เรื่องเด่น

อารักษ์ อมรศุภศิริ จากเทศกาลดนตรีถึงไข่เจียว

Published 20 ส.ค. 2018

By Rabbit Today

KhunPan2-Pae-Arak-news-beat-Rabbit-Today-banner

ฟังดูไม่เกี่ยวกันเท่าไร แต่มันคือความเป็นตัวตนของเป้-อารักษ์ ที่นึกถึงมาตลอดหลังจบการสัมภาษณ์บ่ายวันนั้น

อดีตเด็กหนุ่มผมยาว ที่เรารู้จักเขาจากการเป็นนักดนตรีวง ‘Slur’ ก่อนจะผันตัวมาเป็นนักร้อง เขาร้องเพลง ‘มาเลเซีย’ ได้แปลกประหลาดมาก แต่ขอโทษ มันฮิตติดลมบน แถมฟังไปฟังมาดันน่ารัก 

คนหล่อ ดูดี มีเสน่ห์ จะหยิบจับทำอะไรก็ชวนกรี๊ดไปเสียทั้งหมด แต่เอาเขาจริงแล้ว เป้-อารักษ์ จริงจังกว่านั้นมาก ไม่ว่าจะเป็นงานดนตรี ร้องเพลง หรือการแสดง

กับบทบาท ‘เสือใบ’ ใน ‘ขุนพันธ์ 2’ ก็เช่นกัน

อารักษ์ อมรศุภศิริ จากเทศกาลดนตรีถึงไข่เจียว,ข่าววันนี้,Rabbit Today

Q: ได้ข่าวว่าเป้เพิ่งกลับจากเทศกาลดนตรี Mad Cool Festival 2018 ที่กรุงมาดริด ประเทศสเปน (12-14 กรกฎาคม ที่ผ่านมา)

A: ใช่ครับ ผมไปอัมสเตอร์ดัมก่อนและไปต่อที่มาดริด สนุกมากทั้ง 2 เมืองเลยครับ (เป้ยิ้มในแววตาแบบมีความสุขมากจริงๆ)

ถ้ามาดริดไม่มีเทศกาลดนตรี อัมสเตอร์ดัมอาจจะชนะ แต่มาดริดมีเทศกาลฯ มาดริดก็เลยชนะไปนิดหนึ่งครับ คือมีวงที่ผมไม่คิดว่าตัวเองจะได้ดูใน 3 วัน คนสองแสนสี่หมื่นคน ซึ่งเยอะมาก เยอะเกินเทศกาล เพราะเทศกาลของเขาเล็ก แต่ชดเชยด้วยวงดนตรีที่ดีมากๆ เช่น The White Stripes ที่มี Jack White นักดนตรีที่ผมชอบมาก

นอกจากนั้นยังมี  Arctic Monkeys, Tame Impala, Queens of the Stone Age, Leon Bridges, Post Malone, Dua Lipa, Pearl Jam, Jack Johnson, Black Rebel Motorcycle Club,  Nine Inch Nails (รู้จักกันในชื่อ  NIN เพิ่งมาเล่นคอนเสิร์ตในไทย)

ดูหมดเลยครับ จบบ้าง ไม่จบบ้าง มันเป็นเทศกาลดนตรีที่เหนือจริง เป็นวงรุ่นผมน่ะครับ ที่ผมโตมากับพวกเขา

ในเทศกาลอาจดูเหมือนเละเทะหน่อยนะครับ แต่การจราจรเขาถือว่าโอเคมาก ลงรถไฟใต้ดินแล้วถึงเลย และพอรถไฟใต้ดินหมด อูเบอร์เขาทำงานกันแบบถวายหัว เหมือนเขาทำงานโคกับอูเบอร์ไว้ว่าวันนี้จะมีเทศกาลฯ นะ เรียกอูเบอร์มารับเรากลับไปโรงแรม ซึ่งผมจองโรงแรมใกล้ๆ ไว้

แต่จากจุดลงรถไฟใต้ดินก็ยังเดินเป็นกิโลฯ อยู่เหมือนกัน หมายถึงจากประตูเข้างานไปถึงงานคอนเสิร์ต และบางทีก็ต่อคิวยาว ซึ่งมันเป็นธรรมดาของเทศกาลฯ แหละ เพราะคนเยอะมาก แต่ให้อภัยทั้งหมด เพราะไม่ว่าจะซาวนด์ จะกราฟิก ทุกอย่างเจ๋งมาก วงดนตรีมาเต็มมาก

