เรื่องเด่น

บุญคุณต้องทดแทน…แบบฉบับ ‘Jack Ma’

Published 28 ก.พ. 2019

By Rabbit Today

Jack-Ma-scoop-Rabbit-Today-banner

…กตัญญู แปลว่า ‘รู้คุณ’

…กตเวที แปลว่า ‘ตอบแทนคุณ’

เวลาพูดคำเหล่านี้ให้เด็กรุ่นใหม่ๆ บางคน (ถึงหลายคน) แอบงงว่าคืออะไร ผมก็เลยให้ความหมายตรงๆ ว่า ใครที่ดีกับเรา เคยช่วยเหลืออะไรเรา ต้อง ‘อย่าลืมบุญคุณ และควรตอบแทนแก่เขา เมื่อมีโอกาส’

บุญคุณต้องทดแทน (แต่มีแค้นอยากชำระ ก็ตามสบาย) เป็นคุณสมบัติที่เหมือนจะจางหายไปจากจิตใจคนที่คลุกฝุ่นอยู่ในยุคสมัยแห่งดิจิทัล และสังคมที่บีบรัดให้เราต้องใช้ชีวิตอยู่แต่กับการแข่งขัน ความรวดเร็ว จนกลายเป็นคนที่คิดถึงแต่ตัวเอง

ผมไม่แน่ใจว่าจะมีผู้อ่านท่านใดเคยได้ยินประโยคที่ว่า “แค่ข้าวมื้อเดียว ก็ถือเป็นพระคุณอันยิ่งใหญ่” ของคนจีนหรือไม่ แต่ประสบการณ์ที่เคยคุยกับพี่น้องชาวจีนในไทยส่วนใหญ่จะให้ความสำคัญกับบุญคุณ แม้จะเป็นเรื่องน้อยก็ตาม (คนรุ่นใหม่เปลี่ยนไปหรือยังไม่รู้) และหากเมื่อใดที่มีโอกาสได้ตอบแทน ก็มักจะทำโดยทันที

ผมมองว่าเรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องที่ดี เป็นเสน่ห์ที่ทำให้มนุษย์ต่างจากสัตว์เดรัจฉาน แม้จะไม่มีใครเห็น หรือยกย่องกับสิ่งที่เราทำต่อผู้มีพระคุณนั้นๆ แต่ตัวคุณเองจะรู้สึก ‘อิ่ม’ ในสิ่งที่ได้ทำอย่างแน่นอน

…พอพูดถึงเรื่องนี้ ผมเลยขอยกตัวอย่างการทดแทนบุญคุณจากโคตรมหาเศรษฐีชาวจีนท่านหนึ่งที่อยากแชร์

…คุณรู้จัก Jack Ma (แจ๊ก หม่า) หรือไม่

เชื่อว่าหลายคนคงคุ้นชื่อนี้ดี…แต่คุณอาจจะเคยได้ยินเรื่องราวของ Jack Ma ในฐานะเจ้าของเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซอย่าง Alibaba มหาเศรษฐีอันดับหนึ่งของจีน และกลายเป็นอีกบุคคลระดับโลกที่ใครๆ ก็อยากคบค้าด้วย

เมื่อเขาเริ่มโด่งดัง ก็มีการขุดคุ้ยประวัติชีวิต ตั้งแต่ความลำบากในชีวิตและการถูกกลั่นแกล้งดูถูกในวัยเด็ก ถูกปฏิเสธการเข้าเรียนจากมหาวิทยาลัยฮาวาร์ด ถูกปฏิเสธงานจาก 30 บริษัทรวด รวมถึงแค่ตำแหน่งพนักงานเสิร์ฟใน KFC ก็ยังไม่ได้ทำ แถมยังเป็นผู้เชี่ยวชาญไทเก๊ก เป็นครูมาก่อน เคยเต้นแบบไมเคิล แจ๊กสัน และรวมถึงรวยอย่างไรก็ยังใช้ชีวิตแบบคนสมถะ

ไม่ว่าจะมุมไหน เชื่อว่าน้อยคนนักที่จะเคยฟังเรื่องเล่าหนึ่งในชีวิตของ Jack Ma ที่ดูเหมือนจะเป็นเรื่องเล็กๆ แต่เป็นจุดหักเหชีวิตเขามาถึงทุกวันนี้

เมื่อต้นปี 3 กุมภาพันธ์ 2017, Jack Ma ได้ก่อตั้งโครงการกองทุนเพื่อการศึกษาชื่อ Ma & Morley Scholarship Program ให้แก่มหาวิทยาลัย Newcastle ในประเทศออสเตรเลีย เป็นเงินจำนวน 20 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 700-800 ล้านบาทไทย)

…ที่มาของกองทุนนี้คืออะไร แล้วทำไมต้องเลือกลงในประเทศออสเตรเลีย

ย้อนกลับไปในปี ค.ศ.1980 ชายวัยกลางคนชื่อ Ken Morley พาภรรยาและลูกๆ ไปเที่ยวเมืองหางโจว ประเทศจีน และเขามีโอกาสพบเด็กชายคนหนึ่งที่ขณะนั้นใช้ชื่อว่า Ma Yun (หม่า หยุน) หรือ Jack Ma นั่นแหละครับ

