เรื่องเด่น

กำไรของวัยเก๋า

Published 17 เม.ย. 2019

By Rabbit Today

Grand-Age-Society-scoop-Rabbit-Today-banner

โจทย์ยากวันนี้…คุณจะทำหน้าให้เป็นปกติอย่างไร หากวันหนึ่งมีคนเรียก ‘ป้า’ เรียก ‘ลุง’ 

แทบไม่มีคำสุภาพใดใช้เรียกผู้สูงวัยที่เราฟังแล้วยิ้มอารมณ์ดี บ้างเรียกว่าผู้เฒ่า ผู้แก่ คนชรา หรือใดๆ ก็ตาม คำเรียกเหล่านี้ล้วนมีนัยถึงความมีอาวุโส และ ‘แก่’ ด้วยกันทั้งหมดทั้งสิ้น 

อย่ากังวลไปเลยครับ มองโลกในแง่ดีก็ว่า…ใครที่มีอายุล่วงวัยจนมีสรรพนามเรียกเป็นปู่ย่าตาทวดละก็ ถือว่าชีวิตนี้คุณมีกำไร แต่กำไรจะ ‘งาม’ จนเลยล่วงกลายเป็น ‘งอม’ หรือไม่นั้น อยู่ที่เราเตรียมความพร้อม ณ วันนี้ รับชีวิตยามแก่เฒ่าได้ดีพอแล้วหรือยัง

‘แก่อย่างมีคุณค่า’ ไม่ใช่ ‘แก่กะโหลกกะลา’ จึงเป็นเรื่องจำเป็นครับ

สัญญาณบ่งชัดว่าคุณ ‘ชราภาพ’

ความแก่มักกวักมือทักทายทุกคนแบบไม่ทันให้รู้ตัว ทุกสิ่งทุกอย่างเกี่ยวกับตัวคุณจะเริ่มเปลี่ยนไปทีละน้อยๆ เช่น ร่างกาย รสนิยม และแฟชั่น 

ถ้างั้นเรามาเช็กกันหน่อยดีกว่าว่าคุณเข้าข่าย 9 ข้อนี้แล้วหรือยัง ถ้าติ๊กถูกเกินครึ่งละก็ ทำใจเถอะนะว่า…คุณกำลังเขยิบใกล้ชิด ‘กำไรชีวิต’ เข้าไปทุกที

 กำไรของวัยเก๋า,สกู๊ป,Rabbit Today

1. พกยาดม
ยาหม่อง พิมเสนน้ำ น้ำมันนวด ลองดูในกระเป๋าคุณสิว่ามีของพวกนี้อยู่กี่ขวด กี่แบบ หรือสังเกตบริเวณรอบตัวคุณ เช่น หัวเตียงนอน ห้องนั่งเล่น หรือโต๊ะทำงาน มียาดม ยาหม่องอยู่รอบตัวไปหมดเลย

กำไรของวัยเก๋า,สกู๊ป,Rabbit Today

2. แฟชั่นผ้าทวีด
เท็กซ์เจอร์ของเนื้อผ้าแต่ละแบบสามารถสื่อความหมายได้ เช่น ผ้ายีนส์ให้ความรู้สึกอ่อนเยาว์ ซุกซน และห้าวหาญ แต่ในทางกลับกัน เนื้อผ้าทวีด (Tweed) เมื่อเรามองไปแล้วมันกลับทำให้รู้สึกถึงความมีอายุ ความโบราณ หรือวินเทจหน่อยๆ

กำไรของวัยเก๋า,สกู๊ป,Rabbit Today

3. สวมแว่นสายตา
ยิ่งอายุมากขึ้น ร่างกายก็ยิ่งเสื่อมสภาพลง ปัญหาสายตา จึงเป็นปัญหาแรกที่มาเยือน ไม่ใช่สายตาสั้น แต่คือสายตายาว เริ่มอ่านหนังสือด้วยระยะห่างจากตาไปไกลโน่น

Grand-Age-Society-sกำไรของวัยเก๋า,สกู๊ป,Rabbit Today

4. มีผมหงอก
ไม่ใช่แค่เส้นสองเส้น แต่เริ่มหงอกแบบทวีคูณ และไม่มีวันจบวันสิ้นจนยากจะถอนออก

กำไรของวัยเก๋า,สกู๊ป,Rabbit Today

5. สวมรองเท้าเพื่อสุขภาพ
เวลาคุณไปแผนกรองเท้า คุณจะเลิกมองรองเท้าผ้าใบ เลิกมองรองเท้าส้นสูงและรองเท้าคัทชูมีโบว์น่ารักๆ แต่จะรีบพุ่งตัวไปยังรองเท้าแบบนุ่มๆ มีส้นหน่อยๆ ใส่แล้วสบายเท้า

กำไรของวัยเก๋า,สกู๊ป,Rabbit Today

6. เผลอเป็นหลับ
ส่วนใหญ่อ้างว่างีบ แต่เอาเข้าจริงคือเผลอหลับ และบางครั้งหลับยิงยาว ปล่อยให้โทรทัศน์เป็นฝ่ายดูคุณแทน

