เรื่องเด่น

ทุกคนย่อมมีจุดเริ่มต้นที่ไหนสักแห่ง EVERYBODY HAS TO START SOMEWHERE

Published 4 ต.ค. 2018

By Rabbit Today

HOMESTAY-scoop-Rabbit-Today-banner

‘โฮมสเตย์’ (Homestay) คือภาพยนตร์แนวทริลเลอร์-แฟนตาซี เรื่องล่าสุดจาก GDH ที่ได้สองนักแสดงวัยรุ่นสุดฮอต เจมส์-ธีรดนย์ ศุภพันธุ์ภิญโญ และ เฌอปราง อารีย์กุล แห่ง BNK48 มารับบทนำ ร่วมกับดาราอีกคับคั่ง อาทิ สู่ขวัญ บูลกุล, พลอย เฌอมาลย์, ปีเตอร์ นพชัย, ธเนศ วรากุลนุเคราะห์ ฯลฯ

หนังเล่าเรื่องราวของ ‘วิญญาณเร่ร่อน’ ที่ได้รับรางวัลจากสวรรค์ให้กลับมาเกิดอยู่ในร่างชั่วคราวของ ‘มิน’ เด็กชายวัยมัธยมปลายที่ฆ่าตัวตายโดยไม่มีใครรู้สาเหตุ โดยมีเงื่อนไขว่าภายในเวลา 100 วัน วิญญาณนี้จะต้องตอบคำถามให้ได้ว่ามิน...ตายเพราะใคร? ซึ่งในระหว่างที่ค้นหาคำตอบนี้เอง มินก็ได้รู้จักกับ ‘พาย’ รุ่นพี่นักเรียนดีเด่นของโรงเรียนที่ทำให้เขารู้จักกับคำว่าความรัก แต่ขณะเดียวกัน พายก็นำพาเขาไปสู่ความลับดำมืดอะไรบางอย่าง...

วันนี้ Rabbit Today ได้โอ๋-ภาคภูมิ วงศ์ภูมิ ผู้กำกับที่เคยมีผลงานจากชัตเตอร์, สี่แพร่ง และห้าแพร่ง พร้อมกับสองนักแสดงนำ มาบอกเล่าถึงความน่าสนใจของหนัง และประสบการณ์ในฐานะนักแสดงให้ฟังกัน

ทุกคนย่อมมีจุดเริ่มต้นที่ไหนสักแห่ง EVERYBODY HAS TO START SOMEWHERE,สกู๊ป,Rabbit Today

การที่วิญญาณเข้าไปสิงอยู่ในร่างใคร มันก็เหมือนกับคนที่เข้าไปใช้ชีวิตอยู่ในโฮมสเตย์

ทำไมถึงใช้ชื่อหนังว่าโฮมสเตย์

โอ๋: เวลาที่เราเข้าไปพักแบบโฮมสเตย์ เราต้องใช้ชีวิตแบบคนในบ้านนั้น ต้องกินข้าว เรียนรู้ทุกอย่างเหมือนกับเป็นบ้านของเราเอง เพียงแต่เราแค่ไปอาศัยอยู่ชั่วคราว เพราะฉะนั้นการที่วิญญาณเข้าไปสิงอยู่ในร่างใคร มันก็เหมือนกับการใช้ชีวิตอยู่ในโฮมสเตย์เหมือนกัน

ทำไมถึงเลือกเจมส์มารับบทนำในหนังเรื่องนี้

โอ๋: สำหรับบทมิน มันเป็นตัวละครที่ต้องเล่นหลากหลายอารมณ์มาก ตั้งแต่สนุก สดใส ร่าเริง ไปจนถึงเครียด กดดัน ดราม่า ผมควานหาดาราชายวัยรุ่นอายุ 16-20 ต้นๆ มาหมดแล้ว ก็ยังไม่มีใครเล่นได้ จนโปรดิวเซอร์แนะนำให้ผมลองเอาเจมส์มาแคสท์ ซึ่งปรากฏว่าเจมส์เก่งจริงๆ มืออาชีพมาก สั่งอะไร ทำได้หมด แล้วที่สำคัญคือเค้ามีความมุ่งมั่น ไม่ย่อท้อต่อความลำบาก เวลาให้ทำอะไรซ้ำๆ เค้าจะทำโดยที่ไม่มีสายตาท้อถอยให้เราเห็น นึกไม่ออกเลยว่าถ้าไม่ได้เค้าเล่น ใครจะเล่นได้

ทุกคนย่อมมีจุดเริ่มต้นที่ไหนสักแห่ง EVERYBODY HAS TO START SOMEWHERE,สกู๊ป,Rabbit Today

มาที่เฌอปรางบ้าง จากนักร้องไอดอลมาเป็นนักแสดงมีปัญหาบ้างไหม

โอ๋: ตอนที่มาแคสท์ เฌอก็ยังเล่นไม่ค่อยเก่ง ซึ่งเรามีเวลา 4 เดือนก่อนเปิดกล้อง ที่ต้องทำให้เฌอปรางเล่นหนังให้ได้ ช่วงแรกๆ ที่เวิร์คชอป เฌอปรางนิ่ง ไม่มีอารมณ์อะไรทั้งสิ้น ผมนึกในใจว่า ชิ...บหายแล้ว (หัวเราะ) แต่ในที่สุดเราก็สามารถทลายกำแพงเค้าลงได้ เพราะจริงๆ ตัวเค้ามีความรู้สึก เพียงแต่เค้ากลั้นตัวเองไว้ไม่ให้อ่อนแอ

