เรื่องเด่น

‘คนรุ่นใหม่’ กับแฮชแท็ก (การ) เมืองไทย

Published 7 มี.ค. 2019

By ตติยา แก้วจันทร์

hashtag-politic-scoop-Rabbit-Today-banner

เมื่อ ‘วันศุกร์แห่งชาติ’ แวะเวียนมาทักทาย คุณนึกถึงอะไรกันบ้าง…รถติด…เงินเดือนออก…งานปาร์ตี้…กินชาบู 

วันศุกร์อาจเป็นวันแห่งการออกไปแฮงเอาต์ แต่วันศุกร์ของอีกหลายคนอาจหมายถึงช่วงเวลาแห่งการพักผ่อนที่จะได้นอนดูซีรีส์เรื่องโปรดอย่างจุใจ หรือหลุดเข้าไปท่องโลกอินเทอร์เน็ตเพื่ออัปเดตข่าวสารและสถานการณ์ที่เกิดขึ้นตลอดทั้งสัปดาห์

‘คนรุ่นใหม่’ กับแฮชแท็ก (การ) เมืองไทย,สกู๊ป,Rabbit Today 

พลังแห่งแฮชแท็ก

ปัจจุบันนี้ ‘แฮชแท็ก’ (#) หรือเจ้าเครื่องหมายเส้นตรง 4 ขีดที่วางขนานกัน ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์คนเมืองยุคใหม่ เพราะแฮชแท็กแฝงตัวอยู่ในชีวิตประจำวัน และทำให้เราสามารถเกาะติดทุกกระแสแบบเรียลไทม์ได้จากเครื่องหมายนี้

โดยถูกนำมาใช้ครั้งแรกผ่านทวิตเตอร์ในเดือนสิงหาคม 2007 หลังจากนั้นอีก 6 ปีต่อมา เฟซบุ๊กก็เปิดให้ใช้งานด้วยการติดแฮชแท็กได้ ก่อนจะขยายความนิยมไปยังแพลตฟอร์มออนไลน์อื่นๆ

แฮชแท็กไม่ใช่สัญลักษณ์ธรรมดาในโซเชียลมีเดีย แต่เป็นทางลัดพิเศษที่เชื่อมโยงโลกทั้งใบไว้ด้วยกัน อีกทั้งยังเคยสร้างพลังในระดับที่สั่นสะเทือนทุกวงการมาแล้ว เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในประเทศหนึ่งสามารถส่งอิทธิพลข้ามซีกโลกได้อย่างง่ายดายและสร้างความเปลี่ยนแปลงได้อย่างน่าเหลือเชื่อ จนอาจกล่าวได้ว่าเทรนด์โลกยุคปัจจุบันนั้น…ล้วนขับเคลื่อนด้วยพลังของแฮชแท็ก

ตัวอย่าง ‘แฮชแท็กสะเทือนโลก’ ที่คุ้นเคยกันดี เช่น #BringBackOurGirls #LoveWins #RefugeesWelcome #OscarsSoWhite #Metoo #RespectLisa

‘คลื่นลูกใหม่’ เคลื่อนไหวผ่านโลกไซเบอร์

ย้อนกลับมามองกระแสแฮชแท็กในบ้านเรากันบ้าง โดยเฉพาะในระยะเวลา 1 เดือนที่ผ่านมานี้ แฮชแท็กที่มีประเด็นเกี่ยวกับสถานการณ์การเมืองไทยกำลังมาแรงสุดๆ เนื่องจากเป็นช่วงเดินหน้าเต็มพิกัดก่อนเข้าสู่โค้งสุดท้ายของการเลือกตั้ง ซึ่งจะมีขั้นในวันที่ 24 มีนาคม 2562 

หลายเหตุการณ์เป็นตัวเร่งอุณหภูมิทางการเมืองไทยให้ยิ่งร้อนระอุขึ้นกว่าเดิม แต่ท่ามกลางความตึงเครียดนี้…การเคลื่อนไหวทางการเมืองรูปแบบใหม่ก็ค่อยๆ ปรากฏให้เห็นชัดขึ้น โดยมี ‘กลุ่มคนรุ่นใหม่’ เป็นตัวแปรที่น่าจับตามองในการแสดงออกทางความคิดเห็น เพื่อสื่อสารความคิดของตัวเองให้สังคมได้รับรู้ผ่านการใช้ ‘แฮชแท็ก’

ผู้ที่มีสิทธิ์เลือกตั้งครั้งแรก (The First Voter) ในการเลือกตั้ง 2562 ซึ่งมีอายุระหว่าง 18-26 ปี มีประมาณ 7-8 ล้านคน…พวกเขาคือ ‘คนเจนวาย’ ที่ใช้อินเทอร์เน็ตสูงสุด เฉลี่ยอยู่ที่วันละ 7-10 ชั่วโมง 

ดังนั้น กลุ่มคนรุ่นใหม่จึงค่อนข้างคุ้นเคยกับการใช้โซเชียลมีเดีย หลายครั้งที่หัวข้อการสนทนาผ่านแฮชแท็กของพวกเขาอยู่ท่ามกลางความในใจและขึ้นเทรนด์ทวิตเตอร์ จนทำให้สื่อหลักอย่างโทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ และเว็บไซต์ เลือกที่จะหยิบไปนำเสนอต่อ 

โดยเฉพาะประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการเมืองไทยและสถานการณ์บ้านเมือง ซึ่งลบล้างความคิดเดิมๆ ที่ว่า ‘เด็กรุ่นใหม่ไม่สนใจการเมือง’ ไปได้โดยปริยาย

แฮชแท็กเทรนด์อันดับ 1 สะเทือน (การ) เมืองไทย

‘คนรุ่นใหม่’ กับแฮชแท็ก (การ) เมืองไทย,สกู๊ป,Rabbit Today

#นายกเป็นคนตลก

#มึงมาไล่ดูสิ

#ไทยรักษาชาติ

#ฟ้ารักพ่อ

#ฟ้ารักพ่อเพราะนโยบายของพ่อ

#เลือกตั้ง2562

#SaveThanathorn

#หนักแผ่นดิน

#พรบไซเบอร์

อยากคว้าใจคนรุ่นใหม่…ต้องรู้จัก ‘สื่อสาร’

กลุ่มคนรุ่นใหม่เกิดมาพร้อมกับอินเทอร์เน็ต และเติบโตขึ้นมาในยุคที่สามารถเข้าถึงข้อมูลมหาศาลได้ ดังนั้น เมื่อพวกเขาสงสัยหรือตั้งคำถามต่ออะไรสักอย่าง สิ่งที่จะทำคือการเริ่มค้นคว้าข้อเท็จจริง และเปิดฉากโต้แย้งกลับด้วยชุดข้อมูลและเหตุผลสนับสนุน จึงไม่ใช่เรื่องแปลกหากปฏิบัติการข่าวสาร หรือ ‘IO’ (Information Operation) จะใช้ไม่ได้ผลกับคนรุ่นนี้ 

ขณะเดียวกันกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่กำลังจะได้ใช้สิทธิ์เลือกตั้งครั้งแรกในวันที่ 24 มีนาคมนี้ อาจรู้สึกเบื่อหน่ายกับมรดกทางการเมืองที่พวกเขาไม่ได้ก่อตลอดระยะเวลา 10 กว่าปีที่ผ่านมา ซึ่งเต็มไปด้วยความวุ่นวายและวาทกรรมที่ปลุกปั่นสร้างความเกลียดชัง

ดังนั้น รูปแบบการเมืองแบบเก่าๆ จึงอาจไม่ได้ตอบโจทย์ หากสังเกตให้ดีจะเห็นว่าสีสันทางทางการเมืองส่วนใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นภาพมีมล้อเลียนต่างๆ มักเกิดขึ้นมาจากกลุ่มคนรุ่นใหม่ ที่ต้องการผ่อนคลายบรรยากาศความตึงเครียดทางการเมือง

หากพรรคการเมืองใดที่สามารถเจาะฐานเสียง และเข้าไปนั่งในใจของกลุ่มคนรุ่นใหม่ได้แล้ว ย่อมได้เปรียบเรื่องกระแสความนิยม เพราะพวกเขาพร้อมที่จะช่วยกันส่งต่อนโยบายไปยังคนรอบข้าง กลายเป็นหัวคะแนนแบบใหม่ในโลกออนไลน์ 

ยิ่งหากนักการเมืองวางตัวให้คนรุ่นใหม่เข้าถึงง่าย ใช้โซเชียลมีเดียเป็นตัวกลางในการสื่อสาร รับฟังความคิดเห็น พูดคุยตอบโต้กันเสมือนคนธรรมดาที่จับต้องได้ ก็จะยิ่งคว้าใจพวกเขามากยิ่งขึ้น

ก่อนหน้านี้เคยมีคนปรามาสคนรุ่นใหม่ว่า เป็นเพียงพลังเงียบที่ไม่เคยออกมาแสดงท่าทีสนใจสถานการณ์บ้านเมือง ทว่าจริงๆ แล้วพวกเขาเคลื่อนไหวอยู่เสมอนะ 

เพียงแต่ ‘การเมืองบนท้องถนน’ อาจไม่ใช่คำตอบแรกสำหรับพวกเขาอีกต่อไป เพราะการติดตามการเมืองผ่านโลกไซเบอร์นั้น…ปลอดภัยกว่าเยอะ 

ดังนั้น การมองคนรุ่นใหม่ด้วยกรอบแว่นอันเดิมอาจไม่ได้ผลอีกต่อไป เพราะเมื่อไรก็ตามที่มีโซเชียลฯ อยู่ในมือ และรู้จักใช้อย่างชำนาญ…พวกเขาพร้อมที่จะสร้างพลังและการเคลื่อนไหวทางการเมืองครั้งใหม่ผ่าน ‘แฮชแท็ก’ ได้เสมอ


AUTHOR :

ตติยา แก้วจันทร์
ตติยา แก้วจันทร์
เรียนจบเอกภาษาจีน แต่ที่ผ่านมาไม่เคยทำงานที่ต้องใช้ภาษาจีนเลย หันไปซบอกงานข่าวและผลิตคอนเทนต์ ทำมาหากินกับ ‘ตัวอักษร’ มาโดยตลอด ด้วยเชื่อในพลังของตัวอักษรว่าสามารถเปลี่ยนแปลงทัศนคติและชีวิตคนอ่านได้ ปีไหนเงินหนาจะดูหนังได้มากกว่า 100 เรื่องต่อปี กับทุกวันนี้ยังไม่เคยเสียประวัติเรื่องการกดบัตรคอนเสิร์ตไม่ทัน