เรื่องเด่น

ลมหายใจของคนหัวใจโขน

Published 1 พ.ย. 2018

By Rabbit Today

Khon-interview-scoop-Rabbit-Today-banner

รู้หรือไม่ว่ายอดตัวเลขการออดิชั่นของคนรุ่นใหม่ เพื่อเป็นหนึ่งในนักแสดงโขนมีเพียง 772 คนเมื่อปี พ.ศ.2559 และถ้าเราลองมาเทียบสัดส่วนกันเล่นๆ ดูกับยอดการออดิชั่นของ The Star คนฟ้าคว้าดาว ที่เคยมีประมาณ 15,000 คนในแต่ละปี ก็เรียกว่าต่างกันแบบไม่เห็นฝุ่นถึง 19 เท่าเลยทีเดียว 

และจากยอดเยาวชนหัวใจโขนทั้ง 772 คนนั้น ที่สุดแล้วต้องคัดเหลือเพียง 25 คน ตาม 5 ตัวละครหลักคือ โขนพระ, ละครพระ, ละครนาง, โขนยักษ์ และโขนลิง ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะไม่ใช่ว่ามีความสามารถแล้วจะได้เข้าวิน เพราะคาแรกเตอร์ตัวละครแต่ละตัวนั้น จะต้องพิจารณาถึงสัดส่วนของร่างกายนักแสดงเป็นสำคัญด้วย จะว่ามันคือชะตาที่ฟ้าลิขิต DNA มาให้เฉพาะคนที่ใช่ก็ไม่ผิดนัก 

แต่ก่อนที่การแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ จะเริ่มต้นขึ้นระหว่างวันที่ 3 พ.ย.-5 ธ.ค. 2561 Rabbit Today ได้มีโอกาสพูดคุยกับ ดร.เกิดศิริ นกน้อย ครูโขนและผู้ช่วยผู้กำกับการแสดง รวมทั้งสุดยอดเยาวชนคนรักโขน 6 คนที่สามารถฝ่าด่านอรหันต์มาได้ด้วยใจอุตสาหะ 

แม้เป็นคนเพียงหยิบมือ พวกเขาก็มุ่งมั่นที่จะสืบสานนาฏศิลป์ชั้นสูงให้อยู่คู่ชาติไทยต่อไป และอยากให้คนไทยทั้ง 70 ล้านคนทั่วประเทศได้ร่วมภาคภูมิใจไปด้วยกัน

ลมหายใจของคนหัวใจโขน,สกู้ป,Rabbit Today

ครูโขนและผู้ช่วยผู้กำกับการแสดง

ดร.เกิดศิริ นกน้อย

Q: หลายคนอาจจะสับสนถึงชื่อที่แท้จริงของการแสดงโขน และเรียกขานกันไปหลากหลายแบบ จริงๆ แล้วมีชื่อว่าอะไร

A: ถ้าคนในวงการนาฏศิลป์จะเรียกแบบย่อๆ ว่าโขนสมเด็จฯ ต่อมาคนก็พากันเรียกว่าโขนพระราชทาน ซึ่งจริงๆ แล้วจะมีชื่อว่า ‘โขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ’ เพราะดำเนินการโดยมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ซึ่งสมเด็จพระนางเจ้าฯ ทรงเป็นองค์ประธานของมูลนิธิครับ 

Q: หลังจากเว้นช่วงการแสดงโขนไปพักหนึ่ง การกลับมาอีกครั้งของการแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ จะมีความพิเศษกว่า 7 ตอนที่ผ่านมาอย่างไร 

A: จริงๆ เราเตรียมการแสดงไว้ตั้งแต่ปี 2559 ไว้เรียบร้อย ซึ่งจะเริ่มซ้อมในวันที่ 18 ตุลาคมในปีนั้น ทว่าในวันที่ 13 ตุลาคมก็เกิดเหตุการณ์ที่สร้างความโทมนัสอาลัยในหัวใจของคนไทยก่อน จึงต้องงดทุกอย่างไป 

สำหรับการแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ตอนพิเภกสวามิภักดิ์นั้น เกิดจากการที่มักมีคนตั้งคำถามว่า “ทำไมพิเภกต้องมาอยู่กับพระราม” ถ้าไม่ใช่คนที่ศึกษาหรืออยู่ในวงการโขนก็จะไม่ทราบ ข้อที่สองคือ เราอยากเน้นในเรื่องของความจงรักภักดี เพราะอย่างไรเสีย ความยุติธรรมก็ต้องชนะความอยุติธรรม คนดีแม้ไปอยู่กับคนไม่ดีอย่างไร ก็ต้องกลับมาหาคนดี และคนดีก็ต้องได้รับการยกย่อง 

