เรื่องเด่น

ใต้ร่มพระบารมี 70 ปี แห่งการครองราชย์ 70 ล้านดวงใจเพื่อในหลวงรัชกาลที่ 9 ทุกเรื่องราว ธ สถิตใว้ตราบนิจนิรันดร์

Published 10 ต.ค. 2019

By Rabbit Today

ใต้ร่มพระบารมี 70 ปี แห่งการครองราชย์  70 ล้านดวงใจเพื่อในหลวงรัชกาลที่ 9 ทุกเรื่องราว ธ สถิตใว้ตราบนิจนิรันดร์

“เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม” คือพระปฐมบรมราชโองการวันที่ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติ เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2489 จวบจนถึงวันที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2559 การเสด็จสวรรคตของพระองค์ท่าน นำมาซึ่งความโศกเศร้าของพสกนิกรชาวไทย ประหนึ่งดวงใจแหลกสลาย 

นับเป็นเวลา 70 ปีที่พสกนิกรชาวไทยได้อยู่ใต้ร่มพระบารมีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ทรงปกครองราชอาณาจักรไทยให้มีความร่มเย็นเป็นสุข มีความเจริญรุ่งเรืองมั่นคงเป็นปึกแผ่นตลอดมา 

แรบบิท ทูเดย์ จึงขอนำเรื่องราวของพระองค์ 70 เรื่อง ตั้งแต่เมื่อครั้งทรงพระเยาว์ พระอัจฉริยภาพ เรื่องส่วนพระองค์ และเรื่องเล่าของพสกนิกรอันน่าประทับใจ ด้วยรอยยิ้มและน้ำตาแห่งความปลื้มปีติที่พวกเราชาวไทยได้เกิดมาเป็นข้ารองพระบาทของพ่อของแผ่นดิน 

เมื่อครั้งทรงพระเยาว์

1. ‘พระนาม’ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เสด็จพระราชสมภพเวลา 08.45 น. เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2470 พระนาม ‘ภูมิพล’ ได้รับพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 โดยพระยศเมื่อแรกประสูติ คือ พระวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าภูมิพลอดุลยเดช ทรงมีชื่อเล่นว่า ‘เล็ก’ หรือ ‘พระองค์เล็ก’

2. ‘โรงเรียนแรกในประเทศไทย’ เมื่อพระชนมายุได้ 5 พรรษา ทรงเข้ารับการศึกษาที่โรงเรียนมาแตร์เดอี ทรงมีพระนามในใบลงทะเบียนว่า ‘H.H Bhummibol Mahidol’ หมายเลขประจำตัว 449

3. ‘รายได้พิเศษ’ ครั้งยังทรงพระเยาว์ ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงได้ค่าขนมสัปดาห์ละครั้ง แต่ยังทรงรู้จักประหยัดอดออม ทรงหารายได้เสริมด้วยการจ้างเก็บผักผลไม้ไปขาย เมื่อทรงได้เงินมาก็มักนำไปซื้อเมล็ดผักมาปลูกเพิ่ม เพื่อต่อยอดรายได้ให้มากขึ้น

4. ‘กระป๋องคนจน’ ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงได้รับการอบรม ‘การให้’ โดยสมเด็จย่าทรงตั้งกระป๋องออมสินเรียกว่า ‘กระป๋องคนจน’ ที่ได้จากการ ‘เก็บภาษี’ 10% จากรายได้พิเศษของพระองค์ จากนั้นทุกสิ้นเดือนสมเด็จย่าจะทรงเรียกประชุมว่าควรนำเงินนี้ไปมอบให้โรงเรียนตาบอด เด็กกำพร้า หรือทำกิจกรรมเพื่อคนยากจน

