เรื่องเด่น

เรื่องเล่าของในหลวงรัชกาลที่ 9

Published 11 ต.ค. 2019

By Rabbit Today

เรื่องเล่าของในหลวงรัชกาลที่ 9

เรื่องเล่าของในหลวงรัชกาลที่ 9

29. ‘ลูกผมหายแล้ว’ ศาสตราจารย์นายแพทย์ประดิษฐ์ เจริญไทยเทวี เล่าความประทับใจครั้งหนึ่งที่เกิดขึ้นระหว่างปฏิบัติงานในชนบทไว้ในหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ ฉบับวันที่ 5 ธันวาคม 2529 ว่า “ผมอยากให้คุณเห็นกับตา พ่ออุ้มลูกตัวเล็กมาดักรอกราบพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ที่พระราชทานพระบรมราชานุเคราะห์ให้ลูกของเขาหายปากแหว่ง โดยเอาลูกกราบพระบาท แล้วเขาก็กราบบังคมทูลอย่างซื่อๆ ว่า...”ผมพาลูกมาขอบใจที่พ่อช่วยรักษาให้มันหาย"

30. ‘ข้าวผัด’ เมื่อครั้งพระองค์เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดอนุสาวรีย์ที่เขาค้อ อาหารที่เตรียมไว้ในห้องอาหารเหลือเพียงข้าวผัดติดก้นกระทะและไข่ดาวแห้งๆ 3-4 ฟอง มีข้าวผัดโปะไข่ดาวจานหนึ่งเคียงคู่น้ำปลาหนึ่งถ้วยวางอยู่ มหาดเล็กสั่งว่า “จานนี้หยิบไปไม่ได้นะของพระเจ้าอยู่หัว ท่านรับสั่งให้มาตัก" นั่นคือข้าวผัดก้นกระทะที่พระองค์เสวยเหมือนกับทหารองครักษ์ทุกคน

31. ‘กระดาษทิชชู่’ วันที่ 19 กรกฎาคม 2526 เป็นวันพระราชทานปริญญาบัตรที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อถึงเวลา ในหลวงรัชกาลที่ 9 เสด็จฯ มาถึง ท่านก็ทรงลงประปรมาภิไธย ปรากฏว่าทรงจรดปากกาลงไปแล้วไม่มีหมึกออกมาอาจารย์ตกใจมากจึงรีบถวายกระดาษทิชชูเปล่าที่อยู่ในมือให้พระองค์เพื่อเช็ดปากกา ทรงนำปากกามาลอง ปรากฏว่าหมึกออก จากนั้นทรงหันไปลงพระปรมาภิไธยในสมุด พอท่านเสด็จพระราชดำเนินไปแล้ว คณาจารย์รีบเข้ามาดูกระดาษที่ทรงลองปากกาแผ่นนั้นบางคนขอเอาไปเก็บไว้เป็นสิริมงคล

32. ‘ใส่พระราชหฤทัยต่อบัณฑิต’ นอกจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 จะทรงจดจำรายชื่อบัณฑิตได้แม่นยำแล้ว ครั้งหนึ่งขณะที่พระราชทานปริญญาบัตร เกิดเหตุขัดข้องไฟดับ ทำให้บัณฑิตคนหนึ่งพลาดโอกาสครั้งสำคัญในการถ่ายรูป ก่อนพระราชทานพระบรมราโชวาท พระองค์มีรับสั่งให้อธิการบดีเรียกบัณฑิตคนนั้นมารับพระราชทานปริญญาบัตรจากพระหัตถ์อีกครั้งเพื่อจะได้มีรูปไว้เป็นที่ระลึก 

33. ‘รถยนต์ของพ่อ’ ในวันเฉลิมพระชนมพรรษา พ.ศ. 2541 ภายหลังจากพระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้คณะบุคคลต่างๆ เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ถวายพระพรชัยมงคล พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ทรงขับรถยนต์ Toyota Prius รุ่นแรก เพื่อเสด็จฯ กลับพระตำหนักจิตรลดารโหฐาน ด้วยพระองค์เอง โดยมีสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามกุฎราชกุมาร และ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี (ดำรงพระยศในขณะนั้น) ประทับร่วมในรถยนต์พระที่นั่งด้วย 

34. ‘รองเท้าของพ่อ’ ยังความปลาบปลื้มสำหรับผู้ถวายงานส่วนพระองค์อย่าง ‘นายศรไกร แน่นศรีนิล’ หรือ ‘ช่างไก่’ ช่างตัดรองเท้า ที่ได้มีโอกาสถวายงานเสมอ ได้เผยถึงชิ้นส่วนพื้นฉลองพระบาทที่ได้รับการเก็บรักษาไว้บนหิ้งบูชาภายในร้านตัด รองเท้า ก.เปรมศิลป์ ว่า “ฉลองพระบาทที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงส่งมาซ่อมที่ร้านครั้งแล้วครั้งเล่า จนไม่สามารถซ่อมได้อีกนี้ คือสิ่งอันเป็นมงคลสูงสุดของชีวิต”

35. ‘หน้าปัดนาฬิกา’ เมื่อครั้งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 มีพระชนมายุ 72 พรรษา มีการผลิตเหรียญที่ระลึกออกมาหลายรุ่น เจ้าของกิจการนาฬิกายี่ห้อหนึ่งได้ยื่นเรื่องขออนุญาตนำพระบรมฉายาลักษณ์ของพระองค์มาประดับบนหน้าปัดนาฬิกาเป็นรุ่นพิเศษ ท่านทราบเรื่องแล้วตรัสกับเจ้าหน้าที่ว่า "ไปบอกเขานะ เราไม่ใช่มิกกี้เมาส์" 

