เรื่องเด่น

พระราชอารมณ์ขันของในหลวงรัชกาลที่ 9

Published 11 ต.ค. 2019

By Rabbit Today

พระราชอารมณ์ขันของในหลวงรัชกาลที่ 9

พระราชอารมณ์ขันของในหลวงรัชกาลที่ 9

43. ‘ต้องเรียกน้า’ วันหนึ่งพระองค์ท่านเสด็จเยี่ยมเยียนพสกนิกร แถวหน้านั้นมีหญิงชราคนหนึ่งก้มลงกราบแทบพระบาท แล้วเอามือมาจับพระหัตถ์ของในหลวง หญิงชราพูดว่า “ยายดีใจเหลือเกินที่ได้เจอในหลวง” ในหลวงทรงมิได้ตรัสตอบ พวกข้าราชบริพารมองหน้ากัน เพราะไม่ทราบว่าพระองค์จะทรงพอพระราชหฤทัยหรือไม่ แต่พระองค์ตรัสตอบหญิงชราคนนั้นว่า "เรียกว่ายายได้อย่างไร อายุอ่อนกว่าแม่ฉันตั้งเยอะ ต้องเรียกน้าซิ ถึงจะถูก"

44. ‘เลื่อนตำแหน่ง’ วันหนึ่งมีช่างไปทำฝ้าเพดานในวัง คนหนึ่งกำลังยืนบนบันไดหัวมุดอยู่ใต้ฝ้า ให้อีกคนคอยจับบันไดอยู่ด้านล่าง ครั้นในหลวงรัชกาลที่ 9 เสด็จฯ มา คนข้างล่างเห็นในหลวงจึงก้มลงกราบ ส่วนช่างที่อยู่บนบันไดส่งเสียงดังว่า “เฮ้ย...จับดีๆ หน่อยสิ อย่าให้แกว่ง” ในหลวงทรงจับบันไดให้ ช่างพูดอย่างชอบใจ “เออ ดีๆ เสร็จงานนี้จะให้เป็นช่างจริง” พอเสร็จงานปีนลงบันไดมาถึงกับเข่าอ่อน รีบก้มลงกราบ ในหลวงรัชกาลที่ 9 ตรัสกับช่างว่า “แหม ดีนะที่ชมว่าใช้ได้ แถมจะปรับตำแหน่งให้เป็นช่างอีกด้วย" 

45. ‘แกล้งดิน’ วันหนึ่งในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงอยากทราบปัญหาดินเปรี้ยวในจังหวัดนราธิวาส จึงทรงไต่ถามชาวบ้านกลางนาว่า "ดินที่นี่เปรี้ยวไหม" ชายผู้นั้นยกสองมือพนมไหว้พร้อมกราบบังคมทูลในภาษาสามัญสำเนียงปักษ์ใต้ ด้วยใบหน้าซื่อๆ ว่า "ในหลวงครับ ผมไม่เคยชิมเลยครับ เลยไม่รู้จริงๆ ว่าดินที่นี่เปรี้ยวหรือเปล่า" ทรงแย้มพระสรวลอย่างมีพระอารมณ์สำราญ พร้อมผินพระพักตร์มายังราชองครักษ์และรับสั่งว่า "เออ จริงของเขา เราถามผิดเอง" 

46. ‘ต้นไม้รับเสด็จ’ ยามที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 เสด็จพระราชดำเนินไปทรงติดตามงานใดในโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ มักมีการเตรียมพื้นที่ประดับต้นไม้เพื่อให้สมพระเกียรติ พระองค์ทรงเรียกต้นไม้เหล่านั้นว่า 'ต้นไม้รับเสด็จ' ครั้งหนึ่งเมื่อรถพระที่นั่งถึงบริเวณโครงการแห่งหนึ่ง ทรงสัพยอกถามเจ้าหน้าที่ที่นั่นว่า "มีปลูกผักชีด้วยหรือเปล่า" เจ้าหน้าที่รีบนำเสด็จฯ ไปทอดพระเนตรอย่างขึงขัง ทรงชี้ไปยังกลุ่มกอกล้วยน้ำว้ากอใหญ่ที่ต่างออกดอกปลีมีผลเป็นเครือสวยงาม และตรัสว่า "นี่ก็เป็นต้นกล้วยรับเสด็จด้วย" 

