เรื่องเด่น

อนันดา เอเวอริงแฮม ฤๅกฎโจรจะศักดิ์สิทธิ์เหนือกฎหมาย

Published 20 ส.ค. 2018

By Rabbit Today

KhunPan2-Ananda-Everingham-news-beat-Rabbit-Today-banner

‘จ่อย’ เป็นชื่อเรียกเล่นของอนันดาที่ผมเรียกเขาติดปาก ในฐานะคนทำหนังสือเรามีโอกาสเจอกันบ่อย 

บนเส้นทางการเป็นนักแสดง อนันดาคือความหวังของวงการบันเทิงไทย ค่าที่เขาไม่เคยหยุดอยู่นิ่ง ถ้านักแสดงใครสักคนอยากเติบโตบนเส้นทางสายนี้ เขาคนนั้นควรเอาอนันดาเป็นต้นแบบ

ล่าสุดจ่อยกลับมาสวมชีวิตและจิตวิญญาณเป็น ‘ขุนพันธ์’ อีกครั้ง หลังจากหนังภาคแรกประสบความสำเร็จ

ขุนพันธ์เป็นตำรวจวีรบุรุษอันเป็นตำนาน ผู้ใช้อาคมเป็นอาวุธ และศรัทธาแห่งความดีปราบเสือร้ายจากทุกสารทิศ ทว่าภาคต่อนี้ความศรัทธาดังกล่าวกำลังถูกสั่นคลอน

อนันดา เอเวอริงแฮม ฤๅกฎโจรจะศักดิ์สิทธิ์เหนือกฎหมาย,ข่าววันนี้Rabbit Today

Q: อัปเดตชีวิตช่วงนี้ก่อนดีกว่า เป็นอย่างไรบ้าง

A: โอเคครับ แฮปปี้ดี เพิ่งถ่ายหนังจบไป 2 เรื่อง ตอนนี้คือรอเข้าฉายอย่างเดียว กับเหลือซีรีส์ ‘ศรีอโยธยา’ ของหม่อมน้อย (ม.ล.พันธุ์เทวนพ เทวกุล) ที่รอถ่ายอยู่ ตอนที่ผมเล่นน่าจะฉายประมาณสิ้นปีมั้ง

Q: งานแสดงกับหม่อมน้อยนี่คุณไม่เคยพลาด หรือว่าจริงๆ แล้วคือขัดคุณครูไม่ได้

A: เหมือนผมได้กลับไปโรงเรียน กลับไปเคาะสนิม ได้ความรู้ใหม่ และกลับไปสอบกับครู โดยเป็นการแสดงในโปรดักชั่นของเขา 

Q: ตั้งแต่หนังเรื่องแรกในชีวิต ‘อันดากับฟ้าใส’ จ่อยไม่เคยหยุดเรียนรู้การแสดงเลย

A: การแสดงไม่ใช่สิ่งที่เรารู้สึกว่ามันจบได้ มันเรียกเป็นศิลปะแขนงหนึ่งที่สะท้อนสังคม หรือจะเรียกว่าธรรมชาติก็ได้ ซึ่งไม่มีวันที่เราจะศึกษามันจนถึงจุดจบใช่ป่ะ (ผมพยักหน้า) เหมือนคนเรา พอวัยเปลี่ยนไป ชีวิตก็เปลี่ยนไป เรามีความคิดใหม่ๆ เกิดขึ้น นั่นเลยกลายเป็นสิ่งที่เราก็ต้องศึกษาไปจนวันตาย

Q: ผมรู้สึกว่าวันนี้จ่อยเติบโตในวงการ และฝีมือทางการแสดงก็เข้าฝัก ถึงขั้นเป็นครูคนอื่นได้แล้วมั้ง

A: โห…(ลากเสียงยาว) เมื่อตะกี้อยู่ในรายการ ‘เดอะไดรเวอร์’ มันก็บอกว่าเหมือนเอาครูการแสดงขึ้นรถมาด้วย (ก่อนมานั่งให้สัมภาษณ์ Rabbit Today เขากับเป้-อารักษ์ ไปถ่ายรายการเดอะไดรเวอร์ ที่มีโอ๊ต-ปราโมทย์ ปาทาน เป็นพิธีกร)