Q: อารมณ์ความรู้สึกร่วมเวลาอยู่ในเทศกาลดนตรีของเป้-อารักษ์ เป็นอย่างไร

A: เต้นยับไปเลยครับ ไปกับเพื่อน 8 คน แต่เอาเข้าจริงแต่ละคนดูวงไม่เหมือนกัน ก็จะแยกกัน บางทีก็ไปคนเดียวบ้าง บางทีก็ 2 คน บางจังหวะรวมตัวกัน 6-8 คนได้บ้าง ในนั้นมันใช้โทรศัพท์มือถือไม่ได้ครับ สัญญาณไม่มี

Q: แล้วนัดเจอกันอย่างไรครับ

A: นัดที่ชิงช้า ในงานจะมีชิงช้าอยู่ จบวงนี้แล้วมาเจอกันนะ มานั่งพัก เพราะมันเหนื่อยมากครับ เมื่อยมาก แต่ถ้ามาแล้วไม่เจอกัน แล้วอยากดูวงต่อไปเราก็ไปก่อน แต่ถึงเวลาหมดแรงแล้วจริงๆ ทุกคนจะมาเจอกันที่ตรงนี้ ทุกคนที่ไปเป็นคนรักดนตรีหมดเลย เพราะฉะนั้นเขาก็อยากจะไปดู อยากจะไปฟัง ที่นั่นมีกลุ่มคนเอเชียน้อยมากจริงๆ ในงาน

Q: นี่คือตั้งใจและวางแผนไปเที่ยวเทศกาลฯ นี้ แบบจริงจังเลยใช่ไหม

A: วางแผนตั้งแต่มกราฯ เลยครับ คิดว่างานทุกอย่างที่ทำมามันจะเสร็จพอดี ซึ่งก็ไม่ค่อยพอดีนัก ต้องกลับมาเคลียร์งาน อย่างขุนพันธ์นี่ด้วย (เป้เพิ่งบินกลับถึงเมืองไทยเมื่อ 16 ก.ค. ก่อนเรานัดกัน 1 วัน)

Q: นี่สัมผัสความสุขของคุณได้เลยนะ

A: (หัวเราะสนุก เสียงดัง) มันดีมาก ช่วงหลังผมไม่ค่อยได้ไปไหนไกลๆ เลย ไม่ได้ไปยุโรปนานมาก เคยไปแต่ญี่ปุ่น เกาหลี แต่คราวนี้มันเป็นอีกเรื่องหนึ่งเลย ผมไม่เคยไปอัมสเตอร์ดัม ไม่เคยไปมาดริด เคยไปแต่ฝรั่งเศส อิตาลี ซึ่งคนไม่เหมือนกัน คนที่นั่นเขาอาจจะคุ้นชินกับนักท่องเที่ยวอีกแบบหนึ่ง แต่พอมาเจอมาดริด ยิ่งในงานเทศกาลฯ เรารู้สึกว่าคนเขาน่ารักมาก อัมสเตอร์ดัมก็ด้วย เป็นเมืองที่พิเศษมาก ไม่มีเกราะ ไม่มีเผ่าพันธุ์ เชื้อชาติ ศาสนา ทุกคนอยู่ด้วยกันได้หมด และที่มาดริดคนไนซ์มาก กับเราเขายิ่งไนซ์ ผมคิดว่าเขาเห็นเราเป็นของแปลก หัวดำ ตาดำ ถามว่ายูมาจากไหนนะ บอกมาจากไทยเพื่อมาดูคอนเสิร์ตที่นี่ เขาก็ชวนเราคุยต่อ

Q: คุยเรื่องหมูป่ากันบ้างไหม

A: มีนะครับ มีคนบอกว่าเจอแล้วนี่ เพราะข่าวบีบีซีเขาเล่นใหญ่มาก อยู่ที่นั่นผมได้ดูข่าวบีบีซีเยอะ ดูฟุตบอลโลกด้วย หมูป่าด้วย ก็ดีครับ ดีใจด้วยกับทุกอย่างที่เกิดขึ้น ยกเว้นการเสียชีวิตของพี่หน่วยซีล