อะไรคือความน่าสนใจของหนังเรื่องนี้ที่ไม่เคยมีในหนังไทยเรื่องอื่นๆ

โอ๋: พูดถึงตัวเรื่อง เนื้อหามันได้แรงบันดาลใจมาจากวรรณกรรมเยาวชนญี่ปุ่น ‘เมื่อสวรรค์ให้รางวัลผม’ ที่ได้รับรางวัลมากมาย ซึ่งผมกับทีมใช้เวลาพัฒนาบทอยู่อีกปีครึ่งเพื่อจะถ่ายทอดมันออกมาให้มันเข้ากับบริบทของสังคมไทย และด้วยความที่มันเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับสวรรค์ ภาพต่างๆ ก็จะถูกดีไซน์เพื่อให้รู้สึกพิเศษ รู้สึกถึงความมหัศจรรย์ แล้วตัวผมเองซึ่งไม่ได้ทำหนังมานาน ก็ตั้งใจทำทุกอย่างอย่างดีที่สุด ทุ่มหมดตัวแบบที่ว่าพรุ่งนี้ไม่รู้จะได้ทำมันอีกหรือเปล่า (ยิ้ม)

เมื่อความตายไม่ใช่จุดสิ้นสุด แต่เป็นจุดเริ่มต้นของคำว่า "HOMESTAY",สกู๊ป,Rabbit Today

เจมส์ รับบท วิญญาณเร่ร่อนที่มาสิงอยู่ในร่าง ‘มิน’

เล่นหนังเรื่องนี้ ผมใช้คำว่า ‘เกือบตาย’

เทียบกับงานที่ผ่านมา บทบาทที่ได้รับจากหนังเรื่องนี้ต่างไปจากเดิมยังไงบ้าง

เจมส์: ต่างเยอะครับ เพราะผมต้องเล่นเป็นวิญญาณ ซึ่งวิญญาณมันจะไม่มีความทรงจำ นั่นแปลว่าตัวละครนี้จะไม่มีคาแรกเตอร์ ไม่มีปูมหลัง วันแรกๆ ที่ไปกองถ่าย ผมไม่รู้เลยว่าตัวละครนี้จะต้องเล่นเป็นคนยังไง แล้วระหว่างถ่ายทำ ขอใช้คำว่า ‘เกือบตาย’ เพราะผู้กำกับเป็นคนเนี้ยบมาก แม้แต่จังหวะผิดไปแค่ 0.5 วิ ก็ไม่ปล่อย มีความสุข ดีใจแค่ตอนแคสท์ผ่านเท่านั้น หลังจากนั้นคือนรกของจริง (ยิ้ม)

แต่ผู้กำกับก็ชมว่าเราเป็นนักแสดงที่สู้ไม่ถอย ไม่มีคำว่าท้อให้เค้าเห็นเลย

เจมส์: เวลาทำงาน เราก็อยากให้งานมันดี ไม่ได้อยากแค่ให้งานมันเสร็จ แล้วยิ่งได้ทำงานกับทีมงานที่เค้ามีแพสชั่น (passion) มากๆ เราก็รู้สึกได้รับพลัง อยากทำให้มันดีขึ้นไปอีก

ทุกคนย่อมมีจุดเริ่มต้นที่ไหนสักแห่ง EVERYBODY HAS TO START SOMEWHERE,สกู๊ป,Rabbit Today

แล้วทำงานกับเฌอปรางเป็นยังไงบ้าง

เจมส์: พอมีชื่อว่า BNK ที่เค้ามีกฎ มีข้อห้ามอะไรหลายๆอย่าง คนอาจจะคิดว่าทำงานด้วยยาก แต่พอมาทำด้วยจริงๆ เฌอเป็นคนที่ไนซ์และมืออาชีพมากๆ

แต่ในกองถ่าย เฌอฟ้องว่าเจมส์ชอบแกล้ง

เจมส์: แกล้งอะไร ไม่มี้... อ๋อ... (นึกได้ หัวเราะ) คือเวลาที่ผมอยู่ข้างหลังเฌอ ผมก็จะแอบเต้นโอนิกิริ แล้วพอเค้าหันมา ผมก็จะทำเป็นว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น

เมื่อความตายไม่ใช่จุดสิ้นสุด แต่เป็นจุดเริ่มต้นของคำว่า "HOMESTAY",สกู๊ป,Rabbit Today