กำไรของวัยเก๋า,สกู๊ป,Rabbit Today

7. กางเกงสไตล์คุณแม่
รสนิยมทางแฟชั่นของคุณเริ่มเปลี่ยนไป จากที่เคยใส่กางเกงสกินนี่เข้ารูป กลับหันมาหยิบกางเกงหลวมทรงสี่ส่วนมาใส่แทน

กำไรของวัยเก๋า,สกู๊ป,Rabbit Today

8. สวมเสื้อผ้าโทนสีที่ทำให้ดูแก่
สิ่งหนึ่งที่ทำให้คุณดูแก่คือสีเสื้อผ้าที่สวมใส่ โทนสีน้ำเงินอมม่วง โทนน้ำตาล โทนเทา มักถูกเลือกแล้วว่าเหมาะกับวัยอันโรยร่วง

กำไรของวัยเก๋า,สกู๊ป,Rabbit Today

9. แต่งหน้าน้อยไป
หรือแต่งหน้ามากเกินไป ยิ่งแก่ตัวบางคนยิ่งปล่อยเนื้อปล่อยตัว ไม่แต่งหน้าใดๆ เลย หรือบางคนไม่ทาครีมบำรุงเลยด้วยซ้ำ แต่ขณะที่บางคนรู้สึกว่าเริ่มแก่ตัว ยิ่งเริ่มจัดเต็ม แต่งแน่นทุกจุด แต่ไม่สามารถเลือกสีที่เบลนด์เข้ากันได้ทั้งหน้า

อยากอายุยืนฟังทางนี้

การออกกำลังกายกับการอดอาหารนั้น พิสูจน์แล้วว่าช่วยให้มนุษย์และสัตว์สุขภาพดีขึ้น และอายุยืนมากขึ้น ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าแปลกใจ เพราะกิจกรรมทั้งสองนั้นถือได้ว่าเป็นการกดดันร่างกายทั้งสิ้น มิใช่การสร้างเงื่อนไขให้ร่างกายสุขสบายและได้พักผ่อนแต่อย่างใด 

ดร.ศุภวุฒิ สายเชื้อ ยังเผยเคล็ดลับอายุยืนที่ได้จากงานวิจัยของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดว่า ควรรับประทานอาหารให้น้อยลงกว่าที่เคยเป็น สูตรที่ฮิตกันมากคือมีเวลารับประทาน 8 ชม. ใน 1 วัน เวลาที่เหลืออีก 16 ชม. ต้องไม่กินอะไรเลย ซึ่งวิธีการนี้สอดคล้องกับวิถีการอยู่อย่างพระ ที่มีเวลาฉันถึงแค่เพลเท่านั้น

ถ้ายังไหว ให้เลือกวิธีการออกกำลังกายง่ายๆ ด้วยการวิ่ง ระยะทางประมาณ 8 กม. โดยใช้เวลาประมาณ 1 ชม. เท่านั้นพอ ไม่จำเป็นต้องใช้เวลาเกินกว่านี้ เพราะไม่ว่าคุณจะวิ่ง 2 หรือ 3 ชม. ผลที่ได้ก็เท่ากันกับ 1 ชม. อยู่ดี

พยายามรักษาส่วนสูงกับน้ำหนักให้สมดุล กับดื่มไวน์ได้ไม่เกิน 2 แก้วต่อวัน ไวน์ถือเป็นยาอายุวัฒนะที่ดี แต่ต้องดื่มในปริมาณไม่เกินนี้

ห้ามสูบบุหรี่โดยเด็ดขาด การสูบบุหรี่จะทำให้คุณเสียชีวิตเร็วขึ้นกว่าปกติ 7 ปี กับที่เพิ่มเติมให้คือเรื่องของการนอน อย่างที่รู้กันว่าคนแก่หลับยาก ตื่นง่าย แต่ถ้าคุณเริ่มต้นฝึกนาฬิกาชีวิตให้ตรงเผง รวมถึงมีการนอนหลับพักผ่อนแบบมีคุณภาพ นี่ละที่จะช่วยยืดอายุให้ยืนยาวอย่างแน่นอน

กำไรของวัยเก๋า,สกู๊ป,Rabbit Today

หนึ่งชีวิต…เกิดยันตาย เราใช้จ่ายกันเท่าไร

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ธนาวัฒน์ สิริวัฒน์ธนกุล ให้ข้อคิดเกี่ยวกับการคำนวณค่าใช้จ่ายสำหรับการมีชีวิตอยู่ ตั้งแต่เกิดจนถึงวันลาจากโลก Rabbit Today ขออนุญาตคัดลอกมาบอกต่อ

เป้าหมายในชีวิตของคนเราคงหลีกหนีไปไม่พ้นปัจจัย 4 ที่เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับชีวิตมนุษย์ตั้งแต่อดีตกาล ไม่ว่าจะเป็นอาหาร ยารักษาโรค เสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่ม และที่พักอาศัย

แต่สำหรับคนไทยในยุค 4.0 คงต้องเตรียมเงินสำหรับปัจจัยที่ 5 ไม่ว่าจะเป็นโทรศัพท์มือถือ รถยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้าและเครื่องอำนวยความสะดวกต่างๆ

