพลงโดยมีสังกัดหรือไม่มีก็ตาม 

Q: การทำงานในฐานะ Executive Producer ที่เลือกทำเพลงเองโดยไม่สังกัดค่ายใด มีความยาก-ง่าย อย่างไรบ้าง

A: ยากค่ะ ก่อนหน้าเหมือนกบทดลองทำกับเพลง ‘หากไม่มีพรุ่งนี้’ คือแต่งเพลงเองหมดเลย เนื้อร้อง ทำนอง มีโปรดิวเซอร์ช่วยเรียบเรียงให้ พอมาถึง ‘ฉันจะนอนกอดเธอ’ การทำงานเริ่มจากคุยกับคนรอบตัวว่าเราอยากทำนะ แต่ถ้าแต่งเพลงเองเหมือนที่ผ่านมาคนอาจยังไม่ชอบลายมือเรา คือตัวเองคิดว่าเพราะ แต่คนทั่วไปอาจจะไม่ชอบ 

ช่วงที่พักงานเพลงไป 2 ปี กบมีโน่นนี่นั่นให้ทำ ไม่ได้มีงานสอนอย่างเดียว อย่างเช่นงานร้องเพลง งานอีเว้นต์ หรือคอนเสิร์ต แต่พอจะร้องเพลงอะไรก็ต้องมานั่งดูเรื่องลิขสิทธิ์ ดูหลายๆ เรื่องประกอบกัน ทีนี้พอจะทำงานขึ้นมาชิ้นหนึ่ง คนชอบมาถามเรื่องการค้าการขายกับเรา ซึ่งกบไม่ใช่แนวนั้นน่ะ การทำงานยังไม่เกิดขึ้นเลยด้วยซ้ำจะให้ค้าขายอะไรล่ะ

การเป็นนักร้องสำหรับกบคือมากกว่าการร้องเพลง แต่มันต้องออกผลงานน่ะ แล้วไม่ได้แค่ร้องคัฟเวอร์เพลงคนอื่นอย่างเดียว ไม่ใช่ (ย้ำ) อย่างตัวกบได้มีโอกาสทำงานเพลงกับแกรมมี่ตั้งแต่ชุดแรก เลยรู้สึกว่า คนเป็นนักร้องเราต้องผลิตผลงานเพลง แต่คนอื่นอาจจะให้คำจำกัดความอีกอย่างหนึ่ง 

นักร้องมันต้องมีเพลงใหม่นะ แต่ทุกคนบอกแม้แต่นักร้องเบอร์ใหญ่ เขาก็ไม่ออกงานเพลงใหม่กันเลยนะ เราหันไปมอง…ก็จริงนะ เขาคงมีข้อจำกัดเยอะกว่าเรามั้ง เช่น ถ้าออกงานเพลงมาแล้วไม่ดัง เขาอาจจะสูญเสียความมมั่นใจไปหรือเปล่า 

Q: ซึ่งคุณเองก็ถือเป็นเบอร์ใหญ่

A: (ส่ายหน้าปฏิเสธ) เบอร์ใหญ่ยังไงคะ กบไม่ได้ดังสุดๆ ไม่ใช่แมสมาร์เก็ต คนไม่รู้จักกบก็มีเยอะ

Q: คิดว่า ‘นักร้องไทย’ มีวันหมดอายุไหม

A: ปัจจุบันกบว่าไม่มีนะ อาจจะมองต่างมุม มองคนละแบบกับคนที่เขาดังมากๆ และมีแฟนเพลง หรืองานเพลงยังขายได้ถึงปัจจุบัน กบคิดว่าตัวเองอยู่ตรงกลางพอดีเป๊ะ คิดดูสิว่ากบเกิดมาในฐานะศิลปินยุคที่ซีดีลดราคาในวันออกผลงานเพลงวันแรก จึงไม่รู้สึกกับการที่นักร้องต้องขายผลงานเพลงได้เป็นล้านๆ แผ่น แล้วอยู่ดีๆ เกิดขายไม่ได้ กบจึงไม่มีอาการหวั่นไหว ตรงกันข้าม ทุกวันนี้ที่เรายังมีงานอยู่ มันเป็นเพราะตัวเราเอง อาจจะไม่ใช่เพราะเพลงดัง แต่เป็นเพราะตัวเองเลือกร้องเพลงสากลด้วยมังคะ