Q: ช่วงที่ทำงานยาวๆ นี่มีงานดนตรีบ้างไหม

A: ไม่มีครับ มีแต่ซาวนด์แทร็กขุนพันธ์ และมีงานโปรดิวซ์ให้กับผู้หญิงคนหนึ่ง เดี๋ยวสักพักเขาคงออก เป็นแค่เพลงเดียว เหมือนผมแอบซุ่มทำโปรเจ็กต์นี้มานานแล้ว ความจริงผมทำให้เขา 6 เพลงครับ

Q: ก่อนหน้านี้เคยโปรดิวซ์ให้ใครบ้างหรือยัง

A: ไม่เคยครับ นี่ครั้งแรก

Q: ทำไมจึงตกปากรับคำ

A: จริงๆ ผมแค่ช่วยทำให้มันเกิดงานขึ้นมา เขาเป็นคนร้องเพลงดีและแต่งเพลงดีมาก แต่ไม่ได้มีความรู้ทางด้านการอัดเสียง ผมเลยช่วยโปรดิวซ์ให้เฉยๆ

Q: รู้จักกันได้อย่างไร

A: ในกองถ่ายหนังเรื่อง ‘ดาวคะนอง’ ผมเอากีตาร์ไปเล่น แล้วเขาขอยืมกีตาร์ผม เดี๋ยวก่อน…ทำไมเก่งขนาดนี้วะ พอคุยกันปรากฏว่าเขามีเพลงที่แต่งไว้เยอะมากด้วย และพอได้ฟัง หลายคนบอกเป็นเพลงแนวผม ผมเลยชอบ มันมีคำพูดอะไรแบบที่คนเราไม่ค่อยได้ยินในเพลงปัจจุบัน

Q: นั่นสิ ทำไมเป็นเพลงแนวเป้ บอกตรงๆ นะครับ ฟังเพลง ‘มาเลเซีย’ ครั้งแรกแล้วขำหนักมาก

A: ทำไมต้องขำครับ (ถามซื่อ)

Q: คนหน้าตาดีร้องเพลงแบบนี้ เป้ตั้งใจอยากสร้างสไตล์ส่วนตัวขึ้นมาเองหรือเปล่า

A: ตอนมาเลย์มันร้องไม่เป็นครับ ตอนนี้ผมร้องดีขึ้นแล้ว

อารักษ์ อมรศุภศิริ จากเทศกาลดนตรีถึงไข่เจียว,ข่าววันนี้,Rabbit Today

Q: เอาเถอะ มันฮิตมาก

A: ความฮิตไม่รู้นะ แต่ว่าผมแต่งเพลงได้ 15 เพลงในระยะเวลา 1 เดือน คืออยู่ดีๆ ก็เกิดชอบ Bob Dylan มาก พอจับกีตาร์แล้วเรื่องราว 25 ปีในชีวิตมันเข้ามา และผมทำออกมารวดเดียวเลย 15 เพลง ก็เลยต้องทำอัลบั้มแล้วละ แต่ลืมไปว่ากูร้องเพลงไม่เป็นนี่ แต่หลังจากนั้นชุด 2 ก็ดีขึ้นมาหน่อย พอชุด 3 คือดีขึ้นแล้ว

Q: แปลว่าการร้องเพลงสำหรับคุณต้องใช้ทักษะมากๆ เลยหรือ

A: ใช่ครับ ผมอาย ผมไม่เคยร้องเพลงเลยครับ ที่ผ่านมาคือเล่นแต่กีตาร์

Q: ก่อนหน้านี้ชีวิตเป้ไม่เฉียดเข้าใกล้คำว่านักแสดงเลยนะ

A: แต่กลายเป็นว่าตอนนี้เล่นหนัง เล่นละครนับเรื่องได้ไม่ถ้วนแล้ว

Q: ทุกวันนี้ชอบการแสดงแล้วหรือยัง

A: ชอบมากครับ

Q: อะไรคือจุดเปลี่ยนให้รู้สึกชอบ

A: ตั้งแต่เล่นเรื่องแรกเลยครับ ‘บอดี้ศพ 19’ ผมได้เจอครูที่ดี ผู้กำกับฯ ที่ดี คือพี่กอล์ฟ-ปวีณ ภูริจิตปัญญา ส่วนครู คือครูเงาะ-รสสุคนธ์ กองเกตุ ตอนนั้นเขาทำแคสติ้ง และอยู่ในกองฯ ด้วย ทำให้ผมรู้สึกว่าเป็นอีกมิติหนึ่งของการทำงาน มันไม่ใช่แค่แคสต์หน้ากล้อง แล้วไปทำหน้าอย่างนั้นหน้าอย่างนี้ พอได้เรียนการแสดงแล้วรู้สึกว่ามันมีคุณค่าขึ้นมา ก็เลยชอบ