Q: โอ๊ตเพิ่งขึ้นปกแรบบิท ทูเดย์ ไปไม่นานนี้เอง

A: มันปากหมาได้ใจเลย ต่ำตมทุกคำพูด (หัวเราะ) เจอหมดแหละ ค…ว…สัต-ว์ เหี้-ย ทุกอย่าง สัต-ว์ๆ นี่มีตลอดทุกประโยค ก็ดี คือเรารู้กันอยู่ว่าชีวิตปกติโดยที่ไม่ออกสื่อ คนเรามันก็พูดกันแบบนี้แหละ แต่อาจจะไม่หนักเท่าเขา แต่ก็ฮาดี 

Q: แต่โอ๊ตเป็นคนไม่กินเหล้า เข้าผับนะ เจ้าตัวบอกว่างั้น

A: กินเหล้ากับปากหมามันคนละอย่างกันครับ เราตัดสินใครจากสิ่งที่เจอเพียงครู่เดียวไม่ได้หรอกครับ บางคนอาจจะเป็นคนพูดจาดี ไพเราะ แต่จริงๆ แล้วติดเหล้า ซ้อมเมียทุกวัน 

Q: ปีนี้เป็นปีแห่งงานของจ่อยเลยไหม

A: (ใช้เวลาคิด 3 วินาที) ถ้ารวมของหม่อม งานที่ออกปีนี้คือ ‘7 days เรารักกันจันทร์-อาทิตย์’ ที่เข้าฉายวันนี้ (เราคุยกันวันนั้นแหละ) เรื่อง ‘ขุนพันธ์ ภาค 2’ เข้าเดือนสิงหาคม ส่วนซีรีส์ก็มี ‘ศรีอโยธยา’ ของหม่อม ฉายสิ้นปี และมี ‘The Secret Garden’ ที่ผมเล่นเอง ฉายก่อนสิ้นปีด้วย 

Q: งานเบื้องหลังของคุณเองล่ะ

A: ที่ถ่ายทำอยู่ตอนนี้มี ‘มาเฟียที่รัก’ ใบเฟิร์นกับโอบเล่น ลงทุนเองเลย ไม่ได้มีคนจ้าง ผมเขียนบทเองด้วย แต่ไม่แน่ใจว่าจะออนแอร์ที่ไหน เพราะถือลิขสิทธิ์เอง จะขายให้ใครก็ได้ เป็นเรื่องของผู้หญิงคนหนึ่งที่หลงรักตัวการ์ตูนในหนังสือ ด้วยเหตุการณ์มหัศจรรย์ มีตัวละครผู้ชายหลุดออกมาจากหนังสือและเป็นมาเฟีย 

นอกนั้นส่วนใหญ่เป็นงานรีเมกซีรีส์เกาหลีครับ เรื่อง ‘Princess Hours’ เต๋ากับแพตตี้ กับเรื่อง ‘My Girl’ เพิ่งฉายไปตอนแรก เป้กับเอสเธอร์แสดงนำ เรตติ้งดีนะ ออนแอร์ทางช่องทรู และพร้อมกัน 5 ประเทศ งานออฟฟิศผมมันจะไปดังที่เมืองนอก เพราะต่างจากละครไทย ลุคมันมีความอินเตอร์ฯ หน่อย คนต่างชาติเข้าหาได้ง่ายกว่า 

ต้องยอมรับว่าละครไทยเราเป็นโซปโอเปร่า ไม่ใช่มันดีหรือไม่ดีนะครับ มันเหมือนสร้างขึ้นมาเพื่อคนไทย สังคมไทยโดยตรง และมีเอกลักษณ์ของมันเอง แต่งานของผมเลือกวิธีการเล่าที่อาจจะเป็นยูนิเวอร์แซลสักหน่อย เป็นสากล

อนันดา เอเวอริงแฮม ฤๅกฎโจรจะศักดิ์สิทธิ์เหนือกฎหมาย,ข่าววันนี้Rabbit Today

Q: คุณเคยบอกว่าละครไทยไม่ต่างจากลิเก รากความคิดและความเป็นคนไทยเติบโตจากตรงนั้น

A: ก็ใช่ มันเลยออกมาตอบโจทย์แบบคนไทยดู ซึ่งผมทำไม่ค่อยเป็น เพราะไม่ได้มีแบ๊กกราวนด์ตรงนั้น แต่สิ่งที่ผมทำมันมาจากความรู้ที่ได้เรียนมา เลยเลือกทำในสิ่งที่ถนัดดีกว่า เรามาจากสายหนังครับ ซีรีส์มันอยู่กึ่งกลางระหว่างหนังกับละคร ทั้งวิธีการทำงาน วิธีการถ่าย การแสดง