นอกจากนั้นแล้วชีวิตเราก็คงอาจต้องการนันทนาการเพื่อสร้างความรื่นรมย์ต่างๆ ในชีวิตกลายเป็นปัจจัยที่ 6 ที่จะต้องเสียค่าใช้จ่ายไปอีกเดือนละไม่น้อยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นค่าใช้จ่ายในการชมภาพยนตร์ ดนตรี กีฬา การท่องเที่ยว รวมไปถึงเกมและแอปพลิเคชันต่างๆ

ความก้าวหน้าในชีวิตที่หลายๆ คนเสาะแสวงหา ก็กลายเป็นปัจจัยที่ 7 ที่ทำให้ทั้งเราและบุตรหลานจำเป็นต้องมีค่าใช้จ่ายในการศึกษา และการศึกษาเสริมสร้างอีคิวต่างๆ เช่น ศิลปะ ดนตรี กีฬา เป็นต้น

อย่างไรก็ตามสำหรับหลายๆ คนชีวิตไม่ได้เกิดมาเพื่ออยู่ตัวคนเดียว แต่เกิดมาเพื่อตามมาหัวใจอีกดวงให้ครบคู่เหมือนกับอวัยวะอื่นๆในร่างกายที่มีเป็นคู่ ไม่ว่าจะเป็นตา หู แขน ขา เป็นต้น และถ้าหากเราค้นพบคู่ครองที่คาดว่าจะร่วมหอลงโลงกันไปจนชั่วชีวิตก็จะต้องมีค่าใช้จ่ายในการจัดงานแต่งงานเป็นปัจจัยที่ 8 

ปัจจัยที่ 9 ซึ่งเป็นอีกค่าใช้จ่ายที่อาจต้องเกิดขึ้นเนื่องมาจากชีวิตมนุษย์เราเกิดมาภายใต้ระบบครอบครัวที่ต้องมีการดูแลกันจากรุ่นสู่รุ่น นั่นย่อมทำให้วันหนึ่งแต่ละคนต้องมาทำหน้าที่ดูแลครอบครัว ไม่ว่าจะเป็นการดูแลบุตร บิดามารดา รวมไปถึงญาติพี่น้องที่ร่วมสายเลือดสืบเชื้อสายสกุลเดียวกัน

9 ปัจจัยนี้นับจากวันนี้เป็นต้นไปตลอดจนถึงวันที่เราสิ้นอายุขัย ซึ่งปัจจุบันอาจยืนยาวกันเป็นศตวรรษ จะทำให้เราต้องใช้เงินรวมทั้งหมดมากมายมหาศาลขนาดไหน

หนำซ้ำค่าใช้จ่ายในอนาคตยังจะเพิ่มขึ้นตลอดทุกๆ ปี เนื่องจากราคาสินค้า/ บริการที่มีการปรับตัวเพิ่มขึ้นจากอัตราเงินเฟ้อ ทั้งนี้ถ้าหากอัตราเงินเฟ้ออยู่ที่ปีละ 3.5% ก็อาจทำให้ค่าใช้จ่ายที่จำเป็นต้องเพิ่มขึ้นทวีคูณเป็น 2 เท่าทุกๆ 20 ปี

ลองหาเวลาประมาณการค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่จะเกิดขึ้นนับตั้งแต่วันนี้ไปจนถึงวันสุดท้ายของชีวิตกันดูไหม บางทีคุณอาจจะตกใจว่ารายได้จากการทำงานจนเกษียณก็อาจไม่เพียงพอกับค่าใช้จ่ายที่จะเกิดขึ้นตลอดชีวิต 

ที่พักผู้สูงวัย

ล่าสุดมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์มีโครงการศูนย์กลางพัฒนาสุขภาพพลานามัยผู้สูงอายุ (Senior Complex) หรือที่พักผู้สูงวัย พร้อมดูแลสุขภาพแบบครบวงจรแห่งใหม่ ในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษตะวันออก (EEC) บนพื้นที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์พัทยา 

เฟสที่ 1 คาดว่าใช้งบประมาณในการลงทุน 500 ล้านบาท ประกอบด้วยอาคารที่พัก คลินิกเฉพาะทาง คลินิกทันตกรรม คลินิกฟื้นฟูสมรรถภาพร่างกาย และคลินิกเวชศาสตร์ชะลอวัย เพื่อเป็นจุดเริ่มต้นในการศึกษาเพื่อสร้างต้นแบบโมเดลที่พักอาศัยและการดูแลผู้สูงวัยในราคาที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ 

เพราะใช่ว่าใครก็เข้าไปอยู่ในบ้านพักคนชราได้ จากภาพจำและคำล้อที่ว่าตอนแก่ๆ ต้องไปอยู่บ้านบางแค คุณรู้ไหมว่าบ้านพักคนชรานั้นมีการเก็บค่าใช้จ่าย กับถ้าเราจำเป็นต้องไปอยู่บ้านพักคนชราสัก 20 ปี หลังเกษียณ จำเป็นต้องมีเงินเท่าไร