47. ‘เชื้อโรคตายหมด’ เมื่อปี พ.ศ. 2513 ผู้ใหญ่บ้านลีซอกราบบังคมทูลเชิญในหลวงรัชกาลที่ 9 เสด็จไปบ้านเฮา ที่นั่นเป็นหมู่บ้านทำด้วยไม้ไผ่และมุงหญ้าแห้ง เมื่อชาวบ้านเอาที่นอนมาปูเพื่อเป็นที่ประทับ แล้วรินเหล้าทำเองใส่ถ้วยที่ไม่ค่อยจะได้ล้าง จนมีคราบดำๆ จับ เหล่าผู้ติดตามรู้สึกเป็นห่วงที่ภาชนะไม่สะอาดนัก จึงกระซิบทูลว่า ควรจะทรงทำท่าเสวย แล้วส่งถ้วยมาพระราชทานผู้ติดตามเพื่อจัดการเอง แต่พระองค์ทรงดื่มหมดและรับสั่งว่า "ไม่เป็นไร แอลกอฮอล์เข้มข้นเชื้อโรคตายหมด”

48. ‘หายปวดฟัน’ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ทรงเล่าถึงวันพระราชทานปริญญาบัตรว่า “หมอฟันมาเจาะฟัน เจาะจนเกือบจะทะลุคางไป เวลาบ่ายโมงครึ่งก็ยังไม่ได้รับประทานอาหาร ปากมันชาไปหมด ประมาณบ่ายสองโมงกว่าๆ ก็ต้องมาแจกปริญญาที่นี่…มีคนหนึ่งทำให้ตกใจ เขาเดินเข้ามารับปริญญา แล้วร้องออกมาว่า...ทรงพระเจริญ…แจกปริญญาก็ส่วนแจกปริญญา ปวดฟันก็ส่วนปวดฟัน ส่วนหลับในก็ส่วนหลับใน โสตประสาทตกใจตื่นทั้งตัว อาการปวดฟันหายไปจริงๆ รู้สึกว่ากระปรี้กระเปร่าที่จะแจกปริญญาต่อไป แล้วก็ทำให้รู้สึกว่าเรามีกำลังใจที่เขาบอกว่า “ทรงพระเจริญ”

49. ‘FBI ของฉัน’ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 พระราชทานสัมภาษณ์แก่ผู้แทนของนิตยสาร Look ว่า “ตอนที่ประธานาธิบดีของท่านมาเยือนประเทศไทย มีพวก FBI และหน่วยรักษาความปลอดภัยห้อมล้อมกันหนาแน่นไปหมด จนหาทางเดินไม่ได้ ถ้าฉันทำเช่นนั้นก็ไม่สามารถใกล้ชิดประชาชนได้ แต่หากเมื่อมีผู้คนเบียดกันเข้ามาใกล้เกินไปจะมีคุณยายพูดขึ้นว่า ‘หลีกทางให้ในหลวงหน่อยเถอะ’ คุณยายนั่นแหละคือ FBI ของฉัน”

ในหลวงทรงโปรด...

50. ‘การ์ตูนตัวโปรด’ เมื่อทรงพระเยาว์ ‘Mickey Mouse’ คือตัวการ์ตูนโปรดของในหลวงรัชกาลที่ 9 สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ทรงเล่าเรื่องนี้ไว้ในหนังสือ ‘เวลาเป็นของมีค่า’ ความตอนหนึ่งว่า “เมื่อลูกชายอายุ 6-8 ขวบ แม่ซื้อตุ๊กตายาง Mickey Mouse ให้คนละตัว ตอนนั้นเป็นของใหม่ที่ทั้งสองคนชอบมาก จนเมื่อไปถ่ายรูปที่ร้านก็เอาไปถ่ายด้วย เมื่อแม่เห็นแบบปักเป็นรูป Mickey Mouse ก็รีบซื้อมาปักให้ลูกชายคนเล็ก” 

51. ‘อาหารโปรด’ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 โปรดเสวยข้าวกล้องเป็นพระกระยาหารหลัก และโปรดผัดผักทุกชนิด เช่น ผัดคะน้า ผัดถั่วงอก ผัดถั่วลันเตา แต่ไม่เสวยปลานิลเพราะทรงเป็นผู้เลี้ยงปลานิลคนแรกในประเทศไทย นอกจากอาหารไทยง่ายๆ แล้วพระองค์โปรดเสวยอาหารอ่อนแบบฝรั่ง ไม่โปรดผักชี ต้นหอม และตังฉ่าย สำหรับเครื่องดื่มนั้น พระองค์โปรดโอวัลตินเป็นพิเศษ 

52. ‘กิจกรรมโปรด’ จิตรกรรมฝีพระหัตถ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ทรงสนพระราชหฤทัยงานจิตรกรรมมาตั้งแต่ทรงพระเยาว์ เมื่อครั้งประทับที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ทรงศึกษาด้วยพระองค์เองจากตำราต่างๆ หากทรงสนพระราชหฤทัยในงานของศิลปินผู้ใด ก็จะเสด็จฯ ไปทรงเยี่ยมศิลปินผู้นั้นถึงที่พัก เพื่อทักทายและทอดพระเนตรวิธีการทำงานของศิลปินผู้นั้น ครั้นหลังเสด็จขึ้นครองราชย์ ทรงเริ่มเขียนภาพอย่างจริงจังราว พ.ศ. 2502 โดยพระราชทานพระราชวโรกาสให้จิตรกรไทยเข้าเฝ้าฯ และถวายคำปรึกษาราว 8 ปี ทรงวาดภาพจิตรกรรมไว้ถึง 107 ภาพ ทรงลงพระนามในแต่ละภาพว่า ‘ภ.อ.’ 