และพอไปเล่นละครเรื่องแรก ‘แจ๋วใจร้ายฯ’ จากเคยมองละครว่าดูเป็นการขายของแมสๆ เป็นไข่เจียวที่ใครก็สั่งได้ แต่ปรากฏไข่เจียวแม่-งทอดยากสุดเลยๆ ว่ะ ทุกคนตั้งใจทอดมันมากเลยครับ เหมือนในโรงอาหารนั้นพ่อครัวแม่ครัวตั้งใจทอดไข่เจียว ผมก็เลยกลายเป็นชอบทั้งหนังและละครไปเลย ไม่ได้รู้สึกปิดกั้นความเป็นละคร

Q: ลุคแรกที่ทุกคนจำเป้ได้คือชายหนุ่มผมยาว และเหมือนคุณเคยให้สัมภาษณ์ว่าทำใจยากถ้าจะตัดผมทิ้ง แล้วลองดูลุควันนี้สิ

A: ตอนเด็กผมหัวเกรียนมาตลอด และพอเข้ามหาวิทยาลัยก็ไว้ผมยาวมาตลอด เคยโดนตัดไปทีหนึ่ง เพราะไปถ่ายสารคดีมวยให้คุณครู ตอนนั้นผมชกมวย และคุณครูชวนให้ไปถ่ายสารคดีมวยเขาตัดผมของผมด้วยกรรไกรตัดผ้า เลยรู้สึกว่าไม่อยากโดนตัดผมอีกเลย ฝังใจ และหลังจากนั้นผมก็ไว้ผมยาวมาโดยตลอด แต่เอาเข้าจริงมันก็ถึงเวลาเบื่อละครับ เราอยากรับงานคาแร็กเตอร์อื่นๆ บ้าง ที่ผมยอมตัดผมครั้งแรกคือเรื่อง ‘เฉือน’ หนังของพี่โขม (ก้องเกียรติ โขมศิริ-ผู้กำกับฯ ขุนพันธ์) นี่ละครับ

จริงๆ ผมร่วมงานกับพี่โขมเป็นเรื่องที่ 3 แล้วครับ มี ‘บันทึกกรรม’ อีกเรื่องหนึ่ง ตอนนั้นแกบอกให้ต้องตัดผมตามคาแร็กเตอร์ ก็เลยดีใจที่ได้รับใช้มาตลอด

Q: นอกจากผู้กำกับฯ ที่คุ้นเคย แล้วกับจ่อย-อนันดา ล่ะ คุ้นเคยไหม

A: ผมน่ะคุ้นเคยกับเขา แต่ไม่รู้เขาคุ้นเคยกับผมหรือเปล่า (หัวเราะสนุก) คือรู้อยู่แล้วครับว่าต้องเจอขุนพันธ์ ผมรู้สึกตื่นเต้น เพราะตอนเด็กๆ ผมก็ดูหนังเขามาเยอะครับ เยอะมากเลย (ย้ำ) ‘อันดาฟ้าใส’ ใครๆ ก็ต้องดูหรือเปล่า หล่อขนาดนี้ มีซิกซ์แพ็ก แต่ ‘ชัตเตอร์’ ผมไม่กล้าดู เพราะผมกลัวผี และ ‘ชั่วฟ้าดินสลาย’ นี่ดีเป็นบ้า

Q: เดี๋ยวนะ คุณกลัวหนังผีหรือ

A: ผมไม่ดูหนังผีครับ ตอนเด็กๆ ผมดู ‘303 กลัวกล้าอาฆาต’ แล้วนอนไม่หลับ กลัว ‘ชัคกี้’ ด้วย นอกนั้นไม่กลัวอะไรเลย จิ้งจก งู แมลงสาบ เสือ แต่กลัวหนังผีอย่างเดียวครับ ยอมรับเลยว่ากลัวมาก และไม่เคยดูหนังผีอีกเลยครับ