Q: ทำงานเยอะอย่างนี้มีเวลาได้กลับไปเชียงใหม่บ่อยไหม

A: เพิ่งกลับไปเชียงใหม่ก่อนหน้านี้ 3 วันครับ ได้พักผ่อน แต่ที่ผ่านมากลับไปน้อยมาก เดือนก่อนหน้านี้ผมมีงานต่อเนื่องทุกวันจริงๆ ประมาณ 4-5 วัน ติดต่อกัน ขุนพันธ์ 2 ก็ต้องปิดกล้อง เซ่เว่นเดย์ส ก็ต้องปิดกล้อง มีซีรีส์ของหม่อมอีก ละครผมเองด้วย มีวันหนึ่งตื่นมากูเป็นใครวะ เป็นเชฟกล้อง หรือขุนพันธ์ (หัวเราะ)

Q: คุณแม่จ่อยตอนนี้อยู่เชียงใหม่ใช่ไหม

A: ใช่ครับ

Q: นั่นคือเหตุผลที่คิดจะไปทำอะไรๆ ที่เชียงใหม่หรือไม่

A: ผมอยากอยู่ต่างจังหวัดอยู่แล้ว แม่ผมเป็นคนชอบทำงาน เคยบอกให้รีไทร์ดีกว่าไหม เขาเปิดร้านขายผ้าซึ่งก็ขายได้แหละ แต่รีไทร์ไหม (ย้ำ) เขาเป็นคนไม่เก่งเรื่องธุรกิจ เรื่องตัวเลข และเป็นคนใจดี เลยโดนคนเอาเปรียบตลอด พอปลดหนี้หมดแล้วผมถามแม่ว่าอยากอยู่ไหน ผมเสนอเชียงใหม่ เพราะที่นั่นเขามีเพื่อนเยอะ งั้นเราย้ายไปเชียงใหม่กัน เริ่มจากเช่าบ้านอยู่ประมาณ 2-3 ปี แล้วค่อยซื้อบ้าน ชีวิตมีความสุขดีครับอยู่ต่างจังหวัด ผมชอบ

บางทีเราอยู่กรุงเทพฯ แล้วรู้สึกเหมือนถูกขัง จะออกไปไหนมาไหนทีก็ดูลำบาก ต้องวางแผน ว่าจะไปอย่างไร จะกลับอย่างไร แลดูเหนื่อย ทำสิ่งง่ายๆ ก็ดูเหนื่อยไปหมด แต่ที่เชียงใหม่เหมือน 1วันมีชั่วโมงเยอะขึ้น เราทำอะไรได้เยอะกว่าเยอะ ทำให้คุณภาพของชีวิตประจำวันมันดีขึ้น

Q: นอกจากปลูกบ้านแล้ว จ่อยยังเปิดโรงแรมด้วยนี่

A: ทำโรงแรมชื่อยาหยีฯ มา 3-4 ปีแล้ว

Q: ได้ข่าวว่าอยากทำผลิตภัณฑ์สมุนไพร

A: อันนี้เป็นโปรเจ็กต์ที่อยากทำ คืออยากทำฟาร์มหนึ่งก่อน คือผมอยากมีที่ ซึ่งก็มีที่ที่ผมจับจ้องไว้อยู่ และดูมาประมาณ 10 ปีแล้ว แต่มันแพงหน่อยก็เลยระดมทุนอยู่ ความตั้งใจของผมคืออยากจะให้ยาหยีฯ เหมือนมีแคมปัสอยู่นอกเมือง ที่ที่มาเที่ยวได้ แต่ไม่ได้กะทำเป็นโรงแรมนะ เป็นยาหยีฟาร์มนั่นแหละ เป็นฟาร์มครบวงจร และปลูกผักออร์แกนิก ปลูกสมุนไพร เพื่อเอาผลิตผลตรงนั้นมาวางที่โรงแรม

ทีนี้ผมอยากให้เป็นสถานที่เที่ยวด้วย ก็อาจจะเปิดแคมปิ้งช่วงหน้าหนาว มีวิลล่าสวยๆ สัก 1 หลัง ให้คนเดินเที่ยวสวน เที่ยวฟาร์ม คือทำบ้านผมเองนั่นละ อยากสร้างบ้านผมเองที่คนมาเที่ยวได้ ที่เล็งไว้คือออกไปทางแม่ริม ถ้าพูดถึงแม่ริมมันยังสงบกว่าออกไปทางหางดง

Q: เกิดขึ้นในเร็วๆ นี้ไหม

A: อยากเริ่มภายในปีนี้ครับ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นมันทำหลายอย่างไง เริ่มนี่หมายถึงเริ่มซื้อที่ดินให้ได้ก่อน แล้วค่อยวางแผนระยะยาว กว่าจะทำฟาร์มได้คงต้องมี 3-4 ปี