1. บ้านบางแค: 200,000-400,000 บาท

บ้านพักคนชราแห่งนี้เปิดมาตั้งแต่สมัย จอมพล ป.พิบูลสงคราม ภายใต้การดูแลของรัฐบาล ปัจจุบันมีห้องพัก 2 แบบคือ แบบบังกะโล ประมูลเริ่มต้นที่ 200,000 บาท (เหมาจ่ายตลอดอายุขัย) และแบบหอพัก ราคา 1,500 บาท/เดือน หากอยู่ 20 ปี ก็ต้องเตรียมไว้ 360,000 บาท

2. อาคารสวางคนิเวศ: 1,650,000-2,500,000 บาท

ที่พักอาศัยของผู้สูงอายุสุขภาพดี มีฐานะปานกลาง และเพียงพอที่จะดูแลรับผิดชอบตัวเองได้ กำกับดูแลโดยสภากาชาดไทย ราคาห้องพักอยู่ที่ 650,000-900,000 บาท ขึ้นอยู่กับขนาดและรูปแบบห้อง (ราคาเหมาจ่ายตลอดอายุขัย) 

3. บ้านพักคนชราเอกชนทั่วไป: 5,000,000-12,000,000 บาท

ตกอยู่ที่เดือนละ 20,000-50,000 บาท/เดือน ขึ้นอยู่กับระดับความสามารถในการพึ่งพาตัวเองของผู้สูงอายุ และรูปแบบของความสะดวกสบายต่างๆ ภายในห้องพัก

ตายไปยังต้องจ่าย

เมื่อรู้ตัวว่าแก่แล้วก็ต้องเตรียมตัวตายแบบคนมีสติ หรือตามคำพระท่านว่า ‘มรณานุสติ’ การระลึกถึงความตายในทุกลมหายใจเข้า-ออก จะทำให้เราไม่ตกอยู่ในความประมาท แต่หากเกิดพลาดพลั้งตายไปจริงๆ ละก็ รู้ไหมว่าค่าใช้จ่ายในการทำศพตกอยู่ที่เท่าไร

ในอดีต คนส่วนใหญ่โดยเฉพาะในต่างจังหวัดนิยมตั้งศพที่บ้าน และปัจจุบันยังคงมีบ้างเพื่อความประหยัด หากเพื่อความสะดวกของเจ้าภาพและผู้มาร่วมงาน จึงจัดงานศพในวัด โดยการจับจองศาลาทำพิธีสวดอภิธรรม เสียค่าใช้จ่าย ค่าใช้สถานที่ และค่าใช้จ่ายอื่นๆ 

อาทิ ค่าบำรุงเมรุ ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวก ค่าทำบุญใส่ซองถวายพระ ค่าโลงศพ ขึ้นอยู่กับประเภทของไม้หรือวัสดุ ค่าดอกไม้ประดับหน้าโลงศพและเมรุให้สวยงาม ค่าน้ำมันเผาศพ ค่าอาหาร ของว่าง และค่าเครื่องดื่มเลี้ยงแขก

แน่นอน, วัดดังๆ ในเมืองกรุง จะมีราคาสูงกว่าวัดต่างจังหวัด เริ่มต้นที่หลักหมื่นจนถึงหลักแสนบาท ขึ้นอยู่กับแพ็กเกจตามความประสงค์และเงินในกระเป๋าของเจ้าภาพ และจำนวนวันในการจัดงานศพ นอกจากนี้ยังมีค่าใช้จ่ายอื่นๆ อีก เช่น บริการถ่ายภาพและวิดีโอ บริการลอยอังคาร จอมอนิเตอร์ และของชำร่วย เป็นต้น

นอกจากนี้ยังมีให้เลือกอีก เพราะปัจจุบันยังมีผู้ให้บริการจัดงานศพแบบครบวงจร มีแพ็กเกจให้เลือกหลายราคา ตั้งแต่ขั้นตอนแรกหลังการตาย ไปจนถึงขั้นตอนสุดท้าย ในการทำพิธีลอยอังคาร ช่วยอำนวยความสะดวกและแบ่งเบาภาระในการจัดงานศพ ซึ่งได้รับความนิยมในสังคมยุคใหม่

แต่หากใครไม่อยากเป็นภาระให้คนในครอบครัวหรือญาติ สามารถบริจาคร่างกายอุทิศให้โรงพยาบาล เพื่อเก็บร่างเป็นอาจารย์ใหญ่ ให้นักศึกษาแพทย์ปีสุดท้ายได้ศึกษา เป็นประโยชน์แก่สังคมและได้กุศล ซึ่งจะไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ในการจัดพิธีศพ

ภูมิสถาปัตย์สำหรับผู้สูงวัย

รศ.ไตรรัตน์  จารุทัศน์ ภาควิชาเคหการ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวถึงสภาพแวดล้อมของภูมิสถาปัตย์ที่เหมาะกับผู้สูงวัย โดยเฉพาะในส่วนของตัวอาคาร สรุปส่วนสำคัญไว้ว่า

