เรื่องเด่น

สมบัติชาตินาฏศิลป์โขน

Published 1 พ.ย. 2018

By Rabbit Today

Khon-scoop-Rabbit-Today-banner

ในอดีตนั้น นอกจากอิทธิพลจากนิทานมหากาพย์แห่งชมพูทวีป ‘รามายณะ’ ของอินเดีย ที่นิยมกันทั่วทั้งชมพูทวีป และแพร่กระจายไปในหลากหลายภูมิภาค จนมีการดัดแปลง แต่งเติม เสริมความกันหลากหลายเวอร์ชั่นนั้น ความงดงามทรงพลังของนาฏกรรมอินเดีย ‘ภารนาฏยศาสตร์’ ที่ได้สลักเสลาบนบานประตูเทวสถาน มณฑลมัทราส อินเดียตอนใต้ ก็ได้กลายเป็นรากฐานของนาฏกรรมหลากหลายแขนง รวมทั้งนาฏกรรม ‘โขน’ 

โขนถือเป็นวัฒนธรรมร่วมของบรรพบุรุษภูมิภาคสุวรรณภูมิที่ไม่อาจปฏิเสธได้ สำหรับประเทศไทยเรานั้น รามายณะได้รับการปรุงแต่งเป็นวรรณคดีไทยชื่อว่า ‘รามเกียรติ์’ นิยมนำมาแสดงในพระราชพิธีสำคัญ โดยกลุ่มมหาดเล็กหลวงจนได้ชื่อว่า ‘โขนหลวง’ และได้รับความนิยม พัฒนาต่อยอดมาเป็น ‘โขนไทย’ จนถึงปัจจุบัน

โขนถือเป็นสมบัติและเป็นนาฏศิลป์ชั้นสูงของชาติ ที่สะท้อนให้เห็นถึงความเจริญทางวัฒนธรรม เพราะเป็นศูนย์รวมศาสตร์ชั้นยอดแขนงต่างๆ คือ วรรณกรรม จิตรกรรม ประติมากรรม สถาปัตยกรรม นาฏกรรม และดุริยางคศิลป์ เข้าไว้ด้วยกันบนเวทีเดียว 

คลายความสงสัยและรู้จักพิเภกคือตัวละครเช่นไร

สยามและรามเกียรติ์

  • สมเด็จพระนารายณ์มหาราช: อ้างอิงจากหลักฐานจดหมายเหตุลาลูแบร์ ว่าในช่วงปี พ.ศ.2230 (ปลายรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์) มีการแสดงสวมหน้ากากปิดบังใหน้า ถืออาวุธออกท่าทางประกอบเสียงดนตรี ซึ่งก็คือการแสดงโขน นั่นเอง
  • สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี: มีหลักฐานว่าสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี ทรงพระราชนิพนธ์เรื่องรามเกียรติ์ไว้อยู่บ้าง หลังจากว่างเว้นจากการศึกสงคราม แม้จะไม่ต่อเนื่อง แต่แสดงให้เห็นว่าพระอองค์ทรงสนพระทัยอยู่ไม่น้อย
  • รัชกาลที่ 1: ทรงพระราชนิพนธ์บทละครเรื่องรามเกียรติ์ไว้อย่างละเอียดถี่ถ้วน 
  • รัชกาลที่ 2: เป็นยุครุ่งเรืองแห่งวรรณคดี และมีพระราชนิพนธ์บทละครเรื่องรามเกียรติ์ ที่พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ได้ทรงปรับให้มีความเหมาะสมกับการแสดงโขนมากยิ่งขึ้น พร้อมพระราชนิพนธ์บทพากษ์โขน ตอนนาคบาศและนางลอยไว้อย่างไพเราะ
  • รัชกาลที่ 6: พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ทรงมีพระอัจฉริยภาพในการพระราชนิพนธ์บทละครโขน ทรงร่วมฝึกซ้อมและทรงแสดงด้วยพระองค์เอง 

(ข้อมูลส่วนหนึ่งจากหนังสือ ประวัติศาสตร์กรุงรัตนโกสินทร์ รัชกาลที่ 1-รัชกาลที่ 3 พ.ศ.2325-พ.ศ.2394 เล่ม 1 เนื่องในโอกาสสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ 200 ปี พ.ศ.2525)

ในโอกาสที่จะมีการแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ตอน พิเภกสวามิภักดิ์ ระหว่างวันที่ 3 พ.ย.-5 ธ.ค. 2561 เราจะพาไปรู้จักพิเภกให้มากขึ้น เพื่อเพิ่มอรรถรสในการชมโขนแห่งปีที่กำลังจะมาถึง

รู้จักหัวโขนพิเภก

สมบัติชาตินาฏศิลป์โขน,สกู้ป,Rabbit Today 

ยักษ์ซื่อชื่อพิเภก

คลายความสงสัยและรู้จักพิเภกคือตัวละครเช่นไร

สมบัติชาตินาฏศิลป์โขน,สกู้ป,Rabbit Today

1. อดีตชาติ

อาจจะฟังดูแล้วงงว่า ทำไมยักษ์ที่ชื่อว่าพิเภกจึงมาอยู่ฝั่งตรงข้ามพี่น้องยักษ์ของเขา เรื่องนี้มีที่มา…พิเภกคือพระเวสสุญาณเทพบุตรในอดีตชาติ ที่ได้รับพระบัญชาจากพระอิศวรให้ลงมาจุติเป็นพี่น้องร่วมท้องกับทศกัณฐ์ และได้ประทานแว่นวิเศษไว้ที่ดวงตาขวา ให้สามารถมองเห็นได้ในสามโลก รวมทั้งอดีตและอนาคต เพื่อช่วยเป็นไส้ศึก ช่วยชีวิต และแก้ไขปัญหาต่างๆ ให้กับกองทัพของพระรามนั่นเอง

2. ลักษณะนิสัย

พิเภกเป็นยักษ์ที่ไม่เหมือนพี่เหมือนน้อง ไม่มีฤทธิ์ แต่มีความซื่อสัตย์ มีคุณธรรม ถึงขนาดเคยทูลพระรามให้ตัดสินประหารชีวิตนางเบญจกายซึ่งเป็นลูกสาวของตัวเอง เพราะทำผิดที่แปลงร่างเป็นนางสีดาไปหลอกพระราม 

3. ความสามารถพิเศษ

พิเภกมีความรู้ในด้านโหราศาสตร์ที่แม่นยำเป็นอย่างมาก (ทว่า ถ้าไม่ถาม ก็จะไม่บอก)
เป็นหมอปรุงยารักษาพิษหอกโมกขศักดิ์ของกุมภกรรณ และหอกกบิลพัทของทศกัณฐ์ ให้กับพระลักษณ์ จนรอดชีวิต 
เป็นผู้เป่าลมปลุกชีพหนุมานหลังถูกอินทรชิตที่แปลงกายเป็นพระอินทร์มาหลอกและฆ่าตาย และสุดท้าย 
พิเภกคือผู้บอกว่าหนทางฆ่าทศกัณฐ์ ว่าพี่ชายของตัวเองถอดดวงใจไว้จึงฆ่าไม่ตาย เพื่อให้หนุมานไปขโมยมาทำลายได้ในที่สุด

4. เหตุที่ต้องมาสวามิภักดิ์พระราม

พิเภกถูกทศกัณฐ์ไล่ออกจากเมือง เพราะได้แนะนำให้ทศกัณฐ์คืนนางสีดาให้กับพระราม ทำให้ทศกัณฐ์ไม่พอใจเป็นอย่างมาก และเมื่อถูกขับออกจากเมืองก็ได้ตรวจดวงชะตาของตัวเอง แล้วพบว่าตนจะได้พระนารายณ์อวตาร (ซึ่งก็คือพระรามนั่นเอง) เป็นที่พึ่งใหม่ 

5. บั้นปลายชีวิต

พิเภกได้รับการสถาปนาเป็นท้าวทศคีรีวงศ์ และปกครองกรุงลงกาต่อจากทศกัณฐ์พี่ชาย

ผังตระกูลยักษ์ทศกัณฐ์

สมบัติชาตินาฏศิลป์โขน,สกู้ป,Rabbit Today 

อดทนก่อนสง่างาม

ถ้าวัดกันที่ความโหดของการฝึกร่างกายพอๆ กับฟิตร่างกายแข่งกีฬาโอลิมปิกแบบ 4 ปีครั้ง ก็เห็นว่า…กว่าจะมาเป็นนักแสดงโขนให้คนนั่งชมอย่างเปี่ยมสุขตรงหน้า ผู้ฝึกทุกคนล้วนต้องมีวินัย ให้ใจทั้งดวง และอดทนกับการฝึกอย่างหนักหน่วง และนี่คือ 4 ขั้นตอนโดยสังเขป ที่ถือเป็นเพียงกระผีกของการฝึกเบื้องต้น ที่ต้องอาศัยความทรหดอดทน ฟันฝ่าไปให้ถึงเวทีอย่างสง่างาม 

สมบัติชาตินาฏศิลป์โขน,สกู้ป,Rabbit Today

ตบเข่า: คือการฝึกประสาทหูในการรับรู้จังหวะดนตรี เพื่อแยกแยะเสียงให้มีความแม่นยำและเกิดความชำนาญ

สมบัติชาตินาฏศิลป์โขน,สกู้ป,Rabbit Today

ถองสะเอว: คือการฝึกการยักคอ ไหล่ ลำตัว และใบหน้า เพื่อการเคลื่อนไหวที่ได้สัดส่วนและงดงาม

สมบัติชาตินาฏศิลป์โขน,สกู้ป,Rabbit Today

เต้นเสา: เป็นการฝึกที่ช่วยสร้างความแข็งแรงให้กับกล้ามเนื้อขาและเท้าของนักแสดงโขน ให้มีน้ำหนักคงที่และสม่ำเสมอ

สมบัติชาตินาฏศิลป์โขน,สกู้ป,Rabbit Today

ถีบเหลี่ยม: คือการฝึกให้ช่วงขา แขน และอก มีความคงที่ โดยให้ผู้ฝึกยืนชิดติดกำแพง ย่อเข่าทำมุมฉาก จากนั้นครูฝึกจะใช้เท้าค่อยๆ ยันหัวเข่าด้านในของผู้ฝึกจนแยกออกเป็นแนวขนานกับหัวไหล่ผู้ฝึก ถือเป็นขั้นตอนที่ผู้ฝึกโขนต้องใช้ความอดทนอย่างสูง และต้องควบคุมโดยครูเท่านั้น

DID -YOU-KNOW-logo

สมบัติชาตินาฏศิลป์โขน,สกู้ป,Rabbit Today

ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช อดีตนายกรัฐมนตรีคนที่ 13 ของไทย เคยได้รับพระราชทานการครอบครูพระพิราพ จากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 เมื่อปี พ.ศ.2506 ณ พระที่นั่งวิมานเมฆ พระราชวังดุสิต ด้วยเพราะความเปรื่องปราดด้านนาฏศิลป์โขน ก่อนที่ 3 ปีต่อมาจะริเริ่มการตั้งโขนธรรมศาสตร์ขึ้นในปี พ.ศ.2509 (ข้อมูลจากนิตยสาร National Geographic ฉบับภาษาไทย)