Q: ทำอะไรเยอะแยะมากมายรู้สึกเหนื่อยบ้างไหม และถามจริงๆ เถอะ ทำไปเพื่ออะไร

A: ถามว่าเหนื่อยไหม มันก็เหนื่อยนะ ทุกวันนี้เหนื่อยคือเหนื่อยกาย จิตยังโอเค ใจยังโอเค มันเป็นหน้าที่ของเรา เป็นสิ่งที่เราเริ่มต้นมา เมื่อเราได้รับงานก็ต้องรับผิดชอบมัน บางทีเรากำหนดตารางการทำงานทั้งหมดไม่ได้ แล้วทุกอย่างมาตกอยู่ในช่วงเวลาเดียวกัน แต่รับมาแล้วก็ต้องมีความเป็นมืออาชีพ เหนื่อยก็แค่เหนื่อย ทำงานเสร็จเดี๋ยวก็ได้พักผ่อนแหละ ผมไม่ได้บ้างานถึงขนาดวันๆ จะเอาแต่งาน

Q: ภาพที่คนไม่ค่อยรู้จักอนันดา คือจ่อยเป็นคนรักครอบครัวมาก

A: ก็…ด้วย แต่อันนี้ไม่ใช่สิ่งที่ผมคิดว่าควรโอ้อวดไง มึงสมควรที่จะรักครอบครัวของมึง คนบางคนไปเกทับลูก กูพ่อมึงนะ กูส่งมึงไปเรียน กูเอาอาหารให้มึงแด-ก เอ้า! แล้วมึงควรทำไหม มึงต้องส่งมันเรียน และหาให้มันแด-กไม่ใช่หรือ

แต่ของผมอาจจะต่าง ใช่ครับ ในเชิงไฟแนนเชียล ผมดูแลครอบครัว ไม่ใช่ลูกกตัญญูหรืออะไร ก็ในเมื่อเราเป็นคนที่ทำมาหากินได้ดี ถ้าเขามีปัญหาอะไรเราก็ควรซัพพอร์ต

อนันดา เอเวอริงแฮม ฤๅกฎโจรจะศักดิ์สิทธิ์เหนือกฎหมาย,ข่าววันนี้Rabbit Today

Q: พูดถึง ‘ขุนพันธ์ 2’ บ้าง นี่เป็นหนังภาคต่อ การทำงานภาคต่อยากหรือง่ายกว่า

A: ถ้าคิดถึงเรื่องความคาดหวังมันก็ยากกว่าอยู่แล้ว เพราะแรงกดดันมันสูง แต่ในมุมนั้นมันไม่ใช่สิ่งที่ผมต้องคิดอยู่แล้วไง ไม่ใช่หน้าที่ แต่ผมเข้าใจทีมงาน เข้าใจผู้กำกับฯ แต่สำหรับตัวเองผมเป็นนักแสดง มีหน้าที่รับบทเป็นท่านขุนฯ ไม่ได้มีหน้าที่มาเก็บเม็ดเงิน หรือสนใจในเรื่องความคาดหวังในความสำเร็จของหนัง หน้าที่ของผมคือถ่ายทอดท่านขุนฯ ออกมาให้ดีที่สุด มากกว่านั้นคืออยู่นอกเหนือการควบคุม ผมช่วยอะไรใครไม่ได้

Q: บทในเรื่องนี้ได้เป็นทั้งตำรวจและผู้ร้ายเลยใช่ไหม

A: ใช่ครับ เป็นเวอร์ชั่นขุนพันธ์เป็นเสือ ชื่อเสือบุตร์

Q: ชอบตอนเป็นตำรวจหรือเป็นเสือมากกว่ากัน

A: เป็นเสือสนุกดี มันมีความกะล่อนได้ ตัวละครมีสีเพิ่มขึ้น ตอนเป็นท่านขุนฯ มันจะถูกครอบด้วยปรัชญาของความถูกต้อง ถูกครอบด้วยความหมายของกฎหมาย คุณธรรม ความยุติธรรม เหล่านี้มันครอบงำตัวละครค่อนข้างมาก ทำให้ยากที่จะถ่ายทอดท่านออกมาในทางธรรมชาติ พอใส่หนวดเขี้ยวแล้ว แต่งตัวเป็นชุดตำรวจ ก็คือขุนพันธ์ แต่พอมาเป็นโจรมันเหมือนเราได้ปลดปล่อยในเชิงการแสดงมากกว่า 