ควรมีแสงสว่างเพียงพอบริเวณบันไดและทางเข้า มีราวจับในห้องน้ำ พื้นกระเบื้องไม่ลื่น  อุปกรณ์ปิด-เปิดน้ำที่ไม่ต้องออกแรงมาก มีสัญญาณฉุกเฉินจากหัวเตียง

มีราวจับจากภายนอกห้อง เช่น บริเวณห้องนอน หรือห้องรับแขก ที่ต่อเนื่องมาที่ห้องน้ำได้ มีราวจับที่สามารถเดินได้ทั่วห้องน้ำ เฉพาะตรงฝักบัว และที่อาบน้ำ ควรมีที่นั่งและสัญญาณฉุกเฉินในห้องน้ำ 

เฉพาะตรงฝักบัว และที่อาบน้ำ ควรมีที่นั่งและสัญญาณฉุกเฉินในห้องน้ำ ฝักบัวควรเป็นชนิดแรงดันต่ำ ประตูห้องน้ำควรเป็นแบบที่เปิดให้คนอื่นสามารถเข้าไปได้เมื่อเกิดอุบัติเหตุ ห้องน้ำควรกว้างประมาณ 1.50-2.00 เมตร (ไม่กว้างและไม่แคบเกินไป) พื้นผิวไม่ควรลื่น มีพื้นที่ว่างภายในห้องส้วม มีเส้นผ่านศูนย์กลางไม่น้อยกว่า 1.50 เมตร

ประตู มีขนาดความกว้างเป็นพิเศษอย่างน้อย 90 เซนติเมตร ประตูควรเป็นแบบผลักเปิดออกได้ง่าย ห้ามติดตั้งอุปกรณ์ชนิดที่บังคับให้บานประตูปิดได้เอง  

หน้าต่าง ไม่ควรสูงเกินไป ทำให้สามารถมองเห็นวิวภายนอกได้ง่าย การปิด-เปิดไม่ควรฝืดหรือลื่นเกินไป หากมีเหล็กดัดควรมีช่องที่สามารถเปิดได้ง่ายยามฉุกเฉิน มีมุ้งลวดที่สามารถกันแมลงได้ และสามารถถอดมาทำความสะอาดได้  

ใครคิดหรือกำลังจะสร้างบ้าน ควรคำนึงถึงและนำไปปรับใช้ เพื่อจะได้อยู่บ้านที่ฟังก์ชั่นพร้อมในวัยหลังเกษียณ

รวมกันเราอยู่

ในจังหวัดเฮียวโกะ ของประเทศญี่ปุ่น มีเหล่าสาวสูงวัย 7 คน ซึ่งอายุเฉลี่ยเกือบ 80 ปี ตัดสินใจใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน

เมื่อ 10 ปีก่อน พวกเธอทั้งหมดที่เป็นโสดมารวมตัวกัน แต่ละคนซื้ออพาร์ตเม้นต์คนละห้องในตึกเดียวกัน เลือกใช้ชีวิตโดยมีเพื่อนเป็นเพื่อนบ้าน

ผู้ก่อตั้งกลุ่มนี้คือ Sachiko Murata ปีนี้อายุ 80 ปี คุณย่า Sachiko เป็นอดีตผู้ประกาศข่าว หลังจากเกษียณอายุในปี 2003 เธอก็ยังคงเป็นอาสาสมัครพูดบรรยายและรายการเพื่อสังคม

เนื่องจากได้ใกล้ชิดกับคนอายุมากบ่อยๆ บวกกับตนเองที่ทำงานยุ่งจนกลายเป็นโสด จนถึงทุกวันนี้ Sachiko เป็นกังวลกับอนาคตตัวเองมาโดยตลอดว่า…ถ้าอยู่คนเดียว ชีวิตในอนาคตจะเป็นเรื่องยาก

มีอยู่ครั้งหนึ่ง เธอเดินทางไปเที่ยวกับเพื่อน 2 คน ทุกคนเข้ากันได้ดี มีความสุข Sachiko อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจ ถ้าสามารถอยู่กับเพื่อนได้ก็คงจะดีมาก

เพราะอย่างนี้ Sachiko กับเพื่อนจึงเชิญเพื่อนผู้หญิงอีก 4 คนที่เป็นโสดหรือหย่า แม้ว่าบางคนจะเพิ่งพบหน้ากันเป็นครั้งแรก แต่ทุกคนมีความสนใจคล้ายกันและมีความสัมพันธ์ที่ดี

ตั้งแต่ปี 2004 ถึง 2008 พวกเขาใช้เวลาอีก 4 ปีในการทำความเข้าใจซึ่งกันและกัน เช่นไปเที่ยว กินน้ำชา และอื่นๆ เพื่อยืนยันว่าทุกคนเหมาะสมกับการอยู่ร่วมกันหรือไม่

จากนั้นทุกคนถึงเริ่มมาอยู่ด้วยกันได้ 10 ปีแล้ว คุณย่าทั้งเจ็ด รวมถึง Sachiko Murata บางคนมุ่งมั่นกับการทำงานตั้งแต่ยังสาวๆ หรือไม่ก็เคยแต่งงานแล้วแต่หย่าร้าง ทำให้ยังเป็นโสดจนถึงตอนนี้