คนอื่นอาจจะร้องเพลงในอัลบั้มเป็นหลัก แต่กบเริ่มจากร้องเพลงสากลมาก่อน จึงเหมือนยืนอยู่ 2 ขา ถึงไม่ออกผลงานเพลงแต่ก็ยังพอมีงาน แต่ก็จะไม่เกิดงานต่อเนื่อง เพราะคนอัปเดตจากการสร้างผลงานใหม่ พูดง่ายๆ คือดูจากสื่อ กบไม่ใช่คนในสื่อ เพราะไม่ค่อยออกสื่อ นักร้องคนไทยไม่ค่อยออกสื่อเวลาไม่มีงาน ไม่เหมือนดารา ฉะนั้นกบถึงบอกว่านอกจากอยากจะทำงานเพลงแล้ว มันคือการสร้างงานให้เราสามารถทำอาชีพนี้ต่อไปได้เรื่อยๆ โดยอัตโนมัติค่ะ 

Q: ปีนี้ 2018 การเป็นนักร้องต้องปรับตัวเองเยอะมากหรือไม่ อย่างตัวคุณเองก็อยู่คร่อมระหว่างยุคนักร้องเก่ากับนักร้องยุคใหม่

A: จะบอกว่าอยู่มาตั้งแต่ยุคคอมพิวเตอร์เพิ่งเกิดใช่ไหม (หัวเราะ) สำหรับกบไม่มีผลกระทบเลยค่ะ แต่กับโลกดิจิทัลกบว่าดีสำหรับนักร้องทุกคนนะคะ เพราะคนสามารถฟังผลงานของเราได้ อาจจะผ่านยูทู้บ ผ่านไลน์ หรืออะไรก็ตามแต่ ซึ่งถ้าเพลงมันมาก็คือมา ถ้าไม่มาก็คือไม่มา มันเป็นการพิสูจน์ได้เหมือนกัน โดยเฉพาะในแง่การตลาด

ทุกวันนี้กบอยากทำงานโดยไม่อยากตีกรอบตัวเองอีกต่อไป เราร้องเพลงออร์เคสต้า ร้องแจ๊สมา แล้วเปลี่ยนมาร้องป๊อปไม่ได้เหรอ คือไม่อยากตีกรอบด้วยอะไรแบบนี้ คนทำงานจริงๆ มันควรจะป๊อปปูลาร์ที่แปลว่าอะไรก็ได้ที่คนนิยม ถูกไหมคะ เราแค่ดูว่าป๊อปปูลาร์ของเราคืออะไร ก็ทำอย่างนั้น ไม่อยากโดนสไตล์มาบังคับว่าคุณต้องร้องแต่เพลงแจ๊สเท่านั้นนะ

ฉันจะนอนกอดเธอ เสาวนิตย์ นวพันธ์,สกู้ป,Rabbit Today

Q: ฟังดูเหมือนคุณทำงานอย่างศิลปินวาดรูปเหมือนกันนะ เหมือนไม่สนใจว่าขายได้หรือไม่ได้

A: ทำก็คือทำ และต้องอยู่ได้ดี การทำงานทุกอย่างมันซัพพอร์ตกันไปหมด 

Q: สไตล์เพลงของคุณส่วนใหญ่เป็นเพลงรักเสียเยอะ ถูกต้องไหม

A: ใช่ค่ะ ถูก…

Q: แล้วกับซิงเกิลล่าสุด ‘ฉันจะนอนกอดเธอ’ นี่ตั้งใจทวงคืนบัลลังก์ ‘เจ้าแม่เพลงรัก’ ใช่หรือไม่

A: ตลก…(หัวเราะสนุก) จริงๆ คือกบอยากเน้นสไตล์เพลง แต่บังเอิญว่าเนื้อหาเรื่องความรักมันมีทุกอย่างในตัวเองอยู่แล้ว แต่จะอะไรก็ได้ค่ะ ที่ทำให้คนฟังรู้สึกขบคิด ฟังแล้วรู้สึกดี หรือฟังแล้วเศร้า สรุปคือเขาได้ฟังเพลงที่ไพเราะ เนื้อหาและเมโลดี้ดี อะไรแบบนี้ เป็นเพลงเพราะที่คนฟังแล้วสดชื่น หรือฟังเพลงแล้วได้อะไรจากเพลง ไม่ว่าจะสื่อสารเรื่องอะไร แต่ถ้าเป็นเพลงรักกบน่าจะถนัดและมีความสุขกว่า 