เมื่อเราเอาบทที่อาจารย์ ประเมษฐ์ บุณยะชัย เป็นผู้เขียนบทมาดู ซึ่งท่านเอาบทพระราชนิพนธ์หลายรัชกาล ทั้งรัชกาลที่ 1, 2 และ 6 มาพิจารณาปรับปรุง เพราะมีรายละเอียดแตกต่างกัน และได้รับความร่วมมือในเรื่องของการออกแบบเรือจากทหารเรือ ในการทำใบเรือ ชักใบเรือ ให้สมจริง ไม่ใช่แค่เป็นพร้อป นี่คือความพิเศษที่อยากจะนำเสนอครับ

Q: นอกจากการแสดงที่ตื่นตาตื่นใจแล้ว หัวโขนและเครื่องแต่งกายก็มีความละเอียดและวิจิตรตระการตามากๆ ทีมงานใช้เวลาทำยาวนานแค่ไหน

A: ในเรื่องของหัวโขน จะใช้วิธีการโบราณในการขึ้นหุ่น แปะกระดาษข่อย กระดาษสา กว่าจะกวดกระดาษให้เรียบตามหุ่น กว่าจะลงดินสอพอง ก็หลายขั้นตอน หัวหนึ่งก็ใช้เวลาเป็นเดือนนะครับ พูดง่ายๆ ว่ามันเป็นเหมือนเปเปอร์มาเช่ ซึ่งเป็นประติมากรรม หัตถกรรม และจิตรกรรมรวมกันอยู่ในหัวโขน และการที่หัวโขนทำจากกระดาษนี้เอง ทำให้มีลักษณะพิเศษคือ ตอนใส่จะแน่นมาก แต่พอใส่ไปเรื่อยๆ จะขยายตัวเมื่อโดนเหงื่อ เคยมีคนทำหัวโขนจากเรซิ่นอยู่เหมือนกัน แต่ระบายอากาศได้ไม่ดี มีน้ำหนักมาก ไม่เหมือนหัวโขนที่ทำจากกระดาษ 

ส่วนเรื่องชุด เราจะใช้ดิ้นอันเล็กๆ ปักด้วยมือทีละอันๆ ชุดหนึ่งน่าจะใช้เวลานานถึง 3 เดือน บางลายก็สูญหายไปแล้ว และหลังจากที่มูลนิธิศิลปาชีพได้ฟื้นฟูเรื่องผ้ายกเมืองนคร (นครศรีธรรมราช) ซึ่งให้ผู้รู้คือ อ.วีรธรรม ตระกูลเงินไทย ไปศึกษาเรื่องผ้ายก ลายผ้ายก และกรรมวิธีการทอ จากพระคลังในบ้าง จากของสะสมของใครๆ บ้าง 

ในที่สุดก็ได้ไปฝึกช่างที่ศูนย์ศิลปาชีพ บ้านเนินธัมมัง อ.เชียรใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช ให้ทอผ้าออกมา ตอนแรกๆ ก็ใช้ไม่กี่ตัว แต่ล่าสุดเขาส่งมา 200 ผืน จึงใส่ได้ทั้งโรง สามารถทำขึ้นเองด้วยฝีมือคนไทยทั้งหมดครับ

Q: ทำไมจึงต้องไปดูโขนปีนี้

A: สมเด็จพระนางเจ้าฯ ท่านทรงมุ่งหวังให้โขนอยู่ประจำชาติไปตลอด เพราะฉะนั้นการได้มาดูก็จะเป็นการสนองพระราชเสาวนีย์ทางหนึ่ง และทางเราก็หวังจะสร้างคนดูรุ่นใหม่ให้อยู่คู่กับโขนที่เราทำ พระองค์ท่านไม่ได้ทรงสร้างแค่คนเล่นคนดู แต่ทรงสร้างทุกอย่าง เช่น ช่างต่างๆ จากมูลนิธิศิลปาชีพด้วย พระองค์ท่านทรงทำด้วยพระราชหฤทัย คนไทยจึงไม่ควรทิ้งสิ่งเหล่านี้ครับ