Q: ทำความเข้าใจกับบทโจรอย่างไรบ้าง ที่แน่ๆ มันขัดแย้งและเป็นคนละขั้วกับบทตำรวจ

A: ความศรัทธาต่อกฎหมายของท่านขุนฯ มันสั่นคลอน สิ่งที่กฎหมายทำกับตัวเรา สิ่งที่กฎหมายหักหลังเขา ถึงแม้เขาแฝงตัวเข้าไปอยู่ในกลุ่มโจรเพื่อที่จะจับโจร แต่ส่วนหนึ่งพอเขาได้เห็นว่าในกลุ่มโจรอาจจะไม่ได้ทำตามกฎหมายก็จริง แต่ว่ากฎหมายกับความยุติธรรม คุณธรรม ความถูกต้อง คือคนละอย่างกัน 

เขาไม่ได้ทำตามกฎหมาย แต่สิ่งที่เขามีคือความยุติธรรม เขามีกฎของตัวเอง ก็เลยเป็นปมขัดแย้งของขุนพันธ์ว่า เอ๊ะ! ทำไมเราเข้ามาอยู่ในกลุ่มโจร แต่กลับมองว่ากฎของโจรดูน่าศักดิ์สิทธิ์กว่ากฎของกฎหมายเสียด้วยซ้ำ มันเลยมีปมขัดแย้งเกิดขึ้น

Q: เดาว่าต้องมีประเด็นเพื่อนทรยศเพื่อน ระหว่างเสือบุตร์กับเสือใบ (รับบทโดยเป้-อารักษ์)

A: พอเข้าไปอยู่กับกลุ่มโจร กลายเป็นว่ามัน 2 คนสนิทกัน ใจแลกใจ และเป็นเพื่อนกันจริงๆ แต่สุดท้ายก็ต้อง…(คิดนิดหนึ่ง กลัวสปอยล์) ท่านขุนฯ ต้องตัดสินใจว่าจะเอาอย่างไร จะเป็นเสือบุตร์หรือท่านขุนฯ กันแน่ ซึ่งความสัมพันธ์ของ 2 คนนี้มันเริ่มจากความไม่จริง การโกหกของท่านขุนฯ อยู่แล้ว อย่างไรเสียความสัมพันธ์ของ 2 ตัวละครนี้มันต้องพาไปสู่ปมขัดแย้งอยู่แล้ว

Q: ร่วมงานกับเป้เป็นอย่างไรบ้าง

A: เป้เล่นซีรีส์ให้ผมนะ เราเจอกันมาตลอด แต่ไม่เคยได้ร่วมงานกันสักทีในฐานะนักแสดง ก็สนุกดีครับ เราก็เหมือนพี่ใหญ่หน่อย เพราะผ่านประสบการณ์จากภาคแรกมาแล้ว จะคอยเตือนมันตลอดว่ามันเหนื่อยนะมึง (หัวเราะ) เขาสนุกนะ พูดทุกวันเลยว่าผมโคตรมีความสุข ได้ยิงปืน ขี่ม้า อยู่ในฉากใหญ่โต มีเอฟเฟ็กต์ ผมเห็นมันโค-ตรอินเลย ดัดเสียง ทำเสียงใหม่ ไปคิดสงคิดเสียงว่าเสือใบควรพูดจาอย่างไร หัดขี่ม้า หัดควงปืน จริงจังมาก 

Q: คิดว่าเป้จะเติบโตมาเป็นอนันดาได้หรือไม่

A: ไม่รู้สิครับ เราคนละสไตล์กัน

Q: ในความหมายคือ จ่อยเป็นนักแสดงที่เชื่อได้ เห็นอนันดาเล่นหนังเรื่องนี้แล้วเราไว้ใจ ว่ามันต้องเป็นหนังดีแน่

A: เอาอย่างนี้ครับ สำหรับผมเขาคือเสือใบ ผมดูอย่างไรก็เป็นเสือใบ ผมไม่สามารถวิเคราะห์วิจารณ์นักแสดงคนอื่นได้อยู่แล้ว ไม่สามารถเข้าไปในหัวเขาแล้วรู้ว่าเขาคิดลึกแค่ไหน เขาเชื่อในตัวละครมาก-น้อยแค่ไหน แต่จากสิ่งที่สัมผัส ผมนึกไม่ออกว่าใครจะเป็นเสือใบ ถ้าไม่ใช่เป้

อนันดา เอเวอริงแฮม ฤๅกฎโจรจะศักดิ์สิทธิ์เหนือกฎหมาย,ข่าววันนี้,Rabbit Today