Jack Ma เป็นคนใฝ่รู้แต่เด็ก และเขาได้ตรงเข้าไปหาครอบครัว Morley เพื่อหวังจะมีโอกาสได้ฝึกพูดภาษาอังกฤษ และนั่นคือจุดเริ่มต้นของมิตรภาพของเขากับครอบครัวนี้

ครอบครัว Morley มีความเอ็นดู Jack Ma อย่างมาก และได้อาสาจะช่วยฝึกภาษาอังกฤษให้ฟรี และมีครั้งหนึ่งพวกเขาได้ชวน Jack Ma มาเที่ยวออสเตรเลีย และการที่ได้รู้ภาษาอังกฤษจากครอบครัวนี้ ทำให้เขาได้เปิดประสบการณ์ชีวิตใหม่ๆ จากออสเตรเลีย

การเปิดโลกทัศน์ในต่างแดน ทำให้เขาตัดสินใจว่าจะต้องเป็นคนประสบความสำเร็จให้จงได้ แต่เส้นทางสร้างความสำเร็จของ Jack Ma ไม่ง่ายเท่าไรนัก แต่โชคดีที่เขาได้แรงพยุงจากครอบครัว Morley ที่ทำการสนับสนุนเขาด้วยการให้เงินเป็นค่าใช้จ่ายต่างๆ ในชีวิตและการศึกษาช่วงที่เขาลำบากเป็นระยะๆ (คิดเป็นเงินประมาณ 600 ดอลลาร์สหรัฐฯ)

จากวันแรกที่รู้จักกันในปี 1980 จนกระทั่งก่อตั้ง Alibaba วันแรกในปี 1999 และนำบริษัทเข้าตลาดหุ้น New York Stock Exchange ได้สำเร็จในปี 2014 ทำให้ Alibaba กลายเป็นบริษัทที่มีรายได้กว่า 14,685 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในปี 2016 และชื่อของ Jack Ma ก็กลายเป็นต้นแบบของผู้ประสบความสำเร็จอย่างสูงคนหนึ่งของโลก

อย่างไรเสีย Jack Ma ไม่เคยลืมครอบครัวนี้เลย แม้ในปี 2004 Ken Morley ผู้เป็นหัวหน้าครอบครัวได้เสียชีวิตลงด้วยโรคชรา เขายังคงติดต่อกับทายาทของครอบครัวนี้มาโดยตลอด และเมื่อถึงวันที่เขาพร้อมด้วยกำลังทรัพย์ เขาก็ไม่รีรอที่จะกลับมาตอบแทนครอบครัวชาวออสเตรเลีย

…และนี่คือที่มาของ ‘การทดแทนบุญคุณ’ ของ Jack Ma กับการก่อตั้ง Ma & Morley Scholarship Program โดยบรรจุชื่อครอบครัว Morley เพื่อเป็นเกียรติและเป็นบุคคลที่เขานับถือเหมือนพ่อ ด้วยการป้อนทุนจำนวน 20 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ให้แก่มหาวิทยาลัย Newcastle ในประเทศออสเตรเลีย

เงินจำนวนนี้มากพอที่จะสนับสนุนการศึกษาให้ผู้ที่มีความตั้งใจที่จะศึกษาหาความรู้ได้ปีละไม่น้อยกว่า 90 ชีวิตเป็นเวลา 20 ปี และเชื่อว่าเขาน่าจะพร้อมสนับสนุนเงินทุนอีกในอนาคต

แม้เขาจะไม่ได้ให้เงินโดยตรงแก่ครอบครัว Morley (เชื่อว่าหาก Ken Morley ยังมีชีวิตอยู่ ก็คงไม่ได้หวังเงินตอบแทนคืน) แต่การตอบแทนของ Jack Ma ในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึง ‘โอกาส’ ด้านการศึกษา แบบที่เขาเคยได้รับจากครอบครัวนี้ ทั้งเรื่องของภาษาที่ทำให้เขาเปิดโลกกว้าง และเงินทุนที่ทำให้เขามีโอกาสได้เล่าเรียนที่ดี

…เขาจึงอยากมอบสิ่งนี้กลับไปหาชาวออสเตรเลียที่เคยช่วยให้ความรู้แก่เขาในวันที่เขาไม่มีเงินเรียน

แม้เงินจากครอบครัว Morley จะไม่ใช่เงินจำนวนมาก และเงินจากกองทุนของ Jack Ma จะไม่ได้มหาศาลถ้าเทียบกับรายได้ที่เขามีอยู่ในทุกวันนี้ แต่เรื่องนี้ก็แสดงให้เห็นว่า ‘บุญคุณ’ เป็นสิ่งที่คนดีควรมีไว้เป็นคุณสมบัติคู่กาย ไม่ว่าใครจะมีบุญคุณกับเรามากหรือน้อย ทางตรงหรือทางอ้อม ก็ควรตอบแทนเมื่อมีโอกาส และไม่ควรมองเป็นแค่หน้าที่ แต่ควรมองเป็นจิตสำนึก และคิดให้ออกว่าทุกลมหายใจของเราในวันนี้ ได้รับโอกาสมาจากผู้ใดบ้าง…

วันนี้คุณทำอะไรเพื่อผู้มีพระคุณของคุณบ้างหรือยัง สวัสดีมีนาคม…