53. ‘กีฬาโปรด’ หนึ่งในกีฬาที่ทรงโปรดปราน ด้วยทรงเล่นอย่างสม่ำเสมอ ทั้งยังมีพระอัจฉริยภาพเป็นพิเศษ คือ การทรงเรือใบ ซึ่งไม่เพียงแต่จะทรงเล่นเพื่อความเพลิดเพลินเท่านั้น หากแต่ยังทรงต่อเรือใบด้วยพระองค์เองชื่อว่า ‘นวฤกษ์’ ทรงนำไปร่วมในการแข่งขันกีฬาแหลมทองครั้งที่ 4 โดยมีสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าอุบลรัตนราชกัญญา (ดำรงพระราชอิสริยยศในขณะนั้น) ทรงเข้าร่วมแข่งขันด้วยจนได้รับชัยชนะในการแข่งขันเรือใบประเภท โอ.เค. เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2510 นับจากนั้นมา จึงได้ถือเอาวันแห่งชัยชนะของพระองค์เป็น ‘วันกีฬาแห่งชาติ’

54. ‘ศิลปินคนโปรด’ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ได้พระราชนิพนธ์ไว้ในหนังสือเจ้านายเล็กๆ ยุวกษัตริย์ ว่า ดุ๊ก เอลลิงตัน (Duke Ellington) เป็นหนึ่งในนักดนตรีที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 โปรดตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์ อีกทั้งยังทรงร่วมประพันธ์หลายเพลง เช่น Take The A Train, Mood Indigo และ Sophisticated Lady เป็นต้น ซึ่งเป็นเพลงฮิตยุคเก่าหากเทียบได้กับสมัยนี้ที่ทุกคนรู้จักเพลงของ ‘ไมเคิล แจ๊กสัน’ 

55. ‘อีกหนึ่งสุนัขโปรด’ นอกจาก ‘คุณทองแดง’ สุนัขทรงเลี้ยงแสนซื่อสัตย์ของพระองค์ ซึ่งในช่วง 16 ปีหลังนี้ คุณทองแดงมักตามเสด็จพระราชดำเนินไปยังที่ต่างๆ เสมอ แม้กระทั่งระหว่างเสด็จฯ ไปประทับ ณ โรงพยาบาลศิริราช ยังมี ‘เจ้าเจมส์’ ที่เข้าเฝ้าฯ พระองค์ด้วย พอคุณทองแดงเห็นเท่านั้น ก็วิ่งออกมาเห่าด้วยความหวงพระองค์ ซึ่งต่อมาในหลวงรัชกาลที่ 9 พระราชทานชื่อใหม่ว่าแก่เจ้าเจมส์ว่า ‘หลวงแจ่ม’ พระองค์ท่านโปรดหลวงแจ่มมาก เพราะเป็นสุนัขใหญ่ใจดี ไม่เคยเกะกะระราน แม้แต่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถฯ ก็โปรดเช่นกัน 

56. ‘รถคันโปรด’ เหตุใดรถพระที่นั่งในขบวนเคลื่อนพระบรมศพของ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2559 จึงเป็นรถธรรมดา ปราศจากการตกแต่งใดๆ แม้แต่การประดับธงหน้ารถ ซึ่งหารู้ไม่ว่ารถพระที่นั่งคันนี้มีนามเรียกขานว่า ‘เจมส์ บอนด์’ รถตู้ Volkswagen V6 สีเทาคาดแถบสีฟ้า หมายเลขทะเบียน 1ด-0929 ที่มีความเรียบง่าย ไม่มีการติดตราสัญลักษณ์ พระองค์โปรดการขับรถคันนี้ ยามเสด็จพระราชดำเนินทรงงานในถิ่นทุรกันดาร ภายในรถค่อนข้างเรียบง่าย มีเพียงวิทยุเดิมที่ติดมากับรถ มีโต๊ะเล็กๆ ไว้ทรงงาน โดยรถคันนี้จะมีนายช่างประจำตัวคอยซ่อมแซมให้เสมอ