ลมหายใจของคนหัวใจโขน,สกู้ป,Rabbit Today

พิเภก

ชื่อ: ปพน รัตนสิปปกร

ชื่อเล่น: ฟร้อง

อายุ: 19 ปี

สังกัด: วิทยาลัยนาฏศิลปลพบุรี

Q: คุณมีความผูกพันกับโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ อย่างไร

A: ตอนผมเรียนอยู่ชั้น ม.1 ได้มีโอกาสชมโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ครั้งแรก ตั้งแต่นั้นมามุมมองต่างๆ ของผมก็เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง ทำให้เกิดแรงบันดาลใจที่จะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการแสดงโขนนี้ให้ได้ พอขึ้น ม.3 ก็ตัดสินใจมาออดิชั่น แม้ครั้งแรกไม่ติด แต่ก็ได้มาเป็นนักแสดงประกอบ เท่านั้นก็ดีใจมากๆ (ยิ้ม) จนปีต่อมาก็ออดิชั่นผ่าน ในชื่อตอนนาคบาศ ผมได้เล่นเป็นยักษ์กุมารชื่อ วิรุญมุข และนับจากปีนั้นก็ได้เล่นติดต่อกันมาจนถึงปีนี้ ถือเป็นความภูมิใจของเรามากๆ

Q: ขณะที่ ‘สวมหัวโขน’ อยู่ คุณบอกกับตัวเองว่าอะไร

A: ต้องมีสติ เนื่องจากเรากำลังจะสวมบทบาทเป็นตัวละครตัวหนึ่ง แต่การส่งอารมณ์ให้ลื่นไหลภายใต้หัวโขนนั้น เป็นเรื่องยากมาก ซึ่งเราต้องทำให้ได้ ส่วนในแง่ของกายภาพ ก็ถูกจำกัดทั้งการมองเห็น ไหนจะเรื่องการขยับร่างกายภายใต้ชุดที่สวมใส่ เพราฉะนั้น สติเป็นเรื่องสำคัญที่สุดครับ จึงต้องบอกกับตัวเองเสมอในเรื่องนี้

Q: ในฐานะที่เป็นหนึ่งในนักแสดง ทำไมเราถึงต้องไปดูโขนพระราชทานครั้งนี้

A: สมัยก่อนเราจะหาดูการแสดงแบบนี้ไม่ได้อย่างแน่นอน เนื่องจากโขนจะเล่นกันในรั้วในวัง แต่ ณ วันนี้ ประชาชนสามารถชมการแสดงโขนพระราชทานกันได้ทุกคน ถือเป็นพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ ที่ทรงอุปภัมภ์ศิลปะการแสดงชิ้นนี้ และเมื่อมีการแสดงเต็มรูปแบบตามประเพณีดั้งเดิม เมื่อมาบวกกับโปรดักชั่นสมัยใหม่ และความทุ่มเทของนักแสดงทุกคนแล้ว ผมว่าคุ้มค่าที่สุดครับ

ลมหายใจของคนหัวใจโขน,สกู้ป,Rabbit Today

อินทรชิต

ชื่อ: ชานนท์ ทัสสะ

ชื่อเล่น: เจ๋ง

อายุ: 25 ปี

สังกัด: สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์

Q: รู้สึกอย่างไรที่เดี๋ยวนี้คนไทยหันมาสนใจโขนมากขึ้นกว่าเดิม และตั้งหน้าตั้งตารอชมทุกๆ ปี

A: ผมดีใจมากครับ สมัยก่อนไม่ค่อยมีใครอยากเรียนนาฏศิลป์ เพราะไม่มีวันรวย อาชีพก็หายาก แต่ทุกวันนี้ผู้คนเปลี่ยนทัศนคติเกี่ยวกับการแสดงโขนไปมาก ทุกๆ ปีจะมีคนรอชมโขนกันมากขึ้น แล้วบางคนเวลาเจอเราข้างนอก ก็เข้ามาทักว่าเคยดูนะ เรื่องเหล่านี้ทำให้รู้สึกประทับใจ และรู้สึกว่าประสบความสำเร็จในสิ่งที่เราได้เรียนมาตลอด 8 ปี