ทั้ง 7 คนตั้งชื่อกลุ่มว่า ‘SEVEN’ ทุกคนมีชีวิตเป็นอิสระ แต่ก็ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข

กำไรของวัยเก๋า,สกู๊ป,Rabbit Today

ที่อยู่เพื่อผู้สูงวัย

อย่างที่เราทราบกันดีว่า อีกไม่กี่ปีข้างหน้าประเทศไทยจะเป็นสังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มรูปแบบ คือจะมีผู้สูงอายุถึงร้อยละ 20 ของประชากรทั่วประเทศ ดังนั้น เราๆ ที่นั่งอยู่หรือคนข้างๆ ในไม่ช้าก็จะต้องเป็นหนึ่งในนั้นแน่นอน 

บางครั้งก็ต้องการที่พักอาศัยไว้ใกล้ลูกหลาน แต่จะซื้อบ้านส่วนใหญ่มีแต่ชานเมือง เพราะฉะนั้นการเลือกคอนโดฯ เป็นที่พักอาศัยให้ตนเองจึงเป็นหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจ

ก่อนจะไปดูคอนโดฯ ลองมาดูกันว่าข้อดีของการอยู่คอนโดฯ สำหรับผู้สูงอายุมีอะไรบ้าง

กำไรของวัยเก๋า,สกู๊ป,Rabbit Today

1. การอยู่อาศัย
ยิ่งโดยเฉพาะผู้สูงอายุที่เป็นโสดหรือไม่มีลูกหลาน การอยู่คนเดียวในคอนโดฯ จะช่วยให้เราใช้ชีวิตประจำวันได้ง่ายมากขึ้น เดินเหินได้สะดวก เพราะเป็นพื้นราบและระนาบเดียวกัน ไม่มีบันไดให้ปีนขึ้น ลดอัตราการเกิดอุบัติเหตุหรือการหกล้มได้ สบายหายห่วง

กำไรของวัยเก๋า,สกู๊ป,Rabbit Today

2. ความสะดวกสบาย จุดสำคัญของการเลือกอาศัยเป็นคอนโดฯ แทนการอยู่บ้านที่ไม่ใช่แค่ผู้สูงอายุ สิ่งที่ได้เปรียบคือ ความสะดวกสบายในการเดินทาง ใกล้ห้างสรรพสินค้า/ ร้านอาหาร มากกว่านั้นคือบางที่ใกล้โรงพยาบาลเพียงไม่กี่เมตร หรือบางที่ก็มีทั้งร้านค้า ร้านซักรีดภายในคอนโดฯ บอกได้เลยว่าสะดวกสุดๆ

กำไรของวัยเก๋า,สกู๊ป,Rabbit Today

3. ผู้ดูแลหรือผู้อำนวยความสะดวก
ลองนึกภาพว่าเวลาผู้สูงอายุอยู่คนเดียว บางครั้งก็ระแวงเรื่องความปลอดภัย จะมีขโมยหรือไม่ แต่คอนโดฯ สมัยใหม่เดี๋ยวนี้จะให้ความสำคัญกับเรื่องความปลอดภัยมาเป็นอันดับแรก หลายแห่งมี รปภ. ดูแล 24 ชม. มีระบบคีย์การ์ดเข้า-ออก หรือเวลาอุปกรณ์ในห้องเกิดรั่วหรือพังต้องซ่อมก็เพียงแค่แจ้งนิติบุคคล หรือวันไหนต้องใช้รถแท็กซี่ บางที่ก็จะมีบริการเรียกให้ ผู้สูงอายุไม่ต้องเหนื่อยหรือเสียเวลาออกไปตากแดดตากลม

กำไรของวัยเก๋า,สกู๊ป,Rabbit Today

4. พื้นที่สีเขียว
ต้องยอมรับว่าคอนโดฯ อาจจะเสียเปรียบในเรื่องพื้นที่หากใครชอบปลูกต้นไม้ เเต่ก็ใช่ว่าไม่มีทางออก ผู้สูงอายุสามารถเปลี่ยนระเบียงภายในห้องเป็นสวนเล็กๆ ได้ หรือใครชอบเดินเล่น หลายที่ก็มีพื้นที่สีเขียวรอบๆ คอนโดฯ หรือบางโครงการจะจัดพื้นที่ส่วนกลางไว้ที่ชั้นบน สามารถดื่มด่ำรับลมกับวิวรอบๆ ได้ บางแห่งก็มีสวนสาธารณะใกล้ๆ ไว้ให้ผู้สูงอายุเดินเล่นหรือออกกำลังกาย หรือใครต้องการหาไอเดียในการตกแต่งระเบียงเพิ่มเติม

กำไรของวัยเก๋า,สกู๊ป,Rabbit Today

5. สังคม
ใครบอกว่าการอยู่คอนโดฯ จะไร้สังคม ขอบอกเลยว่าคิดผิด ถ้าหากเหงาผู้สูงอายุก็สามารถไปใช้พื้นที่ส่วนกลาง พบปะหรือทำกิจกรรมร่วมกับผู้อื่นได้ และการมีห้องฟิตเนส จะยิ่งทำให้ผู้สูงอายุรู้สึกมีแรงกระตุ้นที่จะออกกำลังกายมากขึ้น