Q: ได้ร่วมงานกับอนันดาเป็นไงบ้าง เกรงบารมีเขาไหม

A: พอดีผมเจอในช่วงที่เขาเป็นอีกคนหนึ่งแล้วน่ะ เขาบอกว่าสมัยก่อนเป็นคนซีเรียส งานต้องพิสูจน์ตัวเอง แต่ตอนนี้เขาเป็นคนแบบที่เห็นน่ะ น่ารักเป็นบ้า สบายๆ เฮฮา ตอนทำงานอยู่ในกองขุนพันธ์มันค่อนข้างหนักหน่วงมากนะครับ นักแสดงสนุก ขณะที่ทีมงานเหนื่อยเป็น 2 เท่าของงานปกติ แต่พี่จ่อยเขาเอ็นเตอร์เทนทีมงาน เราก็เลยเฮฮา

อารักษ์ อมรศุภศิริ จากเทศกาลดนตรีถึงไข่เจียว,ข่าววันนี้,Rabbit Today

Q: บทบาทใน ‘ขุนพันธ์’ ของคุณคือเสือใบ ซึ่งเป็นตัวละครที่ทุกคนคุ้นเคยและรู้จัก

A: ซึ่งชื่อเสียงนั้นน่ะ ตอนที่ผมทำรีเสิร์ช กลับกลายเป็นว่าอันไหนคือเรื่องจริงวะ แล้วเสือใบในหนังสือที่มีคนเขียนขึ้นก็เป็นอีกเสือใบหนึ่ง เสือใบที่เป็นเรื่องจริง และเสือใบที่เกี่ยวข้องกับขุนพันธ์ก็เป็นอีกเสือใบหนึ่ง ซึ่งคนเอามาปนกัน ตัวผมเองก็รู้สึกว่าเอามาปนกัน มีบางคนมาเล่าว่าพ่อเขาเป็นลูกน้องเสือใบ เหี้-ย…ยากว่ะ

ยากในแง่การจะเอาความจริงมาตีความ แต่ตอนหลังผมสบายใจและทำงานง่ายขึ้น เมื่อพี่โขมเขาจับมาให้เราแล้ว ว่าเขาจะเอาส่วนไหน เอาส่วนความเป็นลูกน้องของเสือฝ้าย เอาส่วนความเป็นเพลย์บอย ความกะล่อน ความเป็นเสือที่จับไม่ได้ และความเป็นสุภาพบุรุษประมาณหนึ่ง

ปมเก่าเราไม่รู้ว่าทำไมเสือใบถึงมาเป็นเสือ บางคนบอกได้ข่าวว่าน้องเมียโดนฉุดไป บางคนบอกเมียโดนฉุดไป อยากให้ลองไปดูในเรื่องแล้วกันว่า เอาฉากไหน มันเป็นการแต่งเรื่องขึ้นใหม่ด้วย เหมือนเอาตัวเสือใบขึ้นหิ้งไปแล้วเราค่อยตีความใหม่

Q: ทำการบ้านกับบทเสือใบนี้มากไหม

A: ทำครับ ถ้าบอกว่าทำการบ้านเยอะก็อาจจะมองว่าอวดตัวเอง แต่ผมว่ามันเยอะสุดในชีวิตผมเหมือนกันนะ ช่วงหลังที่ผมได้รับบทเป็นอาชีพ ผมพยายามทำให้มันได้ตามนั้น อย่างเช่น เป็นช่างทำผม ผมก็ไปเรียน เรียนปุ๊บ ไปเข้าฉาก เอ้า…ไม่พอ ก็ต้องไปอยู่ในร้านทำผม ไปฝึกเป็นลูกมือเขา ไปสระผม อะไรแบบนี้ครับ เป็นเชฟก็ต้องไปอยู่ในร้านอาหาร เรียนทำอาหารก่อน ไปรู้ระบบของเขา พอดีมีร้านเพื่อน