Q: ทำไมผู้ชมจึงต้องไปดูโขน ตอน พิเภกสวามิภักดิ์

A: ผมว่าตอนนี้มีครบทุกรสชาติครับ เพราะมีทั้งความสนุก เศร้า ดราม่า อย่างฉากแรกที่ทศกัณฑ์ไล่พิเภกถือว่าเป็นฉากไคลแมกซ์เลย ในการแสดงจะมีกระบวนการของท่ารำมากมาย เช่น การขับไล่ การไล่ตี การวิ่ง การหนี รวมทั้งมีส่วนผสมทางอารมณ์มากมาย โปรดักชั่นแสง สี เสียงก็พร้อมมาก แต่เราก็ยังคงรักษาจารีตการแสดงที่เป็นมาแต่โบราณ คือใช้คำว่าไม่ปรับเปลี่ยน แต่เพิ่มเติมด้วยเทคนิคเพื่อให้คนดูเข้าใจง่ายขึ้นครับ

ลมหายใจของคนหัวใจโขน,สกู้ป,Rabbit Today

นางตรีชฎา

ชื่อ: สุภาพร เปี่ยมนงนุช

ชื่อเล่น: ป๊อป

อายุ: 22 ปี

สังกัด: วิทยาลัยนาฏศิลปลพบุรี

Q: แรงบันดาลใจและจุดเริ่มต้นของการแสดงโขน

A: วันหนึ่งได้ไปดูการแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ตอน ศึกมัยราพณ์ พ.ศ.2554 รู้สึกว่าอลังการ ขนลุก ดูจบแล้วน้ำตาไหลออกมา ตอนนั้นได้ตั้งจิตอธิษฐานว่าวันหนึ่งเราอยากขึ้นไปแสดงแบบนั้นให้ได้สักครั้ง หลังจากนั้นก็ไปดูทุกปี จนปี 2556 คุณครูส่งไปคัดเลือกนักแสดงโขนรุ่นใหม่ ตอน โมกขศักดิ์ หนูเลยมีโอกาสเข้าไปออดิชั่น แต่ก็ไม่ได้เสียใจค่ะ เก็บประสบการณ์ที่ผิดพลาดไว้ และตั้งใจว่าปีหน้าจะมาใหม่

จนมาออดิชั่นปี 2557 ศึกอินทรชิต ตอน นาคบาศ ตั้งใจซ้อมมาก และได้รับคัดเลือกให้เป็นนักแสดงรุ่นใหม่อันดับ 2 ไม่คิดว่าเป็นตัวเองจะได้ ตั้งใจไว้เพียงว่าขอให้เข้ารอบและได้โอกาสในการร่วมแสดงเท่านั้น ตอนประกาศตกใจมาก จนครูบอกว่าหนูนั่นแหละค่ะ (หัวเราะ) มันเป็นความใฝ่ฝันสูงสุดของเด็กนาฎศิลป์ทุกคนจริงๆ

Q: อะไรคือสิ่งที่ยากที่สุดของการแสดงโขน และในฐานะที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของทีมนักแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ จะต้องฝึกฝนเรื่องใดเป็นพิเศษ

A: นอกจากต้องฝึกฝนร่างกายในการแสดงโขนแล้ว ที่สำคัญเลยคือต้องมีจินตนาการด้วยค่ะ อย่างหนูได้รับบทเป็นนางตรีชฎา ก็ต้องคิดว่าเราเป็นเมียของพิเภกจริงๆ จินตนาการทำอารมณ์ว่าสามีเราถูกขับไล่ออกจากเมือง เราจะไม่ได้เจอเขาอีกแล้วนะ และเมื่อสามีต้องออกจากเมือง นางตรีชฏาต้องทำหน้าที่ดูแลลูกสาว ก็เหมือนแม่เลี้ยงเดี่ยวในปัจจุบัน หนูคงบอกกับนางตรีชฎาว่า เราต้องทำหน้าที่เลี้ยงดูลูกในกรุงลงกาต่อไป ต้องหยัดยืนให้ได้ด้วยตนเอง ใช้ชีวิตต่อไปให้ได้ ที่สำคัญคือต้องเป็นแม่ที่ดีให้ลูกค่ะ

ลมหายใจของคนหัวใจโขน,สกู้ป,Rabbit Today

นางเบญจกาย

ชื่อ: ธันยธรณ์ ธูสรานนท์

ชื่อเล่น: เฟรนด์

อายุ: 20 ปี

สังกัด: วิทยาลัยนาฏศิลป

Q: อยากให้พูดถึงตัวละคร เบญจกาย สักหน่อย

A: เบญจกายเป็นลูกสาวของพิเภกกับนางตรีชฎา อยู่ในช่วงตอนพิเภกลาเมีย ฉากนั้นจะมีตรีชฎากับนางเบญจกาย เพราะพ่อจะมาลาเมียกับลูกว่าจะไม่ได้อยู่ที่นี่แล้ว ตัวเบญจกายจะสื่ออารมณ์ในฉากนี้ว่า ไม่ต้องการให้พ่อจากไปไหน เหมือนเป็นลูกที่รักพ่อ ฉากนี้จะเป็นซีนดราม่าที่สุดของเรื่องนี้ที่น่าติดตามค่ะ