คอนโดฯ ที่เกิดขึ้นเพื่อผู้สูงอายุ

1. คอนโดฯ สำหรับผู้สูงอายุ: The Tree สุขุมวิท 64

เริ่มที่คอนโดฯ ผู้สูงอายุในกรุงเทพฯ ย่านสุขุมวิท อย่าง The Tree Sukhumvit 64 (เดอะ ทรี สุขุมวิท 64) จากพฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด คอนโดมิเนียม Low Rise 8 ชั้น มีหลากหลายห้องให้เลือก จุดเด่น The Tree สุขุมวิท 64 คือ เดินทางสะดวก ใกล้ BTS สถานีปุณณวิถี 300 เมตร, ใกล้จุดขึ้นลง ทางพิเศษบูรพาวิถี จึงสะดวกต่อการเข้า-ออกเมือง, สภาพแวดล้อมเงียบสงบ มากกว่านี้คือสามารถเดินทางไปโรงพยาบาลแค่ประมาณ 6 กิโลเมตรเท่านั้น จึงเหมาะกับผู้สูงอายุที่ไม่อยากอยู่เมืองชั้นใน แต่ก็ไม่อยากออกไปอยู่ไกลมากนัก เดินทางออกไปสถานต่างๆ หรือถ้าอยากออกต่างจังหวัดก็ง่ายนิดเดียว

ราคาเริ่มต้น : 3.29 ล้านบาท

ทำความรู้จักกับ The Tree สุขุมวิท 64 มากขึ้น: https://thetreecondo.pruksa.com/sukhumvit64

2. คอนโดฯ สำหรับผู้สูงอายุ: Mirage สุขุมวิท 27

ใครบอกว่าผู้สูงอายุทุกคนชอบแต่ความเงียบสงบ สำหรับผู้สูงวัยหัวใจเก๋า ชอบสังสรรค์และเดินทาง Mirage สุขุมวิท 27 คือคำตอบที่ใช่ คอนโดฯ Low rise 8 ชั้น ที่สุดในใจกลางเมืองในย่านธุรกิจ แวดล้อมไปด้วยสถานที่อำนวยความสะดวกมากมาย ทั้งที่กิน ที่ช้อป Community Mall ให้เราเลือกเดินแบบไม่ซ้ำ และเนื่องด้วยโครงการอยู่ระหว่างรถไฟฟ้า BTS อโศก กับ BTS พร้อมพงษ์ ทำให้สะดวกในเรื่องการเดินทางมากขึ้น

หรือหากวันไหนผู้สูงอายุต้องการพักผ่อนแบบส่วนตัว ภายในคอนโดฯ ก็มีทั้ง Facilities พวกสระว่ายน้ำ, ห้องออกกำลังกาย, ห้องสมุด, สวนหย่อม ให้ทำกิจกรรมทั้งวัน ที่สำคัญหามองหาที่รักษายามป่วยก็ใกล้โรงพยาบาล สมิติเวช สุขุมวิท นิดเดียว ถือเป็นคอนโดฯ ผู้สูงอายุในกรุงเทพฯ อีกหนึ่งแห่งที่ครบทุกความต้องการ

ราคาเริ่มต้น: 5.4 ล้านบาท

ทำความรู้จักกับ Mirage สุขุมวิท 27 มากขึ้น: http://www.mirage27.com/

3. คอนโดฯ น่าอยู่สำหรับผู้สูงอายุ: M Jatujak (เอ็ม จตุจักร)

M Jatujak (เอ็ม จตุจัตร) คอนโดฯ จาก เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ เนื่องจากเป็นโครงการที่มีเนื้อที่กว่า 4 ไร่ ทำให้คอนโดฯ จัดสรรพื้นที่สีเขียวและและสิ่งอำนวยความสะดวกที่กินอาณาเขตไปกว่า 50% ของเนื้อที่ทั้งหมด แถมยังได้ชื่อว่าเป็นคอนโดฯ ผู้สูงอายุในกรุงเทพฯ ที่เอาใจผู้สูงวัยหลายๆ คนด้วยการให้เลี้ยงสัตว์ได้ทุกยูนิต!
ไม่เพียงแค่นี้ นอกจากโดดเด่นในเรื่องพื้นที่ส่วนกลาง และ Facilities ต่างๆ แล้ว ในเรื่องการเดินทางก็สะดวก แถมยังใกล้รถไฟฟ้าถึง 4 สถานีอีกด้วย ไม่ว่าคุณหรือคุณพ่อคุณแม่จะมี Lifestyle แบบไหน M Jatujak (เอ็ม จตุจักร) ก็ตอบโจทย์ทุกความต้องการของคุณได้

ราคาเริ่มต้น 4.5 ล้านบาท

ทำความรู้จักกับ M Jatujak (เอ็ม จตุจักร) มากขึ้น: https://www.mde.co.th/th/project/mjatujak