Q: จากวันนั้นถึงวันนี้เพลงรักของคุณมีเนื้อหาหรือการสื่อสารที่เปลี่ยนไปหรือไม่

A: นี่ไม่ได้เน้นอายุอยู่ใช่ไหม (หัวเราะ) ด้วยวัยมันก็เกี่ยวแหละ แต่ด้วยยุคสมัยก็เป็นเรื่องที่สำคัญ สมัยตอนกบเพิ่งออกผลงานเพลง คนฟังชอบแนวเพลงฟูมฟาย สังเกตสิว่ายุคนั้นเป็นเพลงเศร้าทั้งนั้น ยุคนั้นมันเป็นยุคที่ปลุกวงการเพลงไทยเลยนะคะ ค่ายเพลงเขาก็ฟังเราแหละ แต่ยังไม่ใช่เรา 100% อยู่ดี 

ข้อแตกต่างในตอนนี้คือกบปรู๊ฟคนเขียนเพลงก่อนเลย บอกว่าเราจะเอาเพลงแบบนี้ แต่ให้เขามีอิสระในการทำงาน อยากให้เขาใช้ภาษาของเขา ตอนแรกที่แต่งกบบอกพี่โปรดิวเซอร์นะคะว่าอย่าบอกคนแต่งเนื้อร้องได้ไหมว่าเขากำลังแต่งเพลงให้ใคร แค่บอกคร่าวๆ ว่านักร้องเขาโตแล้วนะ และอยากทำเพลงรักที่รู้สึกบวก บอกแค่นี้ ที่เหลือแล้วแต่ว่าเขาจะเขียนอะไรก็เขียนมา

Q: คนแต่งเพลง ‘ฉันจะนอนกอดเธอ’ คือ สุรภัทร ภู่จำเริญ เขาไม่รู้ว่ากำลังแต่งเพลงให้กับ ‘กบ-เสาวนิตย์’

A: โปรดิวเซอร์คือพี่ไก่-จิรัฏฐ์ ภาคินพณิชย์กุล บอกว่าอย่างนั้นนะคะ คุยกันว่าวิธีการทำงานเขาจะทำแบบนั้น คือจะยังไม่บอกก่อน ใน 1 ทำนอง จึงมีเนื้อร้องอื่นด้วยนะ เหมือนเขาแจกให้หลายคนแต่ง จึงได้มา 2-3 เนื้อ แต่คิดว่าเพลงโพสิทีฟที่กบอยากได้มันเหมาะกับเพลงนี้มากกว่า 

พอใกล้ๆ จะไฟนอลถึงได้บอกแย้มๆ ว่ากำลังแต่งเพลงให้ใคร แต่ย้ำว่าไม่ต้องไปเน้นอะไรนะ เพราะกบเองไม่ได้อยากได้เพลงเหมือนเดิม ที่ต้องเก็บเป็นความลับเพราะพอคนรู้ว่าใครร้องปุ๊บก็จะกลับไปมองภาพเดิมๆ อยากได้แบบเดิมนะ แต่ต้องไม่เยอะ

ฉันจะนอนกอดเธอ เสาวนิตย์ นวพันธ์,สกู้ป,Rabbit Today

Q: ผลงานที่ออกมา คุณพอใจมาก-น้อยแค่ไหน

A: ดีกว่าที่คิดไว้นะคะ ตอนแรกยังจินตนาการไม่ออกหรอก ตั้งใจว่าเพลงนี้จะไม่แต่งเนื้อร้องเอง กับอยากได้ลายมือของพี่ไก่-จิรัฏฐ์ เพราะได้ยินมาว่าเขาทำเพลงแบบนี้ ทำดนตรีทำนองไทย ออกแนวจีนหน่อยๆ มีความเหน่อนิดๆ ภาษาเป็นผู้หญิงเลยละ เคยได้ยินเพลงที่เขาแต่งมาก่อน ซึ่งพี่ไก่แต่งทำนองเพลงเพราะอยู่แล้วในความรู้สึกกบ ก็เหมือนได้เห็นภาพ เราฟังเพลงของใครจะรู้ว่าลายมือเขาเป็นอย่างไร  

Q: ในฐานะที่อยู่วงการเพลงมานาน อยากรู้ความน่ารักของคนในวงการที่คุณสัมผัสได้

A: ที่กบมีโอกาสได้ทำงานคิดว่าโอเคหมด โอเคมาก เพราะไม่เคยโดนบังคับอะไร แค่ Compromise และทำให้งานออกมาสมบูรณ์มากที่สุด แต่ด้วยความคิดที่เรามีในแต่ละวัย ค่ายเพลงเขาไม่รู้หรอกว่านั่นใช่ตัวตนของเราจริงหรือเปล่า แม้แต่ตัวเราเองก็ไม่รู้ว่ามันใช่หรือไม่ใช่ ต่างคนต่างทดลอง ณ วันนี้มันก็ยังเป็นการทดลองของกบอยู่ดี สนุกดีค่ะ นี่เป็นข้อดีของการที่ไม่ค่อยดังมากนะคะ (หัวเราะ) เพราะจะทำอะไรก็ได้ กบรู้ว่าตัวเองพอจะมีคนรู้จัก แต่ไม่สนใจว่าจะขายไหม หรือหากันจนเจอไหม