การแสดงโขนจะมีกฎเยอะ สมมติเล่นมากไปก็ไม่ดี เล่นน้อยไปก็ไม่ถึง มันต้องฝึกซ้อมไปเรื่อยๆ เพื่อให้คนดูรู้สึกโดยเราไม่จำเป็นต้องเวอร์เกินไป บางคนเขาจะใส่เยอะจนคล้ายๆ ละครเวที คือถ้า Musical เขาจะต้องใส่ใหญ่เพื่อให้คนดูรอบๆ แต่เราต้องทำให้มันอยู่ในหลักของนาฏศิลป์ และทำให้คนรู้สึกว่ามันเศร้า มันเจ็บปวดที่พ่อต้องลาจาก

Q: ในฐานะที่เป็นเด็กรุ่นใหม่ อยากบอกคนไทยหรือเด็กรุ่นใหม่คนอื่นๆ ว่าอย่างไร

A: จริงๆ แล้วโขนมันเป็นเหมือนศาสตร์ที่ใหญ่และดูเหมือนเข้าถึงยาก แต่อยากให้ลองศึกษาและลองเข้าถึงดู แล้วจะรู้สึกภูมิใจในความเป็นไทย เพราะกว่าโขนจะมาเป็นโขนได้ จะมีรายละเอียดหลายอย่างค่ะ ทั้งเรื่องจารีต ครูบาอาจารย์ ฯลฯ

หนูคิดว่าศิลปะแขนงนี้ไม่มีวันสูญหาย ถึงบางคนอาจจะคิดว่ามันมีเรื่องอื่นมาแทรก แต่หนูว่ายังไงของไทยเรามันก็ยังต้องเป็นของไทยเราอยู่วันยังค่ำ แต่สุดท้ายก็อยู่ที่ว่าเด็กรุ่นหลังหรือว่าคนไทยในรุ่นต่อๆ ไปจะมองสิ่งนี้ว่าเป็นเรื่องเชย หรือจะมองว่าสิ่งนี้เป็นคุณค่าของคนไทยที่เราควรรักษาและภาคภูมิใจร่วมกันค่ะ

ลมหายใจของคนหัวใจโขน,สกู้ป,Rabbit Today

ทศกัณฐ์

ชื่อ: วงษ์สมัตถ์ เล้าประเสริฐ

ชื่อเล่น: เบิร์ด

อายุ: 24 ปี

สังกัด: วิทยาลัยนาฏศิลป

Q: การได้แสดงเป็นทศกัณฐ์มีที่มาอย่างไร และตัวละครนี้มีเสน่ห์ในความรู้สึกของคุณอย่างไร

A: ก่อนหน้านี้ก็เล่นมาหลายตัวครับทั้งกุมภกรรณ และอินทรชิต แต่พอฝึกและแสดงไปเรื่อย คุณครูท่านก็เล็งเห็นว่า

หนึ่ง ทศกัณฑ์ต้องเป็นยักษ์ที่มีลักษณะค่อนข้างสูงหน่อย ตัวใหญ่หน่อย แต่ต้องมีคุณลักษณะที่ดี ส่วนเรื่องท่วงท่าลีลาอันนี้ปรับกันได้

ส่วนเรื่องเสน่ห์ของการแสดงโขน ผมว่ามันสนุกนะ เราสนุกกับเนื้อเรื่องของมัน มันมีครบรสเลย ทั้งเศร้า ทั้งโกรธ มีทั้งรัก มีครบสูตร ตลก มีหมดเลย แล้วเวลาเราเล่นเราใช้ไหวพริบค่อนข้างเยอะ นอกเหนือจากการเรียน

สมมติมีการผิดพลาดเวลาแสดง ก็ต้องใช้ไหวพริบแก้ไขปัญหา ณ ตรงนั้น แล้วมันยากตรงที่เราใส่หัวแสดงด้วย การมองเห็นเราเหลือแค่นิดเดียว ต้องแสดงอารมณ์ให้ออกมาหน้าโขน เพราะหน้าโขนก็จะดูนิ่งๆ แต่เราจะต้องเอาอินเนอร์จากภายในออกมาให้หน้าโขนมีชีวิต