5. ‘คำสอนของแม่’ ครั้งหนึ่งในหลวงรัชกาลที่ 9 กราบทูลสมเด็จย่าว่าพระองค์ทรงอยากได้รถจักรยาน เฉกเช่นพระสหายคนอื่นๆ สมเด็จย่าก็ทรงตอบว่า “หากลูกอยากได้จักรยาน ลูกก็ต้องเก็บค่าขนมไว้ หยอดกระป๋องวันละเหรียญ พอได้มาก ค่อยเอาไปซื้อจักรยาน”

6. ‘สุนัขตัวแรก’ เมื่อครั้งทรงพระเยาว์ ในหลวงรัชกาลที่ 9 โปรดสัตว์เลี้ยงหลายชนิด เช่น สุนัข กระต่าย ไก่ นกขุนทอง ลิง และงู ครั้งหนึ่งงูตายไป ทรงจัดพิธีฝังศพอย่างใหญ่โต อีกทั้งสุนัขทรงเลี้ยงสุนัขแรกสมัยทรงพระเยาว์เป็นสุนัขไทย ชื่อว่า ‘บ๊อบบี้’

7. ‘บ้านในสวิตเซอร์แลนด์’ ณ กรุงโลซาน ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ แฟลตเลขที่ 16 ถนนทิสโซต์ (Tissot) ซึ่งชื่อเหมือนนาฬิกายี่ห้อดัง ที่แห่งนี้หม่อมสังวาลย์พร้อมพระธิดาและพระโอรสทรงใช้เป็นที่ประทับในช่วงปี พ.ศ. 2476-2478 ซึ่งเป็นแฟลตขนาด 3 ห้องนอน ตั้งอยู่ไม่ไกลจากใจกลางเมือง โดยใช้เวลาเดินเพียง 15 นาที ทำให้ราคาไม่สูงมากนัก 

พระอัจฉริยภาพ

8. ‘นักถ่ายภาพ’ เป็นที่ทราบกันดีว่า ในหลวงรัชกาลที่ 9 โปรดการถ่ายภาพเป็นอย่างมาก ซึ่ง Coconet Midget คือกล้องถ่ายรูปตัวแรกที่ทรงซื้อด้วยเงินสะสมส่วนพระองค์ เมื่อครั้งพระชนมายุเพียง 8 พรรษา นอกจากนี้เมื่อเจริญพระชนมพรรษา พระองค์ยังสนพระทัยการถ่ายภาพยนตร์โดยทรงเคยนำภาพยนตร์ส่วนพระองค์ออกฉายแล้วนำเงินรายได้มาสร้างอาคารสภากาชาดไทย ที่โรงพยาบาลจุฬาฯ โรงพยาบาลภูมิพล รวมทั้งทรงใช้ในโครงการโรคโปลิโอและโรคเรื้อนด้วย

9. ‘นักกีฬา’ ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงเล่นกีฬาได้หลายประเภท ที่โปรดเป็นพิเศษได้แก่ แบดมินตัน สกี และเรือใบ ซึ่งทรงเคยได้รับเหรียญทองจากการแข่งขันเรือใบประเภทโอเค ในกีฬาแหลมทองครั้งที่ 4 ปี พ.ศ. 2510 ครั้งหนึ่งในการแข่งขันเรือใบ มีเหตุการณ์ที่เล่าขานต่อๆ กันมาว่า ทรงเรือใบออกจากฝั่งไปได้ไม่นานก็ทรงแล่นกลับเข้าฝั่ง และตรัสกับผู้ที่คอยมาเฝ้าฯ ว่า เหตุที่พระองค์เสด็จฯ กลับเข้าฝั่งเพราะเรือแล่นไปโดนทุ่นเข้า ซึ่งในกติกาการแข่งเรือใบถือว่าฟาวล์ แม้จริงๆ แล้วไม่มีใครเห็น แต่ทรงยึดถือในกติกา และทรงมีน้ำพระทัยนักกีฬาอย่างแท้จริง