เฌอ รับบทพาย  นักเรียนทุนดีเด่นประจำโรงเรียน พี่รหัสและรักแรกของมิน

พอได้มาเล่นหนัง เฌอก็เหมือนกับได้ปลดล็อคอารมณ์ตัวเองออกมา

ประสบการณ์เล่นหนังครั้งแรกในชีวิตเป็นยังไงบ้าง

เฌอ: เหนื่อยกว่าที่คิด (ยิ้ม) เฌอเป็นคนที่คาดหวังในตัวเองสูงมาก ไม่อยากทำให้ใครผิดหวัง ซึ่งตอนเวิร์กชอป มีครั้งนึงที่เฌอร้องไห้ไม่ได้ ทำให้ทุกคนเฟลกันหมด จนต้องกลับบ้าน แต่พอขึ้นรถปั๊บ อยู่ๆ น้ำตาก็ไหลออกมา

ผู้กำกับบอกว่าเฌอเป็นคนร้องไห้ยาก เป็นเพราะอะไร

เฌอ: มันเคยมีเหตุการณ์ตอนประมาณ ป.1 - ป.2 ที่เฌอปั่นจักรยานตกไปในภูเขา แล้วร้องไห้ แต่ร้องเท่าไร ก็ไม่มีใครได้ยิน จนสุดท้ายก็คิดได้เองว่า ชั้นนั่งอยู่ตรงนี้ไม่ได้แล้ว ถ้าอยากหายต้องลุกขึ้นมา ก็เลยหยุดร้อง แล้วเดินกลับบ้านเอง แล้วหลังจากนั้น ก็จะรู้สึกว่า ร้องไห้ไปก็ไม่ได้ช่วยให้มีทางออก ก็เลยกลายเป็นคนไม่ชอบแสดงออกว่าเรากำลังรู้สึกไม่ดี หรือกำลังแย่

เป็นเพราะต้องรับหน้าที่กัปตันให้กับ BNK ด้วยหรือเปล่า

เฌอ: นิสัยนี้เป็นตั้งแต่ก่อนเข้า BNK อีกนะคะ คือเฌอเคยไปทั้งค่ายทหาร ค่ายธรรมะ เคยฝึกว่ายน้ำหนักๆ หรือไปนั่งอยู่ในป่าคนเดียวก็ทำมาแล้ว ดังนั้นเวลามี emotional อะไรขึ้นมา แต่ถ้าต้องทำงานต่อ เฌอตัดมันทิ้งได้ ดูเหมือนเป็นคนเย็นชาจนโดนเพื่อนด่า (หัวเราะ)

ทุกคนย่อมมีจุดเริ่มต้นที่ไหนสักแห่ง EVERYBODY HAS TO START SOMEWHERE,สกู๊ป,Rabbit Today

แล้วพอมาเล่นหนังที่ต้องมีบทร้องไห้ ทำยังไง

เฌอ: เฌอต้องผ่านการเวิร์กชอปอย่างหนักหน่วง ถึงได้รู้ตัวว่าจริงๆ แล้วตัวเองมีอารมณ์อยู่ แต่มันกดอยู่ลึกกกกมาก พอได้มาเล่นหนัง ก็เลยเหมือนกับได้ปลดล็อคอารมณ์ตัวเองออกมา ทำให้เข้าใจตัวเองมากขึ้นว่าจริงๆเราก็มีอารมณ์นะ แต่เราชิงตัดมันทิ้งก่อนที่จะรู้สึกตัวด้วยซ้ำ จนตอนนี้ จะบอกว่าเฌอกลายเป็นคนเซนสิทีฟไปแล้วก็ได้ คือแค่เรื่องเล็กๆ น้อยๆก็แบบ...เอาละ น้ำตามาละ (ยิ้ม)

ความน่าสนใจของหนังเรื่องโฮมสเตย์ในสายตาเฌอปราง

เฌอ: อย่างแรกเลยคือบทมันน่าสนใจมาก มันแปลกใหม่สำหรับหนังไทยที่เป็นทั้งหนังวัยรุ่น ทริลเลอร์ แฟนตาซี ที่มีหลากหลายอารมณ์ ซึ่งเชื่อว่าคนดูทุกเพศ ทุกวัย จะสามารถอิน สนุก ตื่นเต้นไปกับเรื่องได้ เฌอขอใช้คำว่าครบเครื่อง ครบรส แล้วหลายๆอย่างที่เกิดขึ้นในหนังจะเป็นภาพใหม่ๆ ที่ไม่เคยมีใครเห็นมาก่อนแน่ๆ และน่าจะเป็นอีกก้าวนึงของวงการหนังไทยในเรื่องของความตื่นตาอลังการเลยค่ะ

อย่างที่เจมส์บอกกับเราว่า ...การได้รับบทเป็น ‘วิญญาณ’ ที่ไปสิงร่างคนอื่น ก็เหมือนกับการที่ได้ลองใช้ชีวิตเป็นคนๆนั้น ได้สัมผัสประสบการณ์ที่เค้าเคยเจอมา ซึ่งมันทำให้ได้เข้าใจคนๆ นั้นมากขึ้น และนำไปสู่ความเข้าใจมนุษย์มากขึ้น ซึ่งนี่ก็เป็นสิ่งหนึ่งที่อยากให้คนดูได้สัมผัสประสบการณ์นี้ด้วยตัวคุณเอง...ที่โรงภาพยนตร์ 25 ตุลาคมนี้