4. คอนโดฯ สำหรับผู้สูงอายุ: Chapter One Midtown ลาดพร้าว 24

มาถึงโครงการที่สี่ Chapter One Midtown ลาดพร้าว 24 จาก พฤกษา เรียลเอสเตท อีกหนึ่งคอนโดฯ High Rise สูง 37 ชั้นในย่านลาดพร้าว เป็นคอนโดฯ ผู้สูงอายุในกรุงเทพฯ อีกแห่งที่ออกแบบมาเอาใจผู้สูงวัยแต่หัวใจยังวัยรุ่น ด้วยการตกแต่งในสไตล์ Loft โครงการตั้งอยู่ในทำเลที่ง่ายต่อการเดินทางทั้งสำหรับผู้ใช้รถและไม่ใช่รถ เพราะติดถนนใหญ่และติด MRT ลาดพร้าว

นอกจากนี้ยังมีพื้นที่ส่วนกลางจัดเต็มและสวยงามให้ผู้สูงอายุได้พักผ่อน รับลมและชมวิวได้อย่างเต็มอิ่ม หากกังวลเรื่องเสียงรถก็หายห่วง เพราะไม่ดังมากสามารถเปิดระเบียงหรือหน้าต่างรับลมได้ ที่สำคัญใกล้ศูนย์การค้าและห้างสรรพสินค้า ร้านอาหาร Street food มากมาย

ราคาเริ่มต้น 2.89 ล้านบาท

ทำความรู้จักกับ Chapter One Midtown ลาดพร้าว 24: https://chapterone.pruksa.com/th/

5. คอนโดฯ สำหรับผู้สูงอายุ: A Space ID Asoke-Ratchada (เอ สเปซ ไอดี อโศก-รัชดา)

สุดท้ายกันที่ A Space ID Asoke-Ratchada (เอ สเปซ ไอดี อโศก-รัชดา) อีกหนึ่งคอนโดฯผู้สูงอายุในกรุงเทพฯ ประเภท High Rise สูง 29 ชั้น จาก อารียา พรอพเพอร์ตี้ คอนโดฯ หรูพร้อมอยู่ในย่านพระราม 9 เพราะนอกจากจะตั้งอยู่บนทำเลย่านธุรกิจใหม่แล้ว ยังใกล้รถไฟฟ้า MRT พระราม 9 Airport Link มักกะสัน ห้างสรรพสินค้า และโรงพยาบาล

หรือถ้ามองหาธรรมชาติทางโครงการก็มีกรีนซ้อมพัตต์กอล์ฟ ท่ามกลางสวนขนาดใหญ่กว่า 1 ไร่ ครอบคลุมพื้นที่มากกว่าครึ่งของโครงการเอาใจผู้สูงอายุ พร้อมรับความสดชื่นจากกระแสลม ด้วยการออกแบบอาคารที่เปิดโล่งและพื้นที่สวนลอยฟ้า ให้คุณผ่อนคลายสูดหายใจได้เต็มปอด พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกทั้งห้องออกกำลังกาย, ห้องซาวน่า, ห้องอบไอน้ำ, ห้องซักรีด และอื่นๆ อย่างครบครัน

ราคาเริ่มต้น 3.89 ล้านบาท 

ทำความรู้จักกับ A Space ID Asoke-Ratchada (เอ สเปซ ไอดี อโศก-รัชดา) ให้มากขึ้น: https://www.areeya.co.th/condominium/aspaceid/

เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนไป การใช้ชีวิตและ Lifestyle ก็แตกต่างจากเดิม จงคว้าในสิ่งที่ใช้และตอบโจทย์ความเป็นคุณ...ไม่ว่าวันนี้หรือวันข้างหน้าจะอายุเท่าไร การที่ผู้สูงอายุเลือกที่จะอยู่คอนโดฯ  ในกรุงเทพฯ ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอีกต่อไป 

กิจกรรมผู้สูงวัย

หลายคนอาจปฏิเสธกิจกรรมเหล่านี้ แต่เอาน่ะ มันคือกิจกรรมโปรดของคุณพ่อคุณแม่ ที่ไม่แน่ว่าสักวันอาจกลายเป็นกิจกรรมของคุณเอง

  • ใส่บาตรยามเช้าหน้าบ้าน กับไปวัด ถวายอาหารพระสงฆ์
  • ปลูกต้นไม้ และนั่งถอนหญ้าให้ต้นไม้ที่ปลูกเอาไว้
  • ไปร่วมกิจกรรมวิปัสสนากรรมฐาน 
  • เขียนหนังสือ บันทึกเรื่องราวต่างๆ แต่หนหลังของตนเอง
  • ดูรายการประกวดร้องเพลงทางโทรทัศน์ หรือซีรีส์จีน ซีรีส์เกาหลี หนังฝรั่งบ้าง
  • ฟังเพลงนักร้องคนโปรด คือธานินทร์  อินทรเทพ และเพลงเก่าทั้งหลาย
  • นั่งมองทิวทัศน์นอกประตู แลเห็นภาพชีวิตในสวนผักของเพื่อนบ้าน และท้องถนน (เพราะตัวเองออกแรงทำเองไม่ไหวแล้ว)