10. ‘นักประดิษฐ์’ สมเด็จย่าทรงสอนให้ในหลวงรัชกาลที่ 9 รู้จักการใช้แผนที่และภูมิประเทศของไทยโดยโปรดเกล้าฯ ให้โรงเรียนเพาะช่างทำแผนที่ประเทศไทยเป็นรูปตัวต่อ เลื่อยเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมเล็กๆ เพื่อให้ทรงเล่นเป็นจิ๊กซอว์ ด้วยพระอัจฉริยภาพของในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่ทรงมีพื้นฐานมาจากการเล่นในสมัยทรงพระเยาว์นี้เอง ของเล่นส่วนใหญ่จะทรงเก็บเงินซื้อหรือประดิษฐ์เอง โดยทรงเคยหุ้นค่าขนมกับพระเชษฐา เช่น ซื้อชิ้นส่วนวิทยุทีละชิ้นนำมาประกอบเป็นวิทยุแล้วทรงแบ่งกันฟัง

11. ‘นักดนตรี’ ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงเล่นดนตรีได้หลากหลายชนิด เช่น เปียโน กีตาร์ แซ็กโซโฟน แต่รู้หรือไม่ว่าเครื่องดนตรีชิ้นแรกที่ทรงหัดเล่นคือ แอกคอร์เดียน (Accordion) หรือหีบเพลงชัก กระทั่งทรงมีพระชนมายุราว 14-15 พรรษา ก็ทรงซื้อแซ็กโซโฟนมือสองราคา 300 ฟรังก์ มาหัดเล่น โดยใช้เงินสะสมส่วนพระองค์ครึ่งหนึ่งและสมเด็จย่าทรงออกให้ครึ่งหนึ่ง

12. ‘นักแต่งเพลง’ พระองค์ทรงพระราชนิพนธ์เพลงครั้งแรกเมื่อพระชนมายุ 18 พรรษา เพลงพระราชนิพนธ์แรกคือ ‘แสงเทียน’ จนถึงปัจจุบันมีเพลงพระราชนิพนธ์รวมทั้งหมด 48 เพลง บางครั้งในการพระราชนิพนธ์ไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องดนตรีช่วย เช่นครั้งหนึ่งทรงเกิดแรงบันดาลพระราชหฤทัย จึงทรงฉวยซองจดหมายมาตีเส้น 5 เส้น แล้วเขียนโน้ตทำนองเพลง ‘เราสู้’ ขึ้นมา

13. ‘นักประพันธ์’ นอกจากจะทรงมีพระอัจฉริยภาพทางด้านดนตรีแล้ว ยังทรงพระราชนิพนธ์หนังสือเรื่อง ‘นายอินทร์’ และ ‘ติโต’ (ชื่อแมวทรงเลี้ยง) ทรงพระราชนิพนธ์ด้วยลายพระหัตถ์แล้วโปรดเกล้าฯ ให้เสมียนพิมพ์ แต่สำหรับพระราชนิพนธ์เรื่อง ‘พระมหาชนก’ (เรื่องราวแห่งความเพียร) พระองค์ทรงพิมพ์ลงในเครื่องคอมพิวเตอร์

14. ‘นักพัฒนา’ ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงเป็นพระมหากษัตริย์พระองค์แรกของโลกที่ได้รับสิทธิบัตรผลงานประดิษฐ์ในการคิดค้นเครื่องกลเติมอากาศที่ผิวน้ำหมุนช้าแบบทุ่นลอย หรือ ‘กังหันชัยพัฒนา’ เมื่อปี พ.ศ. 2536 อีกทั้งทรงเป็นผู้ริเริ่มการพัฒนาเชื้อเพลิงน้ำมันจากวัสดุการเกษตรเพื่อใช้เป็นพลังงานทดแทน เช่น แกโซฮอล ดีโซฮอล และน้ำมันปาล์มบริสุทธิ์ ต่อมาองค์การสหประชาชาติ ได้ถวายรางวัลความสำเร็จสูงสุดด้านการพัฒนามนุษย์แด่พระองค์เมื่อปี พ.ศ. 2549