แล้วพอรับบทเป็นเสือใบ เสือใบทำอะไรได้บ้าง เสือใบเป็นเสือปืนไว ปืนลูกโม่นี่ต้องคล่องเลยนะ ผมฝึกยิงปืนอย่างเดียวไม่พอ ต้องฝึกควงปืนด้วย ทั้งที่ไม่เคยทำมาก่อน ผมเริ่มหัดปืนลูกโม่ตั้งแต่ตอนที่พี่โขมบอกว่าให้เล่นเป็นเสือใบ ในขุนพันธ์ 2 ตั้งแต่ 3-4 ปีที่แล้ว

Q: ควงปืนยากอย่างไร

A: มันไม่ง่ายเลยครับ (เป้กุลีกุจอเปิดคลิปเขาควงปืนให้ดูผ่านโทรศัพท์มือถือ ซึ่งเขาทำมันได้คล่องมาก) แต่เป็นเรื่องดีครับ ขี่ม้านี่ตอนแรกผมไม่รู้เลยว่าต้องขี่ พี่โขมบอกไม่มีขี่ม้าแล้ว ไม่เอา…เหนื่อย แต่บทร่างใหม่มาถึง มีเสือใบขี่ม้า ซึ่งผมไม่เคยขี่ม้า ก็เลยต้องไปเรียนเป็นคอร์สอินเทนซีฟที่กรุงเทพฯ เสร็จแล้ววันที่ถ่ายซีนแรก คนที่เล่นเป็นแก๊งเราเขาเป็นสตันต์ม้าทั้งหมดเลย จึงชวนให้มาฝึกที่เมืองกาญฯ ผมก็เลยไปเรียนกับครูแอ๊น ม้าทมิฬ แกเก่งเป็นบ้า ผมเรียนวันละ 6 ชั่วโมง แต่เรียนแค่ 2 วันนะครับ คือเช้า 3 ชั่วโมง แล้วพัก ค่อยต่ออีก 3 ชั่วโมง คือขี่ม้าทั้งวัน

Q: มีฉากไหนที่คุณคิดว่าตัวเองทุ่มเทมาก

A: ผมก็ทำเต็มที่ทุกฉากนะ นอกจากม้ากับปืนแล้วยังมีเรื่องของคาแร็กเตอร์ที่นั่งตีความกับพี่โขมว่ามันต้องเป็นแบบไหน เดี๋ยวไปดูในหนังแล้วกันครับ มันจะไม่เหมือนผมปัจจุบัน คือไม่เป็นผมเลยครับ

Q: อย่างความกะล่อน เจ้าชู้ล่ะ ไม่เป็นเป้เลยใช่ไหม

A: ไม่เป็นเลย การพูดการจาไม่เหมือนเลย

Q: คุณเป็นคนรักเดียวใจเดียวหรือ

A: ใช่ครับ ประมาณหนึ่งครับ (หัวเราะสนุก) เสือใบเขาก็ไม่ใช่เจ้าชู้พร่ำเพรื่อนะ เขาเจ้าชู้เพราะมีเหตุผลของเขา มีปมของเขาอยู่ และเราก็คีปคาแร็กเตอร์ไว้ เรื่องเจ้าชู้นี่ไม่ใช่เรื่องที่ต้องทำการบ้านเท่าไรนักในการแสดงออก แต่ในเรื่องของเสียงพูด ผมต้องปรับโทนเสียงใหม่ทั้งหมด นี่กลัวอยู่ว่าคนดูจะด่าหรือเปล่า

Q: อยากรู้ต่อเรื่องเจ้าชู้ ยืนยันสิว่าเป้-อารักษ์ ไม่เจ้าชู้

A: ไม่เลยครับ มันผิดอยู่แล้ว คิดดูสิว่า ถ้าผู้หญิงเขาเจ้าชู้บ้าง เราชอบไหม เราก็คงจะไม่ชอบ งั้นอย่าเลยดีกว่า มันอาจจะมีเผลอ เช่น เผลอมอง เผลอโน่นเผลอนี่บ้าง แต่สุดท้ายก็ต้องตบกลับมาให้ได้ ว่าถ้าเราไม่อยากให้เขาทำอย่างนั้นกับเรา เราก็อย่าทำแบบนั้นกับเขา

Q: เอางี้ ตอนนี้เป้มีแฟนไหม

A: ผมบอกไม่ได้ ผมขี้โกหก ที่เหมือนเสือใบก็ตรงนี้ละครับ

อารักษ์ อมรศุภศิริ จากเทศกาลดนตรีถึงไข่เจียว,ข่าววันนี้,Rabbit Today