36. ‘คำตอบของพ่อ’ ครั้งหนึ่ง ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ ปราโมช กราบบังคมทูลถามว่า “เคยทรงเหนื่อยทรงท้อบ้างหรือไม่” ในหลวงรัชกาลที่ 9 ตรัสตอบไปว่า “ความจริงมันน่าท้อถอยอยู่หรอก บางเรื่องมันน่าท้อถอย แต่ว่าฉันท้อไม่ได้ เพราะเดิมพันของเรานั้นสูงเหลือเกิน เดิมพันของเรานั้นคือบ้านเมือง คือความสุขของคนไทยทั่วประเทศ”

37. ‘แซ็กโซโฟน’ การมีพระอัจฉริยภาพทางด้านดนตรี ทำให้หนังสือพิมพ์อเมริกันลงข่าวลือเกี่ยวกับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ว่า แซ็กโซโฟนที่ทรงอยู่เป็นประจำนั้นทำด้วยทองคำแท้เนื้อบริสุทธิ์ ซึ่งได้มีพระราชดำรัสว่า “เรื่องนี้ไม่จริงเลย ถ้าจริงก็คงจะหนักมาก ฉันยกไม่ไหวหรอก”

38. ‘สถิติ’ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ทรงเริ่มพระราชทานปริญญาบัตรครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2493 จนกระทั่ง 29 ปีต่อมามีผู้คำนวณว่าเสด็จพระราชทานปริญญาบัตร 490 ครั้ง แต่ละครั้งประทับครั้งละ 3 ชั่วโมง ทรงยื่นพระหัตถ์พระราชทาน 470,000 ครั้ง น้ำหนักปริญญาบัตรฉบับละ 3 ขีด รวมน้ำหนักทั้งหมด 141 ตัน

39. ‘ฉันทนได้’ ในเดือนหนึ่งของปี 2528 พระทนต์องค์หนึ่งของในหลวงรัชกาลที่ 9 หักเฉียดโพรงประสาทพระทนต์ จึงต้องให้ทันตแพทย์มาถวายการรักษาอย่างเร่งด่วน แต่ขณะนั้นกรุงเทพฯ กำลังประสบปัญหาอุทกภัย เมื่อทันตแพทย์เข้ามาถวายการรักษา พระองค์ทรงถามว่า "จะใช้เวลานานเท่าใด" ทันตแพทย์กราบบังคมทูลว่าอาจต้องใช้เวลา 1-2 ชั่วโมง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 รับสั่งว่า "ขอรอไว้ก่อนนะ ฉันทนได้ ขอไปดูราษฎรและช่วยแก้ไขปัญหาเรื่องน้ำท่วมก่อน"

40. ‘เครื่องประดับ’ ในหลวงรัชกาลที่ 9 ไม่ทรงโปรดสวมเครื่องประดับ เช่น แหวน สร้อยคอ ของมีค่าต่างๆ ยกเว้น นาฬิกา ครั้งหนึ่งดร. สุเมธ ตันติเวชกุล พยายามสังเกตนาฬิกาของพระองค์ จึงทราบว่าพระองค์ ใส่นาฬิการาคาเพียงเรือนละ 750 บาทเท่านั้น อีกทั้งฉลองพระองค์ แต่ละชุดทรงใช้จนเปื่อยซีด ซึ่งในหลวงตรัสเกี่ยวกับของใช้นอกกายว่า “คนเรามักคิดว่า การมีแบบเหลือกินเหลือใช้จึงจะดี เพราะคนสมัยนี้เริ่มไม่เอา เกษตรกรรม แต่เลือกที่จะทำ อุต-ส่า-หา-กรรม (เป็นศัพท์ที่บัญญัติขึ้นเอง) สุดท้าย อนาคตก็จะอดกิน

41. ‘แบบอย่างความอดทน’ เรื่องน่ารักของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ครั้งหนึ่งทรงเคยโดน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 กริ้วอย่างหนัก เมื่อครั้งตามเสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมประชาชน หลังพระราชพิธีพระบรมราชาภิเษกตั้งแต่ประมาณเก้าโมงเช้าว่า… “ข้าพเจ้ารู้สึกว่า แหม...นานเหลือเกิน แดดร้อนเปรี้ยง หนังเท้านี่รู้สึกไหม้เชียว…ก็เดินเข้าไปกระซิบพระองค์ท่านว่า พอหรือยัง ก็โดนกริ้ว…บอก นี่เห็นไหมราษฎรเขาเดินมาเป็นวันๆ เพื่อมาดูเราแม้นิดเดียว แต่นี่เรายืนอยู่ไม่เท่าไหร่ละ ตอนนี้ทนไม่ไหวเสียแล้ว”

42. ‘เสียสละเพื่อพี่สาว’ เมื่อครั้งยังทรงพระเยาว์ พระองค์เล็ก หรือ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ฉลองพระองค์ชุดนางรำผู้หญิง เนื่องจากสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร ไม่โปรดฉลองพระองค์ชุดผู้หญิง พระองค์ จึงเสียสละใส่แทนพระภคินี