Q: กำลังจะบอกว่าถ้าดังมากน่าเกร็งกว่านี้หรือ 

A: ก็ไม่มั้ง ยิ่งทำงานง่ายกว่าเดิมอีก เพราะมีคนมาช่วยจ่ายสตางค์ คือในมุมหนึ่งการทำเพลงของตัวเองก็ต้องลงทุนเยอะ ต้องมีงบฯ โปรโมต แต่กบคิดว่านี่เป็นการสร้างงานของตัวเอง อย่ามองเป็นการลงทุน หรือการค้าอย่างเดียวไม่ได้ เพราะเดี๋ยวพอออกข่าวไปมันก็ต้องมีงานเองแหละ เหมือนเรารับประสบการณ์มาแบบนั้น พอเรามีงานใหม่ มีงานต่อเนื่องที่แตกต่างจากคนอื่น 

นี่คือความไม่แน่นอนของชื่อเสียงมังคะ นักร้องบางคนเขารวยกว่ากบอีก ทำรายได้ได้มากกว่ากบมาก แต่เราอาจจะมองกันคนละมุม นักร้องผู้หญิงรุ่นราวคราวเดียวกันกับกบไม่ค่อยมีผลงานออกมาให้เห็นสักเท่าไร แต่กบถึงไม่มีใครทำเพลงให้ ก็ต้องควักสตางค์ทำเอง

Q: การลงทุนในเพลงๆ หนึ่งเยอะมากไหม

A: ตัวเพลงจริงๆ ถ้าแต่งเองก็ไม่เยอะนะคะ แต่ถ้าคนอื่นแต่งก็ต้องมีค่าลิขสิทธิ์ของเขา แต่จะถือลิขสิทธิ์ร่วมกันไหม หรือซื้อขาด ในความคิดเห็นส่วนตัว กบไม่อยากให้ใครมาคัฟเวอร์เพลงตัวเอง นี่คุยแบบเปิดอกมากนะ คือถ้าเพลงมันดัง สักวันหนึ่งเขาก็ต้องโมดิฟายด์ให้คนอื่นร้องใช่ไหม ในมุมคนทำงานสำหรับกบคือไม่ได้ ค่อนข้างขี้เหนียว ไม่อยากให้ใครร้องน่ะ อยากมีไว้ให้ฉันเพียงคนเดียว หรือเพลงเราแล้วมีคนอื่นมาฟีเจอริ่งนี่โอเค แต่เอาไปร้องเลยนี่ไม่ให้ค่ะ ทำงานมาตั้งเยอะ มันเหนื่อยเหมือนกันนะ  

Q: สมมติจู่ๆ วันนี้ไม่มีเสียงร้อง คุณจะทำอย่างไร

A: คำถามนี้รุนแรงมากค่ะ ถ้าไม่มีเสียงร้อง…ทำไมจะไม่มีล่ะ (ถามกลับ) 

Q: เสียงหายไปเฉย

A: ก็ทำดนตรีให้คนอื่นสิ ทำเพลงให้คนอื่นก็ได้ เพราะไม่ต้องใช้เสียง แต่เรายังพูดได้นะ ไม่ถึงกับพูดไม่ได้ อย่างมากก็แค่สอนร้องเพลงไม่ได้ แต่งานส่วนอื่นของวงการยังมีอยู่ จากประสบการณ์ที่ตัวเองมี กบมั่นใจว่ายังทำงานในวงการเพลงได้  

Q: คนเป็นนักร้องทุกคน เสพติดการออนสเตจจริงไหม

A: จริงค่ะ (ตอบทันที) มันเหมือนได้นำเสนอ ได้แสดงออกถึงความเป็นตัวเอง เวลาร้องเพลงคือการแสดงความเป็นตัวเองอยู่แล้ว หรือถ้าร้องเพลงคนอื่นก็คือการแสดงความเป็นตัวเองในสิ่งที่เราเข้าใจ เหมือนแชริ่งน่ะ ถ้าอยู่แต่ในบ้านก็คงไม่ได้แชร์กับคนอื่น กบยังอยากนำเสนอ อยากแชร์ส่วนดีที่เรามีผ่านการร้องเพลงบนเวที