Q: ได้ยินว่ากว่าจะมาเป็นนักแสดงโขนนั้น ต้องดัดขา ดัดตัวมาตั้งแต่เด็กกันเลยทีเดียว

A: ใช่ครับ ร้องไห้กันทุกวัน (หัวเราะ) ปวดขาไปหมด เต้นเสาตากแดด ฝึกในการยกขาทุบลงไปกับพื้น เพื่อฝึกแรงขา เพราะว่าเล่นโขนนี่ใช้กำลังขาเยอะมาก แล้วเป็นยักษ์ก็ต้องรับลอย ต้องถีบเหลี่ยม ตัวลิงจะมีพิเศษตรงฉีกขาด้วย แต่ยักษ์เรียกถีบเหลี่ยม แต่ก็ต้องดัดมือครับ

ลมหายใจของคนหัวใจโขน,สกู้ป,Rabbit Today

กุมภกรรณ

ชื่อ: วิศวะ พลอนันต์

ชื่อเล่น: วิทย์

อายุ: 18 ปี

สังกัด: สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์

Q: กว่าจะได้มาแสดงโขนนั้น มีความวิตกกังวลหรือกลัวในเรื่องไหนบ้าง

A: ตอนแรกที่เริ่มเรียนก็กลัวครับ กลัวไปไม่รอด (หัวเราะ) แต่ครูสอนว่าคนที่มุ่งมั่นจะเรียนโขนต้องอดทน ยังจำคลาสแรกที่เรียนได้ว่า การเล่นโขนมี 3 ตัว คือ โขนพระ ยักษ์ และลิง ตอนแรกผมอยากเรียนพระ แต่ครูบอกว่าหุ่นเราได้ยักษ์นะ ผมก็เชื่อครูครับ ก็เลยเรียนและฝึกยักษ์

นักเรียนโขนต้องผ่านด่านฝึก 3 ท่า คือ ‘ดัดมือให้อ่อน’ ‘เต้นเสา’ เป็นการเต้นย่ำเท้า กระทืบเท้าเพื่อฝึกกำลังขาอ่อน และ ‘ถีบเหลี่ยม’ เราจะต้องเอาหลังพิงเสา แล้วครูจะถีบขาแบะออก อันนี้ทรมานสุดครับ สายโขนทุกคนต้องผ่านไปให้ได้

ผมเคยฝึกจนร้องไห้เหมือนกันครับ แต่ไม่ใช่ว่าร้องเพราะฝึกหนัก แต่ร้องเพราะครูด่าว่ารำไม่ดี เราต้องไม่สูญเสียกำลังใจ แต่ต้องเอาข้อผิดพลาดมาเป็นบทเรียน และฝึกให้ดียิ่งขึ้นอีก เรียนโขนต้องเชื่อฟังครูอย่างเคร่งครัดครับ อยากท่าสวยต้องเชื่อครู

Q: มีการเตรียมตัวอย่างไรในการแสดงครั้งนี้

A: ตัวกุมภกรรณถึงจะไม่มีบทบาทโดดเด่นมากนักในครั้งนี้ แต่ถือว่าเป็นตัวละครเอกตัวหนึ่ง ผมต้องฝึกซ้อมท่าและถามครูตลอดว่าถูกต้องแล้วหรือยัง อารมณ์ได้แล้วหรือยัง นักแสดงทุกคนก็ฝึกซ้อมหนักพอสมควรครับ ซ้อมตั้งแต่ 9.00-16.00 น. นอกเหนือเวลานี้ ว่างเมื่อไรก็ซ้อมครับ อยากให้ออกมาดีที่สุด ยิ่งใกล้ถึงวันแสดงก็ตื่นเต้นเหมือนกันครับที่จะได้ขึ้นเวที และที่บ้านผมจะมาดูกันด้วย (ยิ้ม)

ลมหายใจของคนหัวใจโขน,สกู้ป,Rabbit Today

เชิญชมการแสดง ‘โขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ’ ประจำปี 2561 ตอน พิเภกสวามิภักดิ์ ระหว่างวันที่ 3 พ.ย.-5 ธ.ค. ณ หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย ซื้อบัตรเข้าชมได้ที่ www.thaiticketmajor.com โทร. 0-2262-3456 ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook: Khon Performance